เอ็นริเก้รับ ‘อยากเปลี่ยนแข้งซัดโทษยกชุด’ หลังพ่ายโมร็อกโก

สเปน เอ็นริเก้ จุดโทษ บอลโลก

กุนซือทีมชาติสเปน หลุยส์ เอ็นริเก้ ยอมรับว่าเขาอยากเปลี่ยนชื่อแข้งลงดวลจุดโทษใหม่ทั้งหมดหลังพ่ายโมร็อกโกร่วง 16 ทีมฟุตบอลโลก

นับเป็นเวลา 10 ปีแล้วนับตั้งแต่ที่สเปนคว้าแชมป์รายการระดับเมเจอร์ทั้งฟุตบอลยูโรและฟุตบอลโลกในรอบ 4 ปี และตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลกมาแล้ว 2 สมัยติดต่อกัน

ถึงแม้สถิติจะฟ้องว่าพวกเขาครองเกมได้เหนือกว่าคู่แข่งเกือบทั้งหมดโดยมีสถิติครองบอลมากถึง 77 เปอร์เซ็นต์และจ่ายบอลมากถึง 1,019 ครั้ง เกือบสามเท่าหากเทียบกับโมร็อกโกที่จ่ายบอลไปเพียง 304 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่ของพวกเขาคือกองหน้าตัวจบสกอร์ โดยมีเพียง อัลบาโร โมราต้า ที่พอจะวางใจได้เพียงคนเดียว แต่กลับพ่ายญี่ปุ่นในรอบแบ่งกลุ่มด้วยสถิติการจ่ายบอลมากถึง 1,058 ครั้ง

นอกจากนี้การยิงประตูเข้ากรอบเพียงลูกเดียวคือตัวเลขต่ำที่สุดในฟุตบอลโลกนับตั้งแต่มีการนับสถิติเมื่อปี 1966 และพวกเขากลายเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ที่แพ้การดวลจุดโทษ 4 ครั้ง และเป็นครั้งที่สองที่พวกเขาแพ้จุดโทษแบบส่งบอลผ่านมือผู้รักษาประตูคู่แข่งไม่ได้แม้แต่ลูกเดียว

และที่ดูย่ไปกว่านั้นเป็นเพราะเอ็นริเก้ ที่ให้สัมภาษณ์ก่อนเกมนี้ว่าพวกเขาซ้อมยิงจุดโทษมากถึง 1,000 ครั้งก่อนเกมนี้

“ผมเลือกคนยิงจุดโทษเอง ผมคิดไปเองว่าพวกเขาทำได้ดีที่สุดในสนาม” เอ็นริเก้กล่าวหลังเกม จากรายงานของ BBC Sport

(ถ้าผมเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างได้) ผมขอเอา (ผู้รักษาประตูโมร็อกโก ยาสซีน) บูนูออกและส่งคนอื่นลงไปเซฟแทน (การดวลจุดโทษ) ไม่ใช่การวัดวงสำหรับผม คุณต้องควบคุมตัวเองให้ได้

“สิ่งที่เราทำคือการครองเกมได้เบ็ดเสร็จ แต่เราขาดประตู นั่นคือความเป็นจริง นั่นคือความจริง”

เอ็นริเก้จะหมดสัญญากับทีมชาติสเปนในซัมเมอร์ที่จะถึงนี้ หลังได้รับแต่งตั้งเมื่อปี 2018 และเขาไม่พลาดที่จะพูดถึงเรื่องนี้

“สัปดาห์หน้าเราจะพูดคุยกันถึงอนาคตของผม ตอนนี้ยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสม ผมคือคนที่ต้องรับผิดชอบ” กุนซือวัย 52 ปีกล่าวต่อ

“ถ้ามันขึ้นอยู่กับผม ผมจะขออยู่กับทีมนี้ตลอดชีวิต แต่มันไม่ใช่ประเด็น ผมต้องคิดให้ถี่ถ้วนว่าอะไรดีที่สุดสำหรับผมและสำหรับทีมชาติ ทุกสถานการณ์มันส่งผลกระทบทั้งหมด”