หงส์เล็งคุยสามชาติหวังถ่วงเวลาปล่อย “3 แข้ง” ลุยเนชันส์ คัพ

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

ลิเวอร์พูลหวังที่จะเจรจาเพื่อลดเวลาการลงสนามของนักเตะคนหลักของทีมในรายการแอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ช่วงปลายเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้

ภายใต้มาตรการปัจจุบัน กุนซือหงส์แดง เยอร์เก้น คล็อปป์ จะต้องเจอกับฝันร้ายเมื่อต้องเสียสองนักเตะคนสำคัญทั้ง โมฮาเม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ เป็นเวลาถึง 8 นัดในช่วงปีใหม่

นาบี เกอิต้า เป็นอีกหนึ่งคนที่มีรายงานว่าเขาถูกเรียกติดทีมชาติสำหรับรายการนี้ ซึ่งจะมีขึ้นที่ประเทศแคเมอรูนในเดือนมกราคม และลิเวอร์พูลจะต้องเจอกับวิกฤติครั้งสำคัญ

กฎของฟีฟ่าระบุว่าทีมที่ผ่านเข้ารอบสามารถร้องขอให้ต้นสังกัดปล่อยตัวนักเตะได้ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคมนี้ สำหรับการแข่งขันระดับทวีปที่จะมีขึ้นถึงสัปดาห์ที่สองของเดือนกุมภาพันธ์

สโมสรจากเมอร์ซีย์ไซด์มีโปรแกรมการแข่งขันที่จะต้องลงสนามถึง 8 นัดในช่วงเวลาดังกล่าวซึ่งมีเกมสำคัญทั้งกับเชลซีและเลสเตอร์ ซิตี้ในพรีเมียร์ลีก รวมถึงเกมเอฟเอ คัพรอบสามและคาราบาว คัพรอบรองชนะเลิศหากพวกเขาผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ

แต่คล็อปป์มีความสัมพันธ์อันดีกับทั้งสามชาติ และเขาหวังที่จะใช้โอกาสพักเบรกทีมชาติช่วงเดือนพฤศจิกายนเพื่อเจรจาโน้มน้าวทั้งสามประเทศให้พวกเขาอนุญาตปล่อยนักเตะเหล่านั้นในช่วงเดือนมกราคมแทน

ลิเวอร์พูลมีโปรแกรมเจอกับสิงห์บลูส์วันที่ 2 มกราคม และถ้าซาลาห์และมาเน่ต้องเดินทางไปสมทบกับเพื่อนร่วมทีมชาติหลังเกมนั้น พวกเขาจะมีเวลาฝึกซ้อมกับทีมมากกว่าหนึ่งสัปดาห์ก่อนประเดิมสนามนัดแรก

เซเนกัลและกินีจะลงเล่นนัดแรกในวันที่ 10 มกราคม ส่วนอียิปต์ลงสนามในอีกหนึ่งวันถัดมา

เกมนัดสุดท้าของรายการนี้จะมีขึ้นวันที่ 6 กุมภาพันธ์ และถ้าการเจรจาจากทุกฝ่ายหาข้อตกลงกันได้ นักเตะทั้งสามคนจะสามารถกลับมาลงสนามได้ในเกมกับเลสเตอร์และเชลซี ซึ่งจะเป็นเรื่องดีสำหรับหงส์แดง

ในการให้สัมภาษณ์ถึงการแข่งขันแอฟริกา เนชันส์ คัพเมื่อเดือนมกราคมปี 2020 คล็อปป์กล่าวว่า “ผมชอบรายการนั้นนะ แต่การที่แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชันส์กลับไปแข่งในช่วงเดือนมกราคมถือเป็นหายนะสำหรับเรา

“นอกเหนือจากนั้นเรายังไม่มีอำนาจในมืออีกด้วย ดังนั้นเราถ้าเราพูดออกไปจริง ๆ ว่า ‘เราไม่ปล่อยเขาไป’ นักเตะเหล่านั้นจะถูกแบน

“จะเป็นไปได้ยังไงถ้าต้นสังกัดที่จ่ายค่าจ้างให้กับนักเตะไม่สามารถตัดสินใจเองได้ว่านักเตะเหล่านั้นจะอยู่หรือไป?”