แข้งแคนาดาจวก “พวกเหยียดผิว” หลังพ่ายเม็กซิโกร่วงโกลด์ คัพ

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

แข้งทีมชาติแคนาดา เทชอน บูคาแนน เปิดเผยเรื่องราวที่เขาถูกเหยียดผิวในโซเชียล มีเดียหลังทำประตูในเกมพ่ายเม็กซิโกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาโดยกล่าวว่า “เราในฐานะเพื่อนร่วมโลกต้องทำให้ดีกว่านี้”

บูคาแนนทำประตูสุดสวยในเกมดังกล่าว แต่ไม่เพียงพอที่จะทำให้แคนาดาผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศคอนคาเคฟ โกลด์ คัพ ได้ด้วยการแพ้จังโก้ 2-1 รอบรองชนะเลิศ

หลังเกม บูคาแนนต้องเจอกับข้อความเหยียดผิวมากมายในโลกออนไลน์ และแนวรุกสโมสรนิว อิงแลนด์ เรฟโวลูชัน ตอบโต้ข้อความเกลียดชังดังกล่าวในภายหลังด้วยข้อความที่เขาได้รับการสนับสนุนมากมาย

“โชคไม่ดีที่ต้องจบลงแบบนี้ แต่ผมรู้สึกขอบคุณกับประตูแรกในนามทีมชาติและเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่พิเศษนี้” เขาโพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว

“เป็นอีกหนึ่งก้าวที่ยิ่งใหญ่ในการผจญภัยของเรา และผมภูมิใจกับทุกคนตลอดทั้งรายการนี้

“คนที่รู้จักผมเป็นการส่วนตัวรู้ดีว่าผมชอบที่จะเก็บตัว แต่ผมจะไม่เสแสร้งว่าผมไม่เห็นข้อความเหยียดผิวที่ผมได้รับ

“โลกที่เราอยู่นี่มันบ้านะ และสิ่งที่ผมพูดได้คือเราในฐานะเพื่อนร่วมโลกต้องทำให้ดีกว่านี้

“ขอขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับคนที่มอบความรักและแรงสนับสนุนที่มีเสมอมา”

ปีกดาวรุ่งชาวแคนาดาผู้นี้ทำผลงานได้ดีในรายการดังกล่าวจนไปเตะตาแมวมองหลายทีมทั่วยุโรป

แข้งวัย 22 ปีทำไป 3 ประตูกับ 3 แอสซิสต์จากการลงสนามให้กับต้นสังกัดก่อนมีชื่อติดทีมชาติในโกลด์ คัพซัมเมอร์นี้ และเกมดังกล่าวถือเป็นประตูแรกในนามทีมชาติของเขา

เพียงไม่นานหลังจากทำประตูได้ มีข่าวลือเกิดขึ้นมากมายในยุโรปเกี่ยวกับตัวของบูคาแนน และกุนซือเรฟโวลูชัน บรูซ อารีน่า รู้ดีว่ามีข้อเสนอยื่นเข้ามา

“เอาล่ะ เราได้รับข้อเสนอ และพวกเขาก็ยื่นข้อเสนอด้วยเงินก้อนโตในมุมมองของผม” อารีน่าให้สัมภาษณ์กับ 98.5 The Sports Hub

“เราค่อนข้างยืนกรานถึงความจริงที่ว่าเราจะไม่ปล่อยนักเตะคนใดออกจากทีมในปีนี้ และถ้ามีการย้ายทีมเกิดขึ้นมันจะเกิดขึ้นในเดือนมกราคม

“ผมพูดคุยกับหลายสโมสรในยุโรปว่ามีความสนใจ (ในตัวของบูคาแนน) และกับนักเตะคนอื่น ๆ เช่นเดียวกัน

“การซื้อขายคือเศรษฐกิจในวงการฟุตบอล ทุกอย่างมีส่วนหมด แต่ตอนนี้และผมเชื่อว่า (เจ้าของทีม) ก็รู้สึกแบบเดียวกันว่าเราต้องการเก็บทีมไว้ด้วยกันในปีนี้ และรอดูว่าเราจะประสบความสำเร็จมากขึ้นด้วยการเข้าไปเล่นในรอบเพลย์ออฟหรือไม่”