ซิเมโอเน่เผยเหตุปัดจับมือ “คล็อปป์” หลังพ่ายหงส์คาบ้าน 3-2 ชปล.

ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ เลือกที่จะไม่จับมือกับ เยอร์เก้น คล็อปป์ หลังเกมแชมเปียนส์ ลีกที่ลิเวอร์พูลบุกไปเอาชนะแอตเลติโก มาดริดได้ถึงถิ่นว่านต๋า เมโตรโปลิตาโน่ 3-2 เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา

หงส์แดงบุกคว้าชัยในเกมนี้ได้ถึงสเปนจากความได้เปรียบตัวผู้เล่นที่ อองตวน กรีซมันน์ ถูกใบแดงไล่ออกจากสนาม ก่อนที่จะเป็น โมฮาเม็ด ซาลาห์ ซัดจุดโทษพาทีมคว้าชัยชนะได้สำเร็จในช่วงครึ่งหลัง

ขณะเดียวกัน ตราหมีก็ยังถูกปฏิเสธจุดโทษในช่วงครึ่งหลังเช่นเดียวกัน และเมื่อสิ้นเสียงนกหวีดผู้จัดการทีมแอต ฯ มาดริดตัดสินใจเดินกลับเข้าห้องแต่งตัวทันที ทำให้กุนซือชาวเยอรมันต้องโวยวายในอุโมงค์ทางเดินหลังปล่อยให้รอจับมือเก้อ

“เราไม่ชอบแบบนี้ แต่ใช่ สถานการณ์มันชัดเจนอยู่” คล็อปป์ให้สัมภาษณ์กับ บีที สปอร์ต “ผมอยากจับมือ ปฏิกิริยาของเขาไม่เจ๋งเอาซะเลย ตัวผมก็เหมือนกัน

“ครั้งหน้าถ้าเราได้เจอกันเราจะจับมือกันแน่นอน มันไม่มีอะไรเลย ชัดเจนว่าเขากำลังโมโห ไม่ใช่กับผมแต่เป็นกับเกม ไม่มีอะไรอื่น”

ด้านซิเมโอเน่อธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน และตัวเขาก็ไม่ได้จับมือกับใครหลังจบเกมเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว

“ผมไม่เคยจับมือหลังจบเกมเพราะผมไม่ชอบทำแบบนั้น” กุนซือชาวอาร์เจนไตน์กล่าว “มันไม่ดีต่อสุขภาพไม่ว่ากับผู้ชนะหรือผู้แพ้ นั่นเป็นมุมมองของผม

“แต่หลังจากนี้เมื่อผมเจอกับเขา เราจะจับมือกันโดยไม่มีปัญหา”

เกมดังกล่าวเต็มไปด้วยประเด็นให้ต้องพูดคุยกันมากมายโดยเฉพาะจังหวะสองจุดโทษที่น่าจะได้

แน่นอนลิเวอร์พูลได้ประโยชน์จากการทำฟาล์วของ มาริโอ เอร์โมโซ่ ต่อ ดิโอโก้ โชต้า ในกรอบเขตโทษ แต่เจ้าบ้านกลับถูกปฏิเสธในนาทีที่ 82 เมื่อ โชเซ่ มาเรีย คิเมเนซ ถูกโชต้ากระแทกล้มลงในกรอบเขตโทษ

ผู้ตัดสินชี้ให้เป็นลูกจุดโทษทันที แต่เมื่อพิจารณา VAR ผู้ตัดสินกลับคำตัดสินของตัวเอง

อนึ่ง ความพ่ายแพ้ดังกล่าวของตราหมีถือเป็นครั้งแรกในยุคของกุนซือซิเมโอเน่ ที่เสียมากกว่าสองประตูในเกมแชมเปียนส์ ลีกในบ้านตัวเอง โดยนัดล่าสุดที่พวกเขาเสียประตูมากขนาดนี้ต้องย้อนไปในเดือนธันวาคมปี 2009 ในเกมกับปอร์โต้ภายใต้กุนซือ กีเก้ ซานเชซ ฟลอเรส