“ไมเคิ่ล คีน” “สักวันผมต้องกลับโอลด์ แทรฟฟอร์ด!”

“ไมเคิ่ล คีน” อีกหนึ่งปราการหลังเลือดผู้ดี ที่มีฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมกับทั้งสโมสรและทีมชาติในช่วงที่ผ่านมา จนถูกหลายทีมจับตามองอย่างใกล้ชิด

อดีตเยาวชนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดรายนี้ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักในแผงหลังของเอฟเวอร์ตันในฤดูกาลนี้ คีนตกเป็นเป้าหมายอันดับ 1 ของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส ถูกวางให้เข้ามาทดแทน โทบี้ อันเดอร์ไวด์เรลด์ ที่กำลังจะหมดสัญญากับทีม รวมถึง แยน แฟร์ตองเก้น ที่กำลังจะเข้าสู่วัย 32 ปี

แต่ที่มาที่ไปของเขาเป็นมายังไง? อะไรที่ทำให้เจ้าตัวเป็นแข้งฟอร์มฮ็อตอย่างทุกวันนี้ เราไปทำความรู้จักกับแข้งที่ต่อสู้ชีวิตด้วยพรแสวงของตัวเองอย่าง “ไมเคิ่ล คีน” กันเลยดีกว่า

“ไมเคิ่ล วินเซนต์ คีน” เกิดเมื่อวันที่ 11 มกราคมปี 1993 ที่สต็อคพอร์ท ในเกรทเตอร์ แมนเชสเตอร์, สหราชอาณาจักร เป็นลูกชายของคุณแม่ จาเน็ทและคุณพ่ออีดาน คีน ที่ให้กำเนิดลูกชายฝาแฝด วิลเลี่ยมและไมเคิ่ล คีน

พ่อของคีนเป็นชาวไอริชที่อพยพมาอยู่ในประเทศอังกฤษตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ในขณะที่จาเน็ท ผู้เป็นแม่ก็เป็นชาวไอริชเช่นกัน ซึ่งทั้งคู่ต่างมีความชื่นชอบในกีฬาฟุตบอลเหมือนกัน โดยเฉพาะจาเน็ท ที่คอยสนับสนุนลูกชายของเธอด้วยการตามไปดูลูกที่สนามฟุตบอลอยู่เสมอ และจะติดตามดูทางทีวีทุกครั้งเมื่อเธอต้องเดินทางไปนอกประเทศอังกฤษ

เจ้าหนูจากเมืองผู้ดีที่มีเชื้อชาติของชาวไอริชติดท้ายมา เติบโตมาในครอบครัวชนชั้นปานกลาง แถวชานเมืองฮีตัน เมอร์ซี่ ในเกรทเตอร์ แมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ถูกเลี้ยงมาพร้อมกับวิลเลี่ยม คีน คู่แฝด ซึ่งตั้งแต่เล็กคีนจะเป็นเด็กที่ร่าเริงอยู่เสมอ แต่สิ่งที่สำคัญก็คือ ความรักที่เขามีต่อฟุตบอลและความใฝ่ฝันในวัยเยาว์ที่จะได้ลงเล่นในโอลด์ แทรฟฟอร์ด สักครั้ง

และจุดเริ่มต้นของการมุ่งมั่นสู่โรงละครแห่งความฝันของไมเคิ่ลนั้นก็ต้องย้อนกลับไปในปีที่เขาเกิด ซึ่งบังเอิญว่าเป็นปีเดียวกันกับที่อดีตยอดกุนซือของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีกครั้งแรก จาก 13 ครั้งทั้งหมดที่เขาทำได้กับทัพปีศาจแดง

ยิ่งไปกว่านั้น พ่อของไมเคิลยังเป็นแฟนบอลของแมนฯยูไนเต็ด และเขาก็ไม่พลาดที่จะซื้อตั๋วปีที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เพื่อนำลูกชายทั้งสองเขาไปชมเกม เผื่อว่ามันจะหล่อหลอมหัวใจของเจ้าหนูทั้งสองให้เป็นสีแดงได้สักวัน หลายปีผ่านไปความปราถนาของ อีดาน คีน ผู้เป็นพ่อมันยิ่งกว่าเป็นจริงเสียอีก ไม่ใช่เพียงแค่พวกเขาจะเป็นแฟนบอลของทัพปีศาจแดงเท่านั้น แต่ทั้งคู่ยังได้รับโอกาสเข้าไปร่วมซ้อมกับสโสมรในวัย 11 ปี ณ ตอนนั้น

ไมเคิลเข้ารับการศึกษาที่วิทยาลัย เซนต์ บีด ในแวลลี่ เรนจ์ โซนที่ห่างจากใจกลางเมืองแมนเชสเตอร์ไป 2 ไมล์ โดยระหว่างอยู่ที่โรงเรียน คีนก็มักจะทุ่มเทเวลาไปกับฟุตบอลเสียมากกว่าเนื้อหาทางวิชาการที่โรงเรียนพยายามป้อน และจากความบ้าในกีฬาลูกหนังนี้เอง ทำให้เจ้าหนูคีนในวัย 16 ปี สามารถสอดแทรกเข้าไปเป็นนักเรียนทุนในอะคาเดมี่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้สำเร็จเมื่อปี 2009

นับวันเจ้าตัวจะมีแต่ยิ่งทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับฟุตบอล ก่อนตัดสินใจลาออกจากวิทยาลัย เซนต์ บีด เพื่อเปิดทางให้ตัวเองได้ใช้เวลาอยู่ในสนามฟุตบอลให้มากขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตาม นั้นไม่ได้หมายความว่าคีนจะทอดทิ้งการเรียนของเขาเลยซะทีเดียว เขาเรียนได้เกรด เอ ในวิชาฟิสิกส์ ,เคมี ,และชีวะ จากการจ้างติวเตอร์ส่วนตัวมาช่วยสอน

หลังจากเจ้าตัวประกายแสงแจ่มจรัสในศูนย์ฝึกเยาวชนของทัพปีศาจแดง มันก็ไม่ช้านักที่อเล็กซ์ เฟอร์กูสันจะรู้ตัวว่ามันถึงเวลาแล้วที่ควรให้โอกาสเจ้าหนูรายนี้กับทีมชุดใหญ่สักครั้ง ในที่สุดคีนก็ได้เซ็นสัญญาอาชีพกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในวันเกิดครบ 18 ปีของเขาพอดิบพอดี ซึ่งในที่สุดเจ้าหนุ่มน้อยที่เปี่ยมไปด้วยคาดหวังและความมั่นใจรายนี้ ก็ได้ลงสนามรับใช้ทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในฐานะตัวสำรองในเกมลีก คัพเมื่อวันที่ 25 ตุลาคมปี 2011

ในเวลาต่อมา เมื่อวันที่ 26 กันยายน ปี 2012 เขาก็ได้รับโอกาสเป็นตัวจริงเป็นครั้งแรกในเกม ลีกคัพกับนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ซึ่งไมเคิ่ลก็มีช่วงพีคของตัวเองในช่วงเริ่มต้นอาชีพค้าแข้งอยู่เหมือนกัน เมื่อสามารถช่วยทีมสำรองของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคว้าแชมป์ ลีกสำรองประจำโซนเหนือและเนชั่นนัลลีกรอบ เพล-ออฟ ในช่วงฤดูกาล 2011-2012 มาครองได้สำเร็จ แถมเจ้าตัวยังแรงไม่หยุด ได้รับคะแนนโหวตมากที่สุดจนคว้ารางวัล ผู้เล่นทีมสำรองยอดเยี่ยมของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดประจำปี 2012 มาครองได้อีกด้วย

ความตั้งใจและเอาจริงเอาจังของคีนส่งผลให้เจ้าตัวได้รับโอกาสสัมผัสเกมกับทีมชุดใหญ่มากขึ้น ก่อนถูกส่งตัวไปเก็บเลเวลกับ เลสเตอร์ ซิตี้ , ดาร์บี้,และแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส

ไมเคิ่ลกลับมาอยู่กับแมนฯยูไนเต็ดอีกครั้ง หากแต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าเขาจะได้รับโอกาสลงเล่นที่น้อยลงกว่าเดิม จนโอกาสในการฉายแสงในสโมสรใหญ่แห่งนี้ดูเหมือนจะริบหรี่ลงไปทุกที ประจวบกับการที่เจ้าตัวไม่รู้ว่าดวงตกหรืออะไร? เมื่้อต้นสังกัดที่เขาคลั่งไคล้มาตลอดอย่างยูไนเต็ด ไม่มีแผนที่จะยื่นสัญญาฉบับใหม่ให้กับเขาอีกแล้ว

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกันยายนปี 2014 เป็นเวลาที่เขาถูกส่งยืมตัวไปให้เบิร์นลี่ย์ใช้งาน และเป็นสโมสรแห่งนี้เองที่ทำให้คีนหลุดจากสัญญายืมตัว เมื่อเบิร์นลี่ย์จัดการคว้าลายเซ็นของเขาไปร่วมทีมด้วยสัญญา 3 ปีครึ่ง แบบไม่เปิดเผยค่าตัว

การย้ายมาแบบถาวรของเขาไม่ทำให้เบิร์นลี่ย์ผิดหวัง ไมเคิ่ลเริ่มต้นซีซั่นเต็มๆครั้งแรกกับสโมสรด้วยการซัดประตูในเดือนแรกของฤดูกาล 2015/2016 ก่อนช่วยต้นสังกัดใหม่เลื่อนชั้นกลับมาสู่พรีเมียร์ ลีกอีกครั้ง และยังเป็นหนึ่งในผู้เข้าชิงรางวัลผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยมของ PFA ในปีดังกล่าวร่วมกับ เดเล่ อัลลี่ ,แฮร์รี่ เคน ,โรเมลู ลูกากู ,จอร์แดน พิคฟอร์ด,และเลรอย ซาเน่อีกด้วย

และจากฝีเท้าที่ได้มาเพราะพรแสวงของตัวเองล้วนๆ ส่งผลให้ในที่สุด ก็เป็นเอฟเวอร์ตันที่สอยเขาเข้ามาร่วมทีมต่อจาก พิคฟอร์ด, คลาสเซ่น , ออนเยคูรู และ รามิเรซ โดยคาดกันว่าค่าตัวของคีนจะสูงถึง 30 ล้านปอนด์เลยทีเดียว

โดยแม้ว่าเวลาและสถานการณ์จะพัดพาคีนให้หลุดลอยไปไกลจากความตั้งใจที่จะได้เฉิดฉายในโรงละครแห่งความฝัน แต่เขาก็ไม่เคยลืมความฝันที่ว่า สักวันหนึ่งเขาจะต้องกลับไปเป็นขวัญใจของสาวก”เดอะ เรดเดวิลส์”ให้ได้

*สำหรับวิลเลี่ยม คีน ฝาแฝดของไมเคิ่ลปัจจุบันถูกฮัลล์ ซิตี้ปล่อยให้อิปสวิช ทาวน์ยืมตัวไปใช้งานอยู่ในลีก เดอะแชมเปี้ยนส์ ชิพ