อาร์เตต้ารับ “ไม่มีใครอยากเป็นโค้ช” กรณี “บรูซ” โดนคุกคาม

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

กุนซืออาร์เซน่อล มิเกล อาร์เตต้า กล่าวว่าเหล่าผู้จัดการทีมมีสิทธิ์วางมือจากงานนี้สูงหลังจากมีกรณีที่อดีตผู้จัดการทีมนิวคาสเซิ่ล สตีฟ บรูซ ถูกคุกคามถึงชีวิตส่วนตัว

บรูซต้องเก็บของออกจากสโมสรเมื่อวันพุธที่ผ่านมา และในการให้สัมภาษณ์กับ เดอะ เทเลกราฟ เขาลงรายละเอียดถึงปัญหาที่เขาและครอบครัวได้รับตลอดการคุมทีมสองปีที่ผ่านมา

อาร์เตต้ากล่าวว่าสถานการณ์และมุมมองต่อโค้ชในทุกวันนี้ทำให้เขาตระหนักว่าผู้ที่จะก้าวสู่อาชีพนี้อาจต้องคิดใหม่

ใช่ มีหลายคนคิดแบบนั้น” เขากล่าว

“ผมได้ยินเรื่องนี้มาเยอะและผมก็มีเพื่อนหลายคนที่กำลังเข้ารับการอบรมโค้ช ที่เป็นกังวลว่าพวกเขาจะต้องตกที่นั่งลำบากหรืออาจจะดีกว่าหากเป็นเพียงแค่ผู้ช่วยผู้จัดการทีมหรืออาชีพอื่นไปเลย

“สำหรับผม นี่ไม่ควรจะเป็นอุปสรรค เพราะคุณกลัวกับการปฏิบัติที่คุณจะได้รับ ผมคิดว่าความสนุกของอาชีพนี้ก็ยิ่งใหญ่พอสมควร ซึ่งไม่ควรจะเป็นอุปสรรคสำหรับทุกคน

“แต่ก็เป็นเรื่องสำคัญเหมือนกันที่เราจะต้องคอยดูแลสภาพแวดล้อมและทำให้เรื่องต่าง ๆ มันถูกต้อง ผมไม่คิดว่ามันจะดีไปได้กว่านี้หรอก ผมคิดว่ามันจะเลวร้ายลงด้วยซ้ำหากเราไม่ทำอะไรกับมันเลย”

เกมสุดท้ายของบรูซกับนิวคาสเซิ่ลคือเกมพ่ายท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ 3-2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และเป็นการคุมทีมนัดที่ 1,000 ในอาชีพของเขา ซึ่งกุนซือรายนี้ยอมรับว่านั่นอาจเป็นการคุมทีมนัดสุดท้ายของเขาในชีวิต

อาร์เตต้า ที่เพิ่งจะเริ่มต้นเทิร์นโปรได้เพียงไม่นาน ถูกถามว่าด้วยสถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้จะทำให้เขาเป็นกังวลบ้างหรือไม่

“ใช่” เขากล่าวต่อ “และผู้คนที่รับงานกุนซืออยู่ก่อนแล้วหรือผู้จัดการทีมที่มากประสบการณ์ และพวกเขากำลังคิดว่าจะไม่ทำมันอีก

“คุณไม่สามารถสูญเสียสมาธิ, ความหลงใหลและความรักต่อฟุตบอลได้ เป็นเหตุผลแรกที่ว่าทำไมคุณถึงตัดสินใจเข้ามาในวงการนี้

“ถ้าคุณหวั่นไหวกับความคิดเห็นของทุกคนในปัจจุบัน กับความง่ายดายในการเรื่องราวที่เกี่ยวกับตัวคุณเองในสื่อ คุณจะไม่มีวันมีความสุขได้เลยไม่ว่าคุณจะทำอะไร”

อาร์เตต้ากล่าวว่าเหล่ากุนซือจะต้องรับมือกับคำวิจารณ์ให้ได้ แต่หลังจากที่บรูซกล่าวว่าเขาถูกเรียกว่าเป็น “ไอ้อ้วนไร้ประโยชน์ ไอ้หัวกะหล่ำที่มีแทคติคโง่เง่า” นั่นคือสิ่งที่ต้องพัฒนา

“ผมเศร้ามากนะกับสิ่งที่สตีฟพูด” กุนซือชาวสเปนกล่าว “อย่างแรกเลย เพราะผมรู้จักเขาเป็นการส่วนตัว และอย่างที่สองจากสิ่งที่เขาพูดออกมา

“คุณกำลังพูดถึงใครบางคนที่อยู่ในวงการมามากกว่า 40 ปีทั้งในฐานะนักเตะและผู้จัดการทีม

“เขาคุมทีมมามากกว่า 1,000 นัดและเขากำลังบอกคุณด้วยประสบการณ์ที่เขามี ด้วยระดับความเชี่ยวชาญที่เขามี ว่าเขาต้องดิ้นรนอย่างหนักกับสถานการณ์แบบนี้ กับการคุกคามที่เขาได้รับ

“ผมคิดว่าเราต้องกลับมามองตัวเองนะ เราจะมองว่ามันเป็นเรื่องปกติหรือก้มหัวยอมรับเพราะพวกเขาเป็นแบบนั้นไม่ได้”