“ฟลอริย็อง โตแว็ง” บาดแผลจากอังกฤษสู่ยอดแข้งเมืองน้ำหอม!

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า โอกาสการลงไปวาดลวดลายในสนามส่งผลโดยตรงต่อนักฟุตบอลในยุคปัจจบันมากมายขนาดไหน ความสนใจจากสื่อจะพุ่งมาที่นักเตะคนหนึ่งจากกิริยาท่าทางที่เขาคนนั้นแสดงออกในสนาม

เรามาถึงยุคที่โซเชี่ยล มีเดียสามารถแผร่กระจายสิ่งที่คุณแสดงในสนามออกไปจนเข้าถึงผู้คนทั่วโลกอย่างรวดเร็ว แฟนบอลยุคใหม่มีรสนิยมการชื่นชอบนักเตะคนโปรดของพวกเขาที่ต่างออกไปจากเมื่อก่อน เราสามารถติดตามความสำเร็จหรือเรื่องราวในชีวิตของนักฟุตบอลได้แบบใกล้ชิดขึ้นผ่านทางอินสตาแกรมหรือสื่อ โซเชี่ยลอื่น

ไม่เหมือนแต่ก่อนที่เราทำได้แค่นั่งหน้าจอทีวีในช่วงสุดสัปดาห์เพื่อชมเพียงแมตช์การแข่งขันโดยที่ไม่ทราบเลยว่า ทีมรักทำอะไรกันตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาหรือเตรียมตัวกันอย่างไรบ้าง อีกทั้งนักเตะเหล่านี้ยังมีอิทธิพลต่อแฟนบอลโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใส่รองเท้าสตั๊ดตาม หรือเปลี่ยนทรงผมตามแข้งในดวงใจอีกด้วย แต่โชคร้ายเหลือเกินสำหรับ ฟลอริย็อง โตแว็ง เมื่อภาพลักษณ์ที่ถูกปล่อยออกไปในช่วงย้ายมาค้าแข้งในเมืองผู้ดี ไม่ได้ส่งผลในแง่บวกต่อเขาเลยแม้แต่น้อย

คงไม่มีการออกสตาร์ทไหนย่ำแย่ไปกว่าการโดนนักเตะตำนานของสโมสรที่เพิ่งย้ายไปอยู่พูดจาดูถูกถากถางอีกแล้ว ย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ที่ อลัน เชียเรอร์ แสดงอาการไม่พอใจกล่าวตำหนิโตแว็งที่เดินทางมาถึงสนามเซนต์ เจมส์ พาร์คในนัดพบวัตฟอร์ดด้วยชุดทักซิโด้แบบจัดเต็มว่า ” ดูเขาสิใส่ชุดทักซิโด้เข้าสนามเนี่ยนะ? เราเล่นฟุตบอลที่นี่ด้วยความจริงจังนะ ในนัดแรกของซีซั่นพวกเราก็ดูตลกมากพอแล้ว แต่วันนี้มันไม่ตลกเลย “

เท่านั้นยังไม่พอ ฮอตชอต ได้ตำหนิฟอร์มการเล่นของ โตแว็ง อย่างรุนแรงผ่านรายการ แมตช์ ออฟ เดอะ เดย์ ในเรื่องสไตล์การเล่นที่ขี้เกียจ ไม่ยอมเสียสละทำเพื่อทีม โดยระบุว่าแข้งรายนี้อาจจะเอาตัวรอดเป็นซูเปอร์สตาร์ในลีก เอิง ได้ในอดีต แต่จะไม่มีวันแจ้งเกิดในลีกที่แข็งแกร่งกว่าอย่าง พรีเมียร์ลีก ได้อย่างแน่นอน

ซึ่งมันก็ทำให้โตแว็งทนนิ่งเฉยต่อไปไม่ได้ ออกมาโต้ตอบคำวิจารณ์ของเชียร์เรอร์ ผ่าน L’Equipe สื่อชื่อดังเมืองฝรั่งเศสว่า เขาไม่ใช่คนเดียวที่ใส่สูทผูกไทค์มาในวันนั้นซะหน่อย พร้อมยืมคำของเพื่อนร่วมทีมในปัจจุบันอย่าง มาริโอ้ บาโลเตลลี่มาใช้ ถามเชียร์เรอร์กลับไปด้วยความสงสัยว่า “why is it always me?” หรือ “ทำไมมีอะไรก็ต้องโทษผมตลอด?”

นอกเสียจากเรื่องชุดสไตล์ สายลับ 007 ที่แฟนบอลพูดถึงในตอนนั้นแล้ว การมายังพรีเมียร์ ลีกของโตแว็ง ยังเป็นที่สนใจไม่น้อย จากการที่สาลิกาดงยอมทุ่มเงิน 13 ล้านปอนด์เพื่อกระชากตัวแข้งอนาคตไกลรายนี้มาจากมาร์กเซย เมื่อปี 2015

ทั้งนี้ทั้งนั้น ปีกเลือดน้ำหอมกลับไม่ได้ลงเล่นเป็นตัวหลักให้กับนิวคาสเซิ่ล พร้อมกับฟอร์มที่สวนทางกับที่แฟนบอลคาดหวังจากวันแรกที่ สตีฟ แม็คคลาเรน เซ็นสัญญาแข้งที่ได้รับการยกย่องจนตัวลอยรายนี้เข้ามาสู่ทีม แต่เหมือนกับผู้จัดการทีมทั่วไป ที่ต้องออกมาปกป้องและคลายความกดดันให้แก่นักเตะของตัวเอง บวกกับความเชื่อใจในตัวนักเตะของแม็คคลาเรน เขายังยืนยันอย่างเสียงแข็งที่จะการันตีในความสามารถของโตแว็ง ถึงกับขนาดขนานนามอดีตตัวรุกจากมาร์กเซยว่าเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่ดีที่สุดของยุโรปเลยทีเดียว จนกระทั่งคำรับปากของกุนซือสาลิกาดงจะถูกทำลายความน่าเชื่อถือลงจากตัวของนักเตะที่เขาภาคภูมิใจเสียเอง

สิ่งที่น่าจดจำที่เขาทิ้งไว้บนเกาะอังกฤษ คือเกมที่นิวคาสเซิ่ลถล่มเอาชนะ นอร์ธแฮมป์ตันในลีก คัพ 4-1 ซึ่งเป็นวันที่โตแว็งค์ทำประตูแรกของเขาในเวทีฟุตบอลเมืองผู้ดี ด้วยลูกวอลเล่สุดงามพร้อมโชว์แอสซิสต์ให้เพื่อนทำประตูในอีก 3 ลูกที่เหลือ ซึ่งแม้ว่ามันจะเกิดขึ้นกับทีมในลีกที่ต่ำกว่า แต่ฟอร์มอันร้อนแรงนี้ก็สามารถจุดประกายความตื่นเต้นในตัวนักเตะรายใหม่คนนี้ให้กับสาวกทูน อาร์มี่ได้ไม่น้อย เพียงแต่น่าเสียดายที่มันไม่ได้หมายความว่าโตแว็งจะได้ไปต่อ เขาปรับตัวกับฟุตบอลอังกฤษไม่ได้เลย จนได้แต่ก้มหน้ารับกรรมว่าเส้นทางบนลีกอันดับ 1 ของเขาได้จบลงแล้ว…

หากเรามองย้อนกลับมาที่จุดเริ่มต้น ก่อนที่ความล้มเหลวในอังกฤษจะมาเยือน.. ณ ดินแดนบ้านเกิดของเขา แข้งซ้ายธรรมชาติรายนี้สร้างชื่อขึ้นมาให้คนได้จดจำจากตัวรุกวัยละอ่อนที่มีฝีเท้าอันเก่งกาจ แต่มันกลับเกิดขึ้นกับทีมเล็กๆบนเกาะคอร์ซิกาอย่าง บาสเตีย ทีมในลีกรองของฝรั่งเศส ที่ที่ซึ่งทำให้เขาเป็นที่สนใจจากคนในวงการฟุตบอลเมืองน้ำหอม จนสามารถช่วยทีมคว้าแชมป์ลีก เดอได้เมื่อปี 2012 ในที่สุด พร้อมกับถูกลีลล์ดึงตัวไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 3.5 ล้านปอนด์ในปีถัดมา

น้อยคนนักที่จะรู้ว่าเขาเคยเป็นนักเตะของ ลีลล์ มาก่อน เพราะดันไม่เคยได้โอกาสลงเล่นแม้แต่นัดเดียว เนื่องจากลีลล์ปล่อยเขากลับไปให้ บาสเตีย เช่าต่ออีก 6 เดือน แต่เมื่อถึงเวลาที่เขาต้องกลับสโมสรที่แท้จริง เขากลับรู้สึกว่าตัวเองนั้นไม่อยากลงเล่นให้ลีลล์อีกแล้ว

ภาพลักษณ์ที่เขาเคยถูกตีราคาให้เป็นแข้งความหวังในอนาคตของวงการฟุตบอลฝรั่งเศส , ชัยชนะและความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในฟุตบอลบอลโลก U-20 ที่ฝรั่งเศสคว้าแชมป์มาครอง ถูกทำลายลงอย่างย่อยยับด้วยคำว่า เห็นแก่ตัวและไร้ความซื่อสัตย์ แต่แล้วอะไรล่ะที่ทำให้โตแว็งไม่คิดกลับมาที่ลีลล์?

บ้างก็บอกว่าเรื่องเกิดจากตอนที่ลีลล์ตัดสินใจเปลี่ยนผู้จัดการทีมจากรูดี้ การ์เซีย มาเป็นเรเน่ ชิราร์ด ซึ่งสร้างความผิดหวังให้แก่ อดีตดาวเตะหมายเลข 20 ของนิวคาสเซิ่ลรายนี้ไม่น้อย อีกทั้งการที่ลีลล์เองก็พลาดไปเล่นในถ้วยยุโรปและค่าเหนื่อยในสัญญาที่ยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าตัว ทำให้ฝันที่สาวกลีลล์หวังจะได้เห็นใครสักคนที่มาสานต่อเวทมนต์ที่เอเด็น อาซาร์เคยทำไว้ต้องพังลง

โตแว็งได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์กับวิธีที่เขาเลือกรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว เขาหักดิบด้วยการปฎิเสธการร่วมซ้อมกับเพื่อนร่วมทีม เพื่อบีบให้สโมสรปล่อยตัวเขาไปอยู่กับมาร์กเซยที่กำลังทำตัวเป็นเหยี่ยวหิวโหยจ้องโฉบเหยื่อ และโชคดีเหลือเกินที่เหยี่ยวตัวนั้นมันได้โฉบเข้ามาทันเวลาพอดี

หากจะพูดถึงสิ่งของสองอย่างที่เกิดมาคู่กัน ถ้าช้อนต้องคู่กับซ้อม , ขนมปังต้องคู่กับเนย , มันคงเหมือนกับการที่ ฟลอริย็อง โตแว็ง ต้องคู่กับมาร์กเซย

แม้ว่าชื่อเสียงทางด้านลบจะติดตัวมา แต่นั่นก็ไม่สามารถหยุดเขาจากการแสดงความร้ายกาจในสนามออกมาได้ เขาทำให้คนเห็นแล้วว่าสามารถรับมือกับความท้าทายที่มากขึ้นกว่านี้ โดยเฉพาะภายใต้การดูแลของกุนซือมันสมองหลักแหลมอย่างมาร์เซโล่ บิเอลซ่า ที่พร้อมจะผลักดันเขาไปสู่เส้นทางที่ควรจะเป็น ก่อนที่เวลาสำหรับเขากับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดจะมาถึงในที่สุด

แต่หากจะพูดถึงฟอร์มการเล่นอันสุดยอดของโตแว็ง ก็คงต้องพูดถึงการกลับมารับใช้โอเอ็มเป็นคำรบที่สอง เขาเป็นดั่งนักรบที่ต้องการเยียวยาบาดแผลหลังกลับมาจากอังกฤษ แต่ในครั้งนี้มันกลับเป็นฟอร์มเดียวกันกับที่สตีฟ แม็คคลาเร็นเคยสะดุดตาเมื่อครั้งก่อนไปนิวคาสเซิ่ล มันเหมือนกับวันที่เขาโชว์ผลงานแบบไฟลุกในเกมกับถล่มนอร์ธแฮมป์ตันยังไงอย่างนั้นเลย อดีตแข้งที่เคยถูกเชียร์เรอร์ดูหมิ่น ยิงไปทั้งสิ้น 22 ประตูในลีกเมื่อซีซั่นที่แล้ว ก่อนผงาดขึ้นเป็นผู้นำในลิสต์ดาวซัลโวของสโมสรอีกครั้งในปีนี้ จบอันดับที่ 5 ในตารางผู้ทำประตูสูงสุดของลีกเอิง เทียบเท่ากับเนย์มาร์ ซุปเปอร์อภิมหาสตาร์จาก ปารีส แซงต์ แชกแมง

ฤดูกาลที่เพิ่งผ่านพ้น.. โตแว็ง อยู่ในการดูแลของรูดี้ การ์เซีย กุนซือที่เขาหวังว่าจะได้ร่วมงานสมัยเซ็นสัญญากับลีลล์ (ล่าสุดประกาศแยกทางกับมาร์กเซยหลังล้มเหลวในการพาทีมไปเตะถ้วยยุโรป) และจากฝันร้ายอันยากจะลืมที่นิวคาสเซิ่ล เขากลายเป็นผู้เล่นแนวรุกที่มาร์กเซยขาดไม่ได้ไปเสียแล้ว โตแว็งแสดงฝีเท้าได้อย่างไร้ที่ติ มันช่างต่างกับวันวานในอังกฤษอย่างสิ้นเชิง เขาเล่นบอลกับเท้าได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว การพลิกบอลเพื่อเปลี่ยนจากเกมรับเป็นรุกสร้างความสั่นผวาให้กับฟูลแบ็คทุกคนที่เขาเผชิญหน้า อีกทั้งยังมีท่าไม้ตายเก่ง ตัดบอลเข้าในแล้วปั่นซ้าย เรียกว่าถอดแบบจาก อาร์เยน ร็อบเบนมาแบบเป๊ะๆ อีกด้วย จนบางครั้งมันก็ทำให้แฟนสาลิกาดงรู้สึกเหมือนกำลังดูนักเตะคนละคนกับที่พวกเขาเคยเห็นยังไงอย่างนั้นเลย

ความล้มเหลวและความผิดพลาดที่ตัดสินใจไปนิวคาสเซิ่ลในวันนั้น ไม่ใช่เพราะเขาไม่เก่ง แต่อาจเกิดขึ้นเพราะเขายังเด็กไป สภาพร่างกายและจิตใจของเขาในวันนั้นมันยังไม่พร้อมที่จะรับมือกับความเข้มข้นของลีกอังกฤษ แต่ในวันนี้เชื่อเหลือเกินว่า แข้งทัพตราไก่รายนี้พร้อมแล้วที่จะเปิดรับความท้าทายใหม่อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการลองเสี่ยงกับที่อังกฤษหรือที่ไหนก็ตาม

และจริงอยู่ที่เขามักจะนำพาตัวเองเข้าไปอยู่ในจุดที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่บ่อยครั้ง แต่หากวัดจากเทคนิคส่วนตัว ลีลาฝีเท้าอันเหลือร้าย และเท้าซ้ายที่ใช้ถล่มประตูคู่แข่งมาครั้งแล้วครั้งเล่า เชื่อว่าการก้าวออกมาจากคำว่าแข้งระดับท็อปของฝรั่งเศส เพื่อเป็นนักเตะแถวหน้าของยุโรปคงไม่หนีจากชื่อของ “ฟลอริย็อง โตแว็ง”ไปไกลอย่างแน่นอน

╔════════════════╗
LIGAZ24 ‼ เว็บไซต์พนันชื่อดังของโลก
? Click ➡➡ https://bit.ly/2MxBuEc
?รวมกีฬา, หวย และคาสิโนสุดทันสมัย⚽
╚════════════════╝