‘หัวขิง’คาใจ ถาม VAR ดูได้นานขนาดไหน -ยันไม่ยกเป็นข้ออ้าง!

สตีเว่น เจอร์ราร์ด กุนซือแอสตัน วิลล่า คาใจเรื่องเวลาที่ผู้ตัดสินใช้ตรวจสอบจังหวะในเกมผ่าน VAR ก่อนริบประตูของ แดนนี่ อิงส์ ในเกมที่สิงห์ผงาด บุกแพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกรอบเอฟเอ คีพ รอบ 3 เมื่อคืนที่ผ่านมา

เป็นเกมที่แอสตัน วิลล่า ถูก VAR ริบประตูคืนถึงสองหน โดยเฉพาะช่วงต้นครึ่งหลังที่ผู้ตัดสิน ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ ใช้เวลานานถึง 3 นาทีครึ่งในการเช็คจังหวะปัญหากับทีมงานวีเออาร์ ก่อนวิ่งไปดูจอมอนิเตอร์ด้วยตัวเอง

ในจังหวะดังกล่าว จอห์น แม็คกินน์ เปิดฟรีคิกเข้าไปในกรอบเขตโทษ ถึง จาค็อบ แรมซีย์ ที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า และไปสกัดทำฟาล์วใส่ เอดินสัน คาวานี่ จนล้ม โขกบอลกลับมาให้ แดนนี่ อิงส์ ยิงจ่อๆเข้าไป ส่วนนาทีที่ 59 โอลลี่ วัตกินส์ ส่งบอลแตะตาข่ายได้อีกครั้ง แต่ก็โดนเช็คล้ำหน้าย้อนหลังตั้งแต่จังหวะหลุดขึ้นมาของ แดนนี่ อิงส์ ทำให้แอสตัน วิลล่าพลาดได้ประตูในทั้งสองจังหวะ

สุดท้ายเป็นลูกทีมของเจอร์ราร์ดที่ตกเป็นฝ่ายแพ้ปีศาจแดงอย่างหวุดหวิด 1-0 จากประตูชัยต้นเกมของ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ตกรอบเอฟเอ คัพตั้งแต่เกมแรกที่อดีตแข้งหงส์แดงลงคุมทีมในรายการนี้

หลังจบเกม บอสใหญ่วิลล่า ออกอาการหัวเสียกับ ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ ที่ใช้เวลาเช็ค VAR นานเกินไปจนทำให้รูปเกมที่กำลังต่อเนื่องต้องสะดุด

“พวกเขาสามารถใช้เวลาได้มากแค่ไหนกันแน่ ? ผู้ตัดสินใช้เวลา 3 นาทีครึ่งในการตัดสินจังหวะนี้ พวกเขาพิจารณา 2-3 เหตุการณ์จากจังหวะนั้น” เจอร์ราร์ด กล่าว

“ไลน์แมนบอกว่าเป็นเพราะ จาค็อบ ไปขัดขวางการเล่นของ คาวานี่ มันไม่ได้ซับซ้อนถึงขนาดต้องใช้เวลานาน 3 นาทีครึ่ง และมันน่าผิดหวังในขณะที่รูปเกมกำลังเข้าทางเรา ณ ตอนนั้น ซึ่งก็ทำให้จังหวะของเราต้องสะดุดไป”

“เมื่อมี VAR ให้ใช้ และผลการตัดสินออกมา ยังไงคุณก็ต้องยอมรับมัน คุณไม่สามารถไปทำอะไรเพื่อเปลี่ยนแปลงมันได้ การเอาตัวรอดง่ายๆจากเกมนี้คือโทษดวงและผู้ตัดสิน แต่เราจะไม่ทำแบบนั้น”

“มันทำใจได้ลำบาก ตอนที่ผมเข้ามาทำงานใหม่ๆ ผมมองรายการนี้ไว้เป็นโอกาสในการพาทีมไปได้ไกล แต่ตอนนี้เราตกรอบเอฟเอ คัพแล้ว”

“นักเตะเราทุ่มเทเป็นอย่างมากในแง่ของประสิทธิภาพ แต่เรายังต้องเรียนรู้ เพื่อลดช่องว่างของศักยภาพที่อยู่ในเกณฑ์เกือบดีพอ เราครองเกมได้เป็นส่วนใหญ่ แต่เรายังไม่เด็ดขาดพอ”