ทำการใหญ่! สื่อปูด ‘หงส์-ผี’ ดอดคุยฟีฟ่าเปิดลีกยุโรปแข่งกันเอง

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

มีรายงานว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและลิเวอร์พูลเจรจากับสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (ฟีฟ่า) เกี่ยวกับการสร้างยุโรปพรีเมียร์ลีกจำนวน 18 ทีม

หลังจากโปรเจ็คต์ Project Big Picture ล้มครืนไม่เป็นท่า สองยักษ์ใหญ่วงการฟุตบอลอังกฤษรวมหัวกันคิดโปรเจ็คต์ใหม่อีกครั้ง

ไอเดียดังกล่าวจะทำให้จำนวนทีมในพรีเมียร์ลีกลดลงเหลือ 18 ทีม และตัดลีก คัพกับคอมมูนิตี้ ชิลด์ออกไป

สกาย สปอร์ตส รายงานว่ากลุ่มการเงินระดับโลก ที่เชื่อว่าน่าจะเป็น JP Morgan ระดมทุนได้ถึง 4.6 พันล้านปอนด์เพื่อร่วมสร้างลีกดังกล่าวให้เกิดขึ้นจริง

นอกจากทีมในพรีเมียร์ลีกแล้ว ยังมีสี่สโมสรจากอิตาลีและสเปนที่คาดว่าจะเข้ามาร่วมวงด้วย พร้อมกับอีกสามสโมสรของเยอรมนีและฝรั่งเศส

เชื่อว่าพวกเขาจะได้รับเงินหลายร้อยล้านปอนด์เลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม โปรเจ็คต์ดังกล่าวจะไม่ดึงสโมสรให้ออกจากการแข่งขันภายในประเทศของตัวเอง

มีรายงานว่า 5 สโมสรจากพรีเมียร์ลีกจะได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมลีกนี้ โดยที่การประชุมนัดเฉพาะการจะมีขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2022

สกายยังระบุต่อไปว่าฟีฟ่ามีส่วนกับการพัฒนารูปแบบการแข่งขันแบบใหม่นี้ ซึ่งจะทำให้แต่ละสโมสรสามารถแข่งขันรายการนี้ได้ตามฤดูกาลปกติ

ทีมครึ่งบนของตารางจะแข่งขันกันแบบเพลย์ออฟเพื่อหาผู้ชนะในรายการนั้น ซึ่งมีรูปแบบคล้ายคลึงกับเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ของสหรัฐอเมริกา

และถ้ารายการดังกล่าวเกิดขึ้นจริง นั่นจะเป็นการตบหน้าฟุตบอลรายการยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรปประจำปีอย่างแชมเปี้ยนส์ลีกแน่นอน

ยังไม่แน่ชัดว่ายูฟ่าจะสนับสนุนแผนงานนี้หรือไม่ แต่พวกเขาเคยปฏิเสธรายการแบบนี้มาแล้วเมื่อครั้งอดีต

แถลงการณ์อย่างเป็นทางการถึงเรื่องนี้จะออกสู่สาธารณะในช่วงสิ้นเดือนนี้ โดยมีแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล, เชลซี, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, อาร์เซน่อล, และท็อตแน่มจะร่วมแถลงการณ์ครั้งนี้ด้วย

เช่นเดียวกับยักษ์ใหญ่ในยุโรปอย่างเรอัล มาดริด, บาร์เซโลน่า, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, ยูเวนตุส, และบาเยิร์น มิวนิค ก็จะเข้าร่วมเช่นกัน

และยังมีข่าวลือว่าประธานมาดริด ฟลอเรนติโน่ เปเรซ คือผู้อยู่เบื้องหลังผลักดันแผนงานนี้ให้เกิดขึ้น

แผนงานดังกล่าวเชื่อว่ามีการเตรียมความพร้อมมามากกว่าหนึ่งปี โดยที่ประธานฟีฟ่า จิอานนี่ อินฟานติโน่ ได้พูดคุยกับเปเรซถึงการจัดตั้งลีกดังกล่าวเมื่อปี 2019

แต่ด้วยการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้การเจรจาดังกล่าวต้องหยุดชะงักลง