‘เอริคเซ่น’ เปิดใจถูกยกเทียบ ‘สโคลส์’ ลั่นขอสร้างตำนานด้วยตัวเอง

เอริคเซ่น สโคลส์

คริสเตียน เอริคเซ่น ยืนยันว่าถือเป็นเกียรติอย่างสูงที่ถูกยกไปเปรียบเทียบกับตำนานแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พอล สโคลส์

อดีตกองกลางอาหยักซ์, ท็อตแน่ม, อินเตอร์ มิลานและเบรนท์ฟอร์ดย้ายมาร่วมทีมยูไนเต็ดแบบไม่มีค่าตัวเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา

เอริคเซ่นทำผลงานกับเบรนท์ฟอร์ดได้น่าประทับใจช่วงครึ่งฤดูกาลหลังที่ผ่านมา หลังพลิกตัวเองกลับมาจากอาการโคม่าและต้องฝังเครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจสืบเนื่องจากอาการหัวใจวายคาสนามในเกมยูโร 2020

และแข้งชาวเดนมาร์กสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นกำลังสำคัญภายใต้กุนซือ เอริค เทน ฮาก ช่วยให้ปีศาจแดงพลิกกลับมาจากฟอร์มการเล่นอันโหดร้ายช่วงเปิดฤดูกาล ก่อนคว้าชัยชนะ 4 นัดรวดขยับขึ้นมารั้งอันดับ 5 ในพรีเมียร์ลีก ณ ปัจจุบัน

เหตุนั้น ทำให้เอริคเซ่นเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกหยิบไปเปรียบเทียบกับแข้งระดับตำนานของสโมสรอย่าง พอล สโคลส์ ที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุด 11 สมัยและแชมเปียนส์ ลีก 2 สมัยตลอดอาชีพค้าแข้ง 20 ปีในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด

เอริคเซ่น สโคลส์

เมื่อถูกถามถึงการเปรียบเทียบที่เกิดขึ้น เอริคเซ่นให้สัมภาษณ์กับสื่อบ้านเกิด Politiken ว่า “นี่แสดงให้เห็นคร่าว ๆ ได้ว่าฟุตบอลมันรวดเร็วขนาดไหน

“แน่นอนเป็นเรื่องเยี่ยมที่ถูกนำไปเปรียบเทียบกับเขา แต่คุณสร้างเส้นทางและชื่อของคุณเอง

“ผมโชคดีที่ผมเคยปะทะฝีเท้ากับพอล สโคลส์ เขาคือนักเตะผู้ยิ่งใหญ่ ดังนั้นผมมีความสุขที่ถูกเปรียบเทียบกับเขา”

เอริคเซ่นยังอธิบายเหตุผลที่เขาปฏิเสธโอกาสในการค้าแข้งกับเบรนท์ฟอร์ดต่อ หรือแม้แต่จะย้ายกลับไปยังอดีตต้นสังกัดอย่างท็อตแน่ม ก่อนจะเลือกย้ายไปยูไนต็ดแทน

“แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคือหนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก” แข้งวัย 30 ปีกล่าวต่อ

เอริคเซ่น สโคลส์

“ถือเป็นการไถ่บาปจากสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น และเหมือนเป็นการพิสูจน์ว่าคุณได้รับข้อเสนอจากยูไนเต็ด มันเยี่ยมมาก เป็นสโมสรขนาดยักษ์ที่ผมย้ายไปร่วมทีมด้วย

“ผมมีโอกาสมากพอ มีทางเลือกเพียงพอ แต่มันคือการเลือกทีมที่เหมาะสม

“แน่นอน เบรนท์ฟอร์ดอยากให้ผมอยู่ต่อ แต่ผมอยากพูดว่าในเส้นทางอาชีพของผม ผมมีโอกาสก้าวไปข้างหน้าอย่างที่ผมฝันและหวังไว้

“ผมอยากเริ่มต้นอาชีพครั้งใหม่ด้วยการย้ายมายังสโมสรที่ใหญ่กว่า และผมก็ประสบความสำเร็จแล้ว”