FIFA จับมือ Fifpro ออกแคมเปญหลังพบแข้ง 50% โดนเหยียดผิว

ฟีฟ่าจับมือร่วมกับสหภาพนักฟุตบอลอาชีพ (Fifpro) เพื่อพยายามบ่งชี้ใครก็ตามที่พยายามละเมิดเหล่านักเตะผ่านทางโซเชียล มีเดีย

มีรายงานถึงการละเมิดผ่านทางโซเชียล มีเดียมากถึง 400,000 กรณีในช่วงรอบรองชนะเลิศและนัดชิงชนะเลิศยูโร 2020 อีกทั้งยังการแข่งขันแอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์

การศึกษาชี้ว่ามีเหล่านักเตะมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ที่ถูกละเมิดด้วยเหตุผลเหล่านี้

รายงานดังกล่าวชี้ให้เห็นว่านักเตะผิวดำที่พลาดจุดโทษถูกละเมิดมากที่สุดในนัดชิงชนะเลิศยูโร 2020

BBC Sport รายงานว่านักเตะทีมชาติอังกฤษ มาร์คัส แรชฟอร์ด และ บูกาโย ซาก้า ที่พลาดการดวลจุดโทษพ่ายอิตาลี คือเหล่านักเตะที่โดนละเมิดในนัดชิงยูโร 2020

“หน้าที่ของเราคือปกป้องฟุตบอล และนั่นเริ่มมาจากเหล่านักเตะที่สร้างความสนุกสนานและความสุขให้กับเราทุกคนด้วยผลงานในสนาม” ประธานฟีฟ่า จานนี อินฟานติโน่

“โชคร้ายที่มีกระแสการใช้โซเชียล มีเดียเพื่อเล่นงานเหล่านักเตะ, โค้ช, ผู้ตัดสินและตัวทีมเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ นี่คือรูปแบบของการเลือกปฏิบัติ และเหมือนกับการเลือกปฏิบัติทั่วไป ซึ่งไม่ควรจะอยู่ในวงการฟุตบอล”

รายงานดังกล่าวพบว่าการละเมิดส่วนใหญ่ในสองเกมข้างต้นมาจากเหล่านักเตะในประเทศตัวเอง

ความเห็นเรื่องการรักร่วมเพศ (40%) และการเหยียดผิว (38%) เป็นกรณีส่วนใหญ่ของการละเมิด ซึ่งยังคงอยู่ในโลกออนไลน์

รายงานดังกล่าวยังระบุว่า 90% ของบัญชีที่ถูกบ่งชี้ว่ามีการโพสต์ข้อความละเมิดมีโอกาสสูงที่มีการยืนยันตัวตน

กับกรณีดังกล่าว ทางฟีฟ่าและฟิฟโปร เตรียมเปิดตัวการบริการเฝ้าระวังระหว่างการแข่งขัน ที่จะคัดกรองคำพูดที่สร้างความเกลียดชังต่อสาธารณะเพื่อบ่งชี้ต่อบัญชีในโซเชียล มีเดีย

เมื่อพบเห็นแล้ว เป้าหมายก็เพื่อหลีกเลี่ยงความเห็นดังกล่าวไม่ให้ถูกพบเห็น

“การละเมิดผ่านโซเชียล มีเดียคือปัญหาทางสังคม และในฐานะอุตสาหกรรม เรายอมไม่ได้ว่าการละเมิดและการเลือกปฏิบัติเหล่านี้กระทบหลายต่อหลายคนรวมถึงเหล่านักเตะ” ประธานฟิฟโปร ดาวิด อากานโซ่ กล่าว

“การร่วมมือครั้งนี้ก็เพื่อปกป้องเหล่านักเตะและผู้ได้รับผลกระทบกลุ่มอื่น ๆ ต่อการละเมิดที่เพิ่มสูงรอบตัวในปัจจุบัน”