ขอพูดบ้าง!”โอซิล”เอ่ยปากครั้งแรก เหตุไม่หั่นค่าเหนื่อยช่วยปืนช่วงโควิด!

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

เมซุต โอซิล เพลเมกเกอร์จอมปัญหาจากอาร์เซน่อล ออกมาชี้แจงประเด็นเลือกปฏิเสธที่จะลดค่าจ้างของตัวเองลงเพื่อช่วยพยุงสโมสรในช่วงไวรัสโควิด-19 ระบาด แม้ว่าจะเป็นนโยบายของทางไอ้ปืนใหญ่ก็ตาม

อาร์เซน่อลเป็นอีกทีมที่รับผลกระทบจากช่วงโควิด-19ระบาดไปเต็มๆ จนไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายเดิมที่มีอยู่ จึงขอนักเตะในทีมช่วยกันลดค่าจ้างคนละ 12.5% ซึ่งนักเตะทุกคนก็ยินดีที่จะอุ้มสโมสรตามกำลังที่พวกเขาทำได้ มีเพียงแต่เมซุต โอซิล คนเดียวเท่านั้นที่ปฏิเสธให้ความร่วมมือ โดยไม่เคยออกมาแจงประเด็นนี้ให้ใครได้ทราบมาก่อน

ล่าสุดแข้งวัย 31 ปี ทนเสียงวิจารณ์ไม่ไหว ออกมาชี้แจ้งชัดเจนถึงเหตุผลที่ตัดสินใจปฏิเสธการลดค่าจ้าง เนื่องจากไม่ได้รับข้อมูลรายละเอียดที่มากพอตามร้องขอ รวมไปถึงภาระที่ผูกมัดกับทางครอบครัว เช่นเดียวกันกับมูลนิธิต่างๆที่ดูแลอยู่ และมองว่าสโมสรตัดสินใจดำเนินเรื่องเร็วทั้งๆที่ไม่ได้ชี้แจงรายจ่ายให้ชัดเจนก่อน

“ในฐานะนักเตะ เราทุกคนต้องการช่วยเหลือ แต่เราจำเป็นต้องได้รับข้อมูลมากกว่านี้ และมีคำถามมากมายที่ไม่ได้รับคำตอบ” โอซิล กล่าว

“ทุกคนโอเคกับการเว้นพักการรับค่าเหนื่อยในช่วงที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ผมยินดีถ้าได้ช่วยมากกว่านี้ด้วยซ้ำ หรือลดค่าจ้างก็ได้ ถ้าสถานการณ์ฟุตบอลและภาพรวมทางการเงินมันชัดเจนกว่านี้ แต่เรารีบเร่งจนเกินไปโดยที่ไม่ได้มีการปรึกษาอย่างเหมาะสม”

“ในสถานการณ์แบบนี้ ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะได้รู้ความเป็นไปทุกอย่าง ได้รู้เหตุผลว่าทำไมมันถึงเกิดเรื่องและเงินเหล่านั้นไปไหน แต่เราไม่ได้ข้อมูลที่เพียงพอ เราเหมือนถูกบังคับให้ตัดสินใจ มันเร็วเกินไปสำหรับการตัดสินใจที่มีความสำคัญและมีความกดดันสูงแบบนี้”

“มันไม่แฟร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็ก ๆ ในทีม ผมจึงปฏิเสธ ผมมีลูกอยู่ที่บ้าน และมีครอบครัวที่นี่, ในตุรกี และในเยอรมันที่ต้องดูแลผ่านองค์กรการกุศล และผมยังมีโปรเจ็คต์ใหม่ที่จะช่วยเหลือผู้คนในลอนดอน”

“ทุกคนที่รู้จักผม พวกเขารู้ว่าผมใจกว้างแค่ไหน เท่าที่ผมรู้ ผมไม่ใช่คนเดียวที่ปฏิเสธการลดค่าจ้าง แต่ชื่อของผมกลับหลุดออกมาคนเดียว”

“ผมขอเดาว่ามันเกิดขึ้นเพราะเป็นผมนี่แหละ ในช่วงสองปีที่ผ่านมา หลายๆคนพยายามจะทำลายตัวผม ทำให้ผมไม่มีความสุข พวกเขาพยายามชักจูงให้แฟนบอลต่อต้านผม และภาพที่ถูกเสนออกมามันไม่ถูกต้อง”

“และมันก็เป็นไปได้ด้วยที่การตัดสินใจครั้งนี้ ส่งผลต่อโอกาสในสนามของผม อันนี้ผมก็ไม่แน่ใจ แต่ผมไม่เกรงกลัวจะยืนข้างในสิ่งที่ผมมองว่าถูกต้อง แล้วเมื่อคุณดูสิ่งที่เกิดขึ้น บางทีผมอาจจะถูกก็ได้”