รอดตายหวุดหวิด! อัมราบัตเผยเจอทหาร “ยึดอำนาจ” ก่อนดวลกินี

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

กองกลางฟิออเรนติน่า โซฟียาน อัมราบัต เปิดเผยถึงเหตุการณ์สุดระทึกเมื่อทีมชาติโมร็อกโกถูกกองกำลังติดอาวุธกักตัว รับ “กลัวทุกครั้งเมื่อได้ยินเสียงปืน”

ทีมชาติโมร็อกโกและกินีมีคิวต้องดวลฝีเท้ากันในเกมฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือกเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา แต่การแข่งขันไม่สามารถเกิดขึ้นได้เนื่องจากมีกองกำลังติดอาวุธเข้ายึดอำนาจรัฐบาลและระงับการใช้รัฐธรรมนูญ

สุดท้ายเป็นทีมชาติโมร็อกโกที่เดินทางออกจากประเทศได้ในคืนวันเดียวกัน ส่วนกินีจำเป็นต้องรอจนถึงคืนวันอังคารกว่าจะเดินทางออกจากประเทศที่วุ่นวายนี้ได้

คุณคงไม่คิดหรอกว่าการรับใช้ทีมชาติจะจบลงด้วยการยึดอำนาจของกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ” กองกลางม่วงมหากาฬให้สัมภาษณ์กับ De Telegraaf

“ในเช้าวันอาทิตย์ อเดล ทารับต์ ถามผมว่าได้ยินเสียงปืนรึเปล่า ผมหัวเราะตอนที่ได้ยินและพูดว่าอาจจะเป็นเสียงพลุก็ได้เพราะบางครั้งแฟนบอลในประเทศทำแบบนั้นนอกโรงแรมเพื่อรบกวนการพักผ่อนของทีมเยือน

“แต่เมื่อเราได้เห็นข่าวในอินเทอร์เน็ต ครอบครัวของผมเป็นกังวลมากและทุกคนก็ส่งข้อความมาหาผมว่าผมโอเครึเปล่า เราต้องรักษาความเป็นมืออาชีพไวเแต่ผมกลัวทุกครั้งที่ได้ยินเสียงปืน แล้วก็เงียบลง แล้วก็มีเสียงปืนอีก”

สุดท้ายทีมชาติโมร็อกโกก็เดินทางออกจากโรงแรมและตรงไปยังสนามบินด้วยความปลอดภัย ซึ่งใช้เวลาเดินทางกว่า 45 นาที

“เราไปถึงสนามบินและเครื่องบินของเราก็อยู่บนรันเวย์ แต่กองกำลังติดอาวุธปิดทางไว้และไล่ให้ทุกคนเดินทางกลับบ้าน

“มีเพียงการแทรกแซงของพระราชาแห่งโมร็อกโก ที่ติดต่อไปยังหัวหน้ากองกำลังดังกล่าวของกินี จนพวกเขายอมปล่อยเราขึ้นเครื่องบินพร้อมกับการดูแลของกำลังทหาร

“มันแปลกมากที่ได้เห็นพาหนะของทหารตั้งอยู่ข้างรถบัสของทีม”