VVD ลั่นเกม ‘กังหัน-ฟ้าขาว’ ไม่ใช่ ‘ฟาน ไดค์ดวลเมสซี่’

ฟาน ไดค์ เมสซี่

เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ยืนยันว่าฟุตบอลโลก 2022 รอบก่อนรองชนะเลิศระหว่างเนเธอร์แลนด์และอาร์เจนตินาไม่ใช่การดวลกันระหว่างตัวเขาและลิโอเนล เมสซี่

ทั้งสองชาติมีคิวฟาดแข้งกันในวันศุกร์นี้ (9 ธ.ค.) โดยตั้งเป้าเข้าถึงรอบรองชนะเลิศเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2014

และเลี่ยงไม่ได้ที่ทุกคนจะให้ความสนใจไปที่การดวลกันระหว่างสองกัปตันทีมอย่างหนึ่งในปราการหลังที่ยอดเยี่ยมที่สุดอย่างฟาน ไดค์และหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลกอย่างเมสซี่

แต่ฟาน ไดค์กลับไม่เห็นด้วยกับการเปรียบเทียบที่เกิดขึ้น และย้ำกับนักข่าวว่าทีมของเขาจะไม่โฟกัสกับหยุดเมสซี่เพียงอย่างเดียว

“เขาคือหนึ่งในนักเตะยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล ซึ่งก็ชัดเจน เขาเป็นแบบนั้นมาหลายปี” กองหลังลิเวอร์พูลกล่าวกับยอดแข้งปารีส แซงต์-แชร์กแมง จากรายงานของ Metro

“ผมอยากบอกว่าเขาและคริสเตียโน่ โรนัลโด้คือนักเตะที่โดดเด่นมาตลอดสองทศวรรษ เราทำได้เพียงเคารพสิ่งที่พวกเขาประสบความสำเร็จมาตลอด แต่สำหรับเราตอนนี้ มันไม่ใช่การเตรียมทีมเพียงเพื่อหยุดเขา

“เราเตรียมทีมเพื่อเอาชนะอาร์เจนตินา ชัดเจนว่าเรารู้ว่าเขามีส่วนกับความสำเร็จของทีมมานานหลายปี แต่มันไม่เกี่ยวกับผมหรือเนเธอร์แลนด์ในการดวลกับเมสซี่ มันเกี่ยวกับเนเธอร์แลนด์ปะทะอาร์เจนตินา

“เราไม่กังวลเลย แต่เพียงแค่ระวังว่าอาร์เจนตินาว่าจะทำอะไรในสนามได้บ้าง พวกเขาคือทีมที่ยอดเยี่ยมพร้อมกับเหล่านักเตะที่น่าทึ่ง และเราจะต้องทำให้ดีในทุกส่วนของเกม

“เรายังรู้สึกว่าการเล่นของเราในนัดก่อน (กับสหรัฐอเมริกา) น่าจะดีกว่านี้ได้ เราทุกคนล้วนคลั่งความสมบูรณ์แบบและน่าจะทำได้ดีกว่านั้น แต่สิ่งที่ดีคือเรายังอยู่ในเส้นทางและลงเล่นในรอบก่อนรองชนะเลิศ”

ทั้งสองทีมเคยปะทะกันในฟุตบอลโลกมาแล้ว 5 ครั้ง และที่น่าจดจำมากที่สุดคงจะเป็นเกมนัดชิงชนะเลิศเมื่อปี 1978 ที่อาร์เจนตินาเอาชนะไป 3-1

ส่วนเกมสุดท้ายที่พวกเขาปะทะกันต้องย้อนกลับไปในรอบรองชนะเลิศเมื่อปี 2014 ที่ทีมของเมสซี่เอาชนะไปได้ในการดวลจุดโทษหลังเสมอกันในเวลาแบบไร้สกอร์ และฟาน ไดค์กล่าวว่าทีมของเขาได้เตรียมแผนเผื่อการดวลจุดโทษเอาไว้แล้ว

“มันไม่มีการการันตีใด ๆ เมื่อต้องลงเล่นในสนามที่เต็มไปด้วยแฟนบอลกว่า 80,000 คนแถมยังมีรอบรองชนะเลิศเป็นเดิมพัน แต่เราพยายามทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อพร้อมสำหรับเรื่องนั้น” แข้งวัย 31 ปีกล่าวต่อ

“หวังว่าเราจะไม่ต้องไปถึงจุดนั้นและเราตัดสินเกมได้ก่อนที่จะไปถึงช่วงต่อเวลาพิเศษหรือจุดโทษ แต่ถ้ามันเกิดขึ้นจริงเราก็พร้อม เราฝึกซ้อมมาอย่างดีแล้ว”