5 เพชรฆาตสาวในศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2019!!

ศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2019 ถือเป็นฟุตบอลโลกหญิงครั้งที่ 8 ในประวัติศาสตร์วงการลูกหนัง ซึ่งหากจะพูดถึงกุญแจดอกสำคัญสู่บัลลังค์แชมป์คงหนีไม่พ้นผู้เล่นในตำแหน่งสไตร์เกอร์หรือกองหน้านั้นเอง

การที่ทีมหนึ่งจะประสบความสำเร็จในทัวร์นาเม้นใหญ่ จะต้องอาศัยความสามารถของผู้เล่นทุกคนในสนาม โดยเฉพาะจอมถล่มประตูที่แต่ละชาตินั้นขาดไม่ได้ วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ 5 เพชรฆาตสาวชื่อดังที่พร้อมลงโทษแผงหลังในทุกคราวที่พวกเธอมีโอกาส!

มาร์ตา : ทีมชาติบราซิล กองหน้า

มาร์ตาหรือในชื่อเต็มๆว่า มาร์ตา วิเอรา ดา ซิลวา คือซุปเปอร์สตาร์สาวชาวแซมบ้า ผู้เป็นเจ้าของตำแหน่งดาวซัลโวตลอดกาลในศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก จนได้รับฉายาจากแดนบ้านเกิดว่า “เปเล่หญิง”

ในวัย 33 ปี หัวหอกจากออร์แลนโด้ ไพรด์ ไม่ได้มีท่าทีโรยราให้เห็นแต่อย่างใด ได้รับเลือกให้ขึ้นรับรางวัลนักเตะหญิงยอดเยี่ยมประจำปีของฟีฟ่าเมื่อปีก่อน เรียกว่าได้มาจนเบื่อก็ได้ เมื่อเธอซิวรางวัลนี้เป็นครั้งที่ 6 ในชีวิต ซึ่งเธอเคยทำได้ถึง 5 ปีติดต่อกันระหว่างปี 2006-2010

และจากการที่เธอนั้นถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในสตรีอันเป็นแบบอย่างของบราซิล มาร์ตาคือแข้งสาวที่มีรายได้มากที่ในโลกในปัจจุบัน แถมเธอยังได้รับเกียรติให้เป็นผู้นำธงโอลิมปิคที่ริโอ เมื่อปี 2016 และยังเป็นสุภาพสตรีรายแรกที่ได้ประทับฝ่าเท้าบนซีเมนต์ อยู่ที่ มาราคาน่า สเตเดี้ยม ในเมืองริโอ อีกด้วย

ด้วยเทคนิคอันยอดเยี่ยม ทักษะและการเคลื่อนไหวที่ไม่แพ้ผู้ชาย รวมถึงการทำประตูอันหนักหน่วง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด หากเธอจะได้รับการยกย่องว่าเป็นนักฟุตบอลหญิงที่เก่งที่สุดตลอดกาล

คริสติน ซินแคลร์ : ทีมชาติแคนาดา กองหน้า

คงไม่มีผู้ศูนย์หน้าหรือผู้เล่นคนไหนที่มีฟอร์มการเล่นที่คงเส้นคงวาได้มากกว่าคริสติน ซินแคลร์ อีกต่อไปแล้ว เธอถล่มไปถึง 181 ประตูตลอดช่วงเวลาที่รับใช้ทีมชาติ

มีบ่อยครั้งที่เธอนั้นถูกมองข้าม จากการที่เธอนั้นไม่เคยคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมหรือดาวซัลโวประจำลีก หากแต่คริสตินนั้นเคยมีชื่อเข้าชิงรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำปีของฟีฟ่ามาแล้วถึง 7 ครั้งด้วยกัน และถึงแม้ว่าเธอจะอายุย่างเข้า 36 ปี ในช่วงฟุตบอลโลกหนนี้ แต่ตราบใดที่ยังมีชื่อของคริสติน ซินแคลร์อยู่ในทีม เธอก็ยังคงเป็นกุญแจสำคัญให้กับทีมชาติแคนาดาของเธออยู่เสมอ

สำหรับซินแคลร์ในวัยโค้งสุดท้ายของอาชีพค้าแข้ง เธออาจใช้ความเร็วเล่นงานกองหลังไม่ได้เหมือนครั้งในอดีต แต่ก็ไม่มีผู้เล่นคนไหนที่สามารถควบคุมเกมในสนามได้ดีเท่าเธออีกแล้ว ปัจจุบันเธอกลายเป็นเพลเมกเกอร์มันสมองของทีม ซินแคลร์สามารถหาช่องว่างพร้อมกับการเคลื่อนที่อันชาญฉลาดที่พร้อมจะหนีจากตัวประกบได้ทุกเมื่อ และในฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลกครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายสำหรับเธอแล้วที่เราจะได้ชื่นชมในฝีเท้าอันเป็นที่น่าจดจำนี้

แซม เคอรร์ : ทีมชาติออสเตรเลีย กองหน้า

แซม เคอรร์คือเพชรฆาตหน้าปากประตูของชาวออสซี่อย่างแท้จริง เธอคือความอันตรายที่พร้อมจะกระซวกประตูในทุกครั้งที่สัมผัสบอล กวาดรางวัลส่วนตัวเรียกได้ว่าเรียบ ไม่ว่าจะเป็นการคว้ารางวัลรองเท้าทองคำ 2 สมัยซ้อนจากเนชั่นแนลวีแมนซ็อคเกอร์ลีก ก่อนเข้าร่วมแคมป์ทีมชาติออสเตรเลีย ด้วยการฝากผลงานซัด 6 ประตู จาก 6 เกมในซีซั่นนี้ ก่อนกลับมาพิสูจน์ตัวเองในลีกบ้านเกิดด้วยการคว้ารางวัลรองเท้าทองคำในลีกออสเตรเลียได้อีกด้วย ทั้งนี้หัวหอกจาก ชิคาโก้ เรด สตาร์ยังบันทึกสถิติถล่มประตูไป 79 ประตู จาก 83 เกมให้กับต้นสังกัด อีกทั้งผลงานในนามทีมชาติก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเลย ซัดไปถึง 23 ประตูจาก 26 เกมให้กับทัพสาวจิงโจ้ แซม เคอรร์คือสาวมหัศจรรย์อย่างแท้จริง เธอไม่เคยหลุดจากฟอร์มเก่งเลยในช่วง2-3 ปีที่ผ่านมา ไม่มีใครหยุดเธอจากการล่าตาข่ายได้เลยจริงๆ

และไม่แปลกเลยหากเธอจะเป็นความแข็งแกร่งให้ทีมชาติออสเตรเลียในฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลกครั้งนี้ แม้ว่าพวกเธอจะเพิ่งเผชิญปัญหาจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก่อนทัวร์นาเม้นจะเปิดฉากอย่างการเปลี่ยนโค้ชกระทันหัน หรือจุดอ่อนในปนวรับของทีม แต่ด้วยศักยภาพที่เกินหน้าเกินตาเพื่อนร่วมทีมของแซม เคอรร์ เชื่อว่าสปีดและการจบสกอร์อันเด็ดขาดของเธอนั้นพร้อมที่จะพาทัพมาทิลดาส์(ฉายาทีมออสเตรเลียหญิง) สยบทุกคู่แข่งที่ขวางหน้าในฟุตบอลโลกครั้งนี้

วิเวียนน์ มีเดอม่า : ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ กองหน้า

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2015 สภาพของทีมชาติเนเธอร์แลนด์หญิงนั้นยังไม่พร้อมสำหรับศึกหนักในการลุยทัวร์นาเม้นใหญ่เป็นครั้งแรก นั้นรวมถึงหนูน้อยที่มีชื่อว่า วิเวียนน์ มีเดอม่าในวัย 19 ปีด้วยเช่นกัน หัวหอกวัยละอ่อนที่มีชื่อเสียงเลืองลือกลับรู้สึกประหม่าในยามที่ต้องลงรับใช้ชาติบ้านเกิดบนเวทีใหญ่

ประสบการณ์คือเครื่องหล่อหลอมความแข็งแกร่งให้นักรบสาวแห่งแดนกังหัน พวกเธอกลับมาอีกครั้งในอีก 2 ปีให้หลังด้วยการเถลิงแชมป์เป็นเจ้ายุโรปเมื่อปี 2017 โดยมีมีเดอม่าเป็นดาวซัลโวสูงสุด ณ ตอนนั้น ซึ่งนับตั้งแต่นั้นมาเธอก็มีแต่จะเก่งขึ้นเรื่อยๆ

เธอคือเจ้าของตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมหญิงแห่งปีของพีเอฟเอประจำฤดูกาลล่าสุด จากผลงานซัดไปถึง 20 ประตู พา อาร์เซน่อล ครองแชมป์ลีกหญิงซีซั่น 2018-19

มีเดอม่า ถือเป็นเครื่องจักรถล่มประตูโดยแท้ จากสถิติที่ยิงให้ทีมชาติไปแล้วเหยียบๆ 60 ลูก ทั้งที่ยังติดทีมชาติไม่ถึง 80 นัด โดยต้องไม่ลืมว่า เธออายุแค่ 22 ปีเท่านั้น

หัวหอกทัพปืนโตซัดไป 31ประตูจาก 27 เกมให้อาร์เซน่อลในซีซั่นนี้ บวกกับอีก 11 ประตูจาก 16 เกมในนามทีมชาติ และถึงแม้ว่าเธออาจจะไม่ใช่กองหน้าที่ครบเครื่องเรื่องทำประตูหรือสมบูรณ์แบบเหมือนบรรดาสตาร์สาวคนอื่นๆในโลก แต่ด้วยสถิติการยิงประตูถล่มทลายที่เธอมี ความสมบูรณ์แบบนั้นก็คงไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว ที่เหลือคงเป็นหน้าที่ของสาวๆแดนกังหันที่มีหน้าที่ที่จะต้องป้อนให้เธอได้ทำประตูให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ในทัวร์นาเม้นสุดยิ่งใหญ่อย่างฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลกครั้งนี้

อเล็กซ์ มอร์แกน : ทีมชาติสหรัฐอเมริกา กองหน้า

เรียกได้ว่าชื่อนี้น่าจะเป็นที่จดจำของคนไทยอย่างขึ้นใจไม่มากก็น้อยสำหรับกองหน้าสาวมะกันอย่าง อเล็กซ์ มอร์แกน โดยการที่เธอกระซวกทัพชบาแก้วแบบไม่เลี้ยงถึง 5 ประตู จากเกมที่ทีมชาติสหรัฐอเมริกาสร้างประวัติศาสตร์ถล่มทีมชาติไทยของเราไปถึง 13-0 ในนัดเปิดหัวแมตช์ที่ 2 ของกลุ่มเอฟ

มอร์แกนเป็นดั่งอาวุธสุดเยือดเย็นให้กับเกมรุกของทีมชาติสหรัฐอเมริกาหญิงมาตลอดช่วงทศวรรศที่ผ่านมา แต่ในปัจจุบันเธอนับว่าเปลี่ยนไปมากจากวันที่เธอแจ้งบนสังเวียนลูกหนัง แรกเริ่มเดิมทีเธอเป็นตัวเข้าฮอสชั้นยอด มีความมั่นใจในความเร็วของตัวเองสูง แต่ตอนนี้เธอมีหน้าที่รับผิดชอบในการลงมาล้วงบอลเองในตำแหน่งกองหน้าตัวต่ำ และบ่อยครั้งที่เราจะเห็นเธอเสียสละลงไปเซ็ตเกมให้เพื่อนร่วมทีมด้วยตัวเอง

หากมีคนสงสัยว่าเธอเป็นกองหน้าแท้ๆ แต่ทำไมไม่ชอบไปรออยู่ในกรอบ? คำตอบก็คือเธอไม่ใช่กองหน้าประเภทคอยบอลในกรอบอีกต่อไปแล้ว มอร์แกนจะคอยเก็บบอลเพื่อเริ่มต้นทำเกมรุก หรือเป็นตัวจ่ายบอลก่อนก่อนทำแอสซิสต์ และสร้างสรรค์การโจมตีคู่ไปกับเพื่อนร่วมทีมของเธอ

มอร์แกน ยิงให้ทีมชาติสหรัฐอเมริกาไปแล้วมากกว่า 100 ประตู และได้แชมป์ใหญ่มาแล้วครบถ้วน ทั้งแชมป์ทวีป, แชมป์ฟุตบอลโลก และเหรียญทองโอลิมปิค และไม่ต้องสงสัยเลยหากฟุตบอลโลกหญิงหนนี้เธอจะเป็นหนึ่งในเต็งจ๋าที่จะคว้ารางวัลรองเท้าทองคำอันทรงเกียรติไปครองเมื่อทัวร์นาเม้นปิดฉาก