หมดหวัง! ยูฟ่าเตรียมปัด “ผู้ดี-ไอร์แลนด์” ควงเจ้าภาพบอลโลก 2030

ความร่วมมือกันระหว่างสหราชอาณาจักรและสาธารณรัฐไอร์แลนด์ในการรับหน้าที่เจ้าภาพฟุตบอลโลก 2030 เตรียมจะถูกปฏิเสธโดยทางยูฟ่า

องค์กรฟุตบอลยุโรปต้องการผลักดันให้สองชาติข้างต้นร่วมมือกันเป็นเจ้าภาพฟุตบอลยูโร 2028 มากกว่า และทางยูฟ่าพร้อมผลักดันเต็มที่หากทั้งสองชาติยอมสละเรือจัดเจ้าภาพฟุตบอลโลกในอีกสองปีถัดมา

แหล่งข่าวจากรัฐบาลไอร์แลนด์และยูฟ่าได้เปิดเผยว่าการร่วมมือกันระหว่างสเปนและโปรตุเกสดูจะเป็นไปได้มากกว่าในการจัดฟุตบอลโลกครั้งดังกล่าว

และแผนการจัดฟุตบอลยูโร 2028 ของสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์จะมีประเทศอื่น ๆ ได้ผลประโยชน์ด้วยทั้งไอร์แลนด์เหนือ, สกอตแลนด์, เวลส์และไอร์แลนด์เหนือ

อย่างไรก็ตามยังไม่เป็นที่ทราบว่าอังกฤษจะมีปฏิกิริยาตอบรับอย่างไรเมื่อโปรเจ็คต์ยักษ์ในการหวนคืนฟุตบอลสู่อาณาจักรในรอบ 64 ปีสุ่มเสี่ยงที่จะเป็นหมัน

ดูเหมือนว่าทางสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) มองว่าการเป็นเจ้าภาพร่วมฟุตบอลยูโรไม่พิเศษเท่ากับฟุตบอลโลก โดยเฉพาะการสนับสนุนอย่างนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน บอริส จอห์นสัน

แต่ทางยูฟ่าเชื่อว่าหากทั้งสองชาติจะยื่นเป็นเจ้าภาพร่วมฟุตบอลโลก พวกเขาจะสูญเสียโอกาสสำคัญกับคุณค่าของฟุตบอลยูโรสองปีก่อนหน้า

อย่างไรก็ตามยังไม่แน่ชัดว่าทางยูฟ่าจะอนุมัติให้สเปนและโปรตุเกสพร้อมยื่นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2030 หรือไม่ โดยที่ขั้นตอนการเจรจายังอยู่ในขั้นตน

เมื่อไม่นานมานี้มีรายงานถึงกระทรวงกีฬาของไอร์แลนด์ว่าการยื่นเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกร่วมของสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ต้องจบลงทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มต้น โดยที่แนวคิดสเปนและโปรตุเกสดูจะเป็นที่ชอบใจของทางยูฟ่ามากกว่า

“เป็นที่ยอมรับกันว่าไอเดียนี้จะไม่เกิดขึ้น และยิ่งมีการประกาศเร็วเท่าไหร่ ก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น” แหล่งข่าวระบุ

“เราไม่มั่นใจว่ามันจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ทันทีที่สเปนและโปรตุเกสตัดสินใจยื่นเป็นเจ้าภาพในฟุตบอลโลกครั้งนั้น และจากหลากหลายเหตุผลทั้งสภาพภูมิประเทศและการเดินทางที่สะดวกสบายระหว่างทั้งสองประเทศทำให้เรื่องนี้มีเหตุผลมากขึ้น”

อย่างไรก็ตามทางยูฟ่าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทางสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์จะยังไม่ยอมรับว่าโอกาสดังกล่าวได้หมดลงไปแล้ว เพราะการตัดสินใจใด ๆ จะต้องได้รับการยืนยันจากสมาชิกระดับสูงของยูฟ่าและสมาชิกจากสมาคมฟุตบอลอีก 55 ประเทศ

เหตุผลหลักที่ทางยูฟ่าปฏิเสธไอเดียเจ้าภาพร่วมของทั้งสองประเทศเป็นเพราะพวกเขาไม่เชื่อว่าทั้งสองประเทศจะได้รับคะแนนเสียงมากเพียงพอทั่วยุโรป

ส่วนหนึ่งมาจากเหตุความวุ่นวายของแฟนบอลเจ้าถิ่นในนัดชิงฟุตบอลยูโร 2020 ที่ผ่านมาทั้งแฟนบอลขี้เมาหลายพันคนที่เข้าไปในสนามเวมบลีย์และขโมยตั๋วแฟนบอล ซึ่งได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์ทั่วโลก

แหล่งข่าววงในของยูฟ่าระบุว่า “ภาพลักษณ์ของคำว่า Football is Coming Home กลายเป็นสิ่งน่ากลัว และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่จะสร้างแรงกระเพื่อมให้กับทางยูฟ่า แต่ยังเป็นวงการฟุตบอลทั่วโลก

“คุณคงจินตนาการไม่ออกหรอกว่าอังกฤษจะได้รับคะแนนเสียงท่วมท้น หลังจากที่ประเทศที่บ้าฟุตบอลเป็นอันดับสองของโลกจะสร้างความวุ่นวายได้ถึงเพียงนี้

“นี่คือมุมมองของผู้คนในยูฟ่า และผมรับประกันได้เลยว่าความคิดเห็นแบบนั้นจะยิ่งเลวร้ายลงไปเมื่อเรื่องไปถึงฟีฟ่า”