ยิงให้โลกจำ! เปิด 5 แข้งมีสิทธิ์คว้า “โกลเด้น บู๊ท” ชปล.ฤดูกาลนี้

ใกล้ถึงเส้นชัยเข้ามาทุกที สำหรับ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกฤดูกาลนี้ โดยจะมีเพียงสี่ทีมเท่านั้นที่จะผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากทีมที่จะชู “บิ๊กเอียร์” กลางสนาม ว่านต๋า โปลิตาโน่ ยังมีรายละเอียดเล็ก ๆ ที่น่าสนใจอย่างรางวัล แชมเปี้ยนส์ ลีก โกลเด้น บู๊ท

ซึ่งเป็นรางวัลที่จะมอบให้นักเตะที่ทำประตูได้มากที่สุดในรายการนี้ตลอดทั้งฤดูกาล

และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นผู้ครองสถิติคว้ารางวัลนี้มากที่สุดถึง 7 ครั้ง โดยที่ 6 ครั้งหลังสุดเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว

เราจึงได้รวบรวม 5 แข้งที่มีสิทธิ์คั่วรางวัลนี้

 

5. คริสเตียโน่ โรนัลโด้: 5 ประตู (ยูเวนตุส)

แข้งโปรตุกีสรายนี้ต้องมีชื่อติดอย่างแน่นอน และฟอร์มถล่มประตูของเขาก็ดูจะไม่ลดน้อยถอยลงไป ถึงแม้เจ้าตัวเพิ่งจะมีอายุครบ 34 ปีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

สถิติของโรนัลโด้อยู่ในขั้นที่น่าเหลือเชื่อ โดยเฉพาะในแชมเปี้ยนส์ ลีก

กับทั้งหมด 125 ลูก เขากลายเป็นดาวซัลโวตลอดกาลของรายการนี้ และต้องการอย่างยิ่งที่จะคว้าโกลเด้น บู๊ทเป็นสมัยที่เจ็ดติดต่อกัน

ถึงแม้ว่าจะออกสตาร์ทฤดูกาลได้อย่างเชื่องช้า โดยทำได้เพียง 1 ประตูจาก 6 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม โรนัลโด้กลับเค้นฟอร์มเก่า ๆ ออกมาได้อย่างทันใจ โดยทำแฮตทริคในเกมที่เจอกับ แอตเลติโก มาดริด รอบที่ผ่านมา

ก่อนที่จะซัดอีก 1 ตุงในเกมที่ออกไปเยือนอาแจ็กซ์นัดแรก และแน่นอนว่าในนัดที่สองก็มีโอกาสเพิ่มขึ้นที่เจ้าตัวจะบวกประตูเพิ่ม

 

4. เซร์คิโอ้ อเกวโร่: 5 ประตู (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

อเกวโร่เป็นหนึ่งในกองหน้าที่ฟอร์มคงที่มากที่สุดในยุโรปมาตลอด 1 ทศวรรษที่ผ่านมาในพรีเมียร์ลีก และช่วย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์ได้มากมาย

อย่างไรก็ตาม ฟอร์มการถล่มประตูของเขาในแชมเปี้ยนส์ ลีกกลับไม่เป็นไปอย่างที่ใจนึก

แต่ในฤดูกาลนี้ ดูเหมือนแข้งอาร์เจนไตน์จะทำได้ดีขึ้น อเกวโร่ซัดสามประตูในรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่เอาชนะชาลเก้ 04 ด้วยประตูรวม 10-2 แต่เจ้าตัวกลับซัดจุดโทษไม่เข้าในเกมที่พ่ายท็อตแน่ม 1-0

แข้งวัย 30 ปีจะมีโอกาสแก้ตัวอีกครั้งในเกมนัดที่สองที่สนามของตัวเอง

 

3. มูสซ่า มาเรก้า: 6 ประตู (ปอร์โต้)

มาเรก้าจารึกชื่อตัวเองในแชมเปี้ยนส์ ลีกเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ยามที่เขาทำประตูที่สองช่วยให้ปอร์โต้เอาชนะโรม่าในเกมต่อเวลาพิเศษ 3-1 รอบ 16 ทีมสุดท้าย

ทำให้เขาซัด 6 ประตูติดต่อกันทุกนัด โดยต้องย้อนไปตั้งแต่เกมกับกาลาตาซารายในรอบแบ่งกลุ่มนัดที่สอง

แข้งวัย 27 ปีทำประตูได้ในเกมกับโลโคโมทีฟ มอสโคว์ (ทั้งในบ้านและเกมเยือน), ชาลเก้ 04, กาลาตาซาราย และ โรม่า

เขากลายเป็นคนที่หกในประวัติศาสตร์แชมเปี้ยนส์ ลีกที่ทำ 6 ประตูติดต่อกัน ต่อจาก รุด ฟาน นิสเตลรอย, บูรัก ยิลมาซ, เอดินสัน คาวานี่, มารูยาน ชามัค และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

แต่น่าเสียดายที่พวกเขาต้องพ่ายให้กับลิเวอร์พูล 2-0 ในเกมล่าสุด

และน่าประหลาดใจที่เขาไม่สามารถรักษาฟอร์มฮอตในรายการอื่นได้ โดยที่เขาทำได้เพียง 7 ประตูจาก 23 เกมในลีกสูงสุดของประเทศ

 

2. ดูซาน ทาดิช: 6 ประตู (อาแจ็กซ์)

ทาดิชมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งกับผลงานที่ยอดเยี่ยมของอาแจ็กซ์ในรายการนี้ จนถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ

ทีมยักษ์ใหญ่จากเนเธอร์แลนด์ได้รับคำชื่นชมจากสไตล์การเล่นที่ไหลลื่น และหัวหอกคนสำคัญในการเล่นเกมรุกก็คือ ดูซาน ทาดิช

อดีตนักเตะเซาธ์แฮมป์ตันวัย 30 ปีเป็นแข้งที่มีประสบการณ์มากที่สุดท่ามกลางแข้งดาวรุ่งมากมาย

ความเก่งกาจของเขาเริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือกรกฎาคม ที่เขาช่วยอาแจ็กซ์ทะลุผ่านรอบแบ่งกลุ่มแชมเปี้ยนส์ ลีก โดยทำ 3 ประตูจาก 6 นัด เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย

เขาทำประตูได้ในเกมรอบแบ่งกลุ่มนัดที่สี่ ที่เสมอกับเบนฟิก้าไป 1-1 และมาทำอีก 5 ลูกรวดในสี่เกมหลังจากนั้น ช่วยให้อาแจ็กซ์ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศเป็นครั้งแรกในรอบ 23 ปี

 

1. ลิโอเนล เมสซี่: 8 ประตู (บาร์เซโลน่า)

เมสซี่กลับมาเข้าฝักอีกครั้งในฤดูกาลนี้ และเป็นผู้นำดาวซัลโวในลา ลีก้า เช่นเดียวกับแชมเปี้ยนส์ ลีก

เขาเคยจองสัมปทานรางวัลโกลเด้น บู๊ท 4 สมัยติดต่อกันเมื่อปี 2009 – 2012 แต่ช่วงหลังมานี้ต้องตกอยู่ในร่มเงาของโรนัลโด้มาตลอดในแชมเปี้ยนส์ ลีก

เขาเริ่มฤดูกาลนี้ได้อย่างสวยงาม จากการซัดแฮตทริคในเกมที่เอาชนะพีเอสวี 4-0 ก่อนที่จะบวกเพิ่มอีก 3 ประตูในรอบแบ่งกลุ่ม

เมสซี่ยังโชว์ฟอร์มได้ดีอย่างต่อเนื่องในเกมที่เจอกับลียงรอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยทำได้ 2 แอสซิสต์กับอีก 2 ประตูให้บาร์เซโลน่าผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จเป็นฤดูกาลที่ 12 ติดต่อกัน

ถึงแม้ว่าเจ้าของบัลลงดอร์ 5 สมัยจะทำประตูไม่ได้ในเกมนัดแรกที่เจอกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขยายสถิติที่เจ้าตัวทำประตูไม่ได้ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย 11 นัดติดต่อกัน แต่ดูเหมือนว่าในเกมนัดที่สอง เขาน่าจะมีโอกาสบวกประตูได้