เทน ฮากจัดหนัก ‘เกมรับไม่เอาไหน’ หลังอุ่นพ่ายกาดิซ 4-2

แมนยู กาดิซ อุ่นเครื่อง

เอริค เทน ฮาก กล่าวว่ากองหลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดบางคนโชว์ฟอร์มในระดับที่ยอมรับไม่ได้ เมื่อพ่ายให้กับกาดิซในเกมนัดกระชับมิตรกลางฤดูกาล

ปีศาจแดงชุดสองหวังสร้างความประทับใจให้กับเจ้านายของพวกเขา แต่ผลงานกลับตาลปัตรที่สเปนเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมาด้วยสกอร์ 4-2

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 15 นาทีแรกที่ต้องเสียถึง 2 ประตูอย่างไม่ควรจะเป็น โดยที่ มาร์ติน ดูบราฟก้า, อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ และ แบรนดอน วิลเลียมส์ ดูจะไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมเท่าใดนัก

ถึงแม้นักเตะส่วนใหญ่ในเกมดังกล่าวจะแทบไม่ได้รับโอกาสลงสนามในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลปัจจุบัน โดยเฉพาะกับวาน-บิสซาก้าที่ลงเล่นภายใต้กุนซือเทน ฮากเพียง 4 นาที แต่กระนั้นก็ยังไม่สามารถโชว์ฟอร์มให้กุนซือชาวดัตช์ประทับใจได้

“มันค่อนข้างชัดเจนว่าเรายังไม่ตื่นดี เราหลับสนิทไป 15 นาทีเต็ม” เทน ฮากให้สัมภาษณ์กับ MUTV หลังเกม

“พวกเขาเป็นอันตรายในช่วงเปลี่ยนผ่าน กับประตูที่สองเราก็ยังไม่ตื่น เป็นเกมรับที่ย่ำแย่โดยเฉพาะในแดนกลาง เราถูกฉีกกระชาก มันเป็นไปไม่ได้ ยอมรับไม่ได้

“ประตูแรกก็เหมือนกันจากลูกตั้งเตะ การจัดการและวินัยแย่จนต้องเสียประตู หลังจากนั้นเรากลับสู่เกม แต่ก็ทวงประตูตีเสมอไม่ได้ก่อนจบครึ่งแรก

“ช่วง 15 นาทีแรกมันไม่ควรจะเกิดขึ้น นี่ไม่ใช่มาตรฐานของเรา เราจะพูดคุยกันในวันพรุ่งนี้ ขีดเส้นและก้าวต่อไปเพราะเรื่องแบบนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต”

เทน ฮากตัดสินใจเลี่ยนตัวสำรองถึง 10 คนในช่วงพักครึ่ง โดยเป็นเหล่าดาวรุ่งลงสนามแทนที่เหล่านักเตะมากประสบการณ์ และดูจะมีพัฒนาการมากขึ้นในช่วงครึ่งหลัง แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะหลบเลี่ยงความพ่ายแพ้

“เราไม่แฮปปี้กับเกมนี้เลย แน่นอนคุณมักจะได้อะไรดี ๆ แม้กระทั่งในเกมที่แพ้ แต่วันนี้ดันมีเรื่องแย่ ๆ มากกว่า” เทน ฮากกล่าวต่อ

“พวกเขาใส่พลังงาน พวกเขาวิ่ง พวกเขาสู้ บางทีอาจจะไม่ใช่การจัดการที่เหมาะสมเสมอไป พวกเขาทำพลาด แต่พวกเขาไม่ได้คุ้นชินในการเล่นระดับนี้

“ดังนั้นถือเป็นบทเรียนที่ดีเมื่อคุณทำพลาดเรื่องเล็กน้อยที่อาจส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวง นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นและคุณแพ้”

อนึ่ง ปีศาจแดงยังเหลือเกมกระชับมิตรอีกหนึ่งนัดก่อนปิดฉากฟุตบอลโลกในเกมกับเรอัล เบติสวันเสาร์นี้ (10 ธ.ค.)

และการแข่งขันอย่างเป็นทางการนัดแรกจะเป็นเกมคาราบาว คัพกับเบิร์นลีย์ในวันที่ 21 ธันวาคมนี้