ขุด 10 ประตูโลกไม่ลืมของ “เมสซี่” ฉลองขึ้นแท่นซัดตุงครบ 700 ลูก

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

ลิโอเนล เมสซี่ ซัดทะลุ 700 ลูกในเกมที่เสมอกับแอตเลติโก มาดริด 2-2 เมื่อคืนวันอังคาร (30 มิ.ย. 2563) ด้วยการจุดโทษแบบปาเน็นก้าผ่านตัว แยน โอบลัค เข้าไป

โคตรมีสไตล์กับการทำประตูครบ 700 ลูกด้วยลูกชิพอย่างเหนือชั้น และแน่นอนว่าตั้งแต่ลงเล่นเกมอาชีพด้วยอายุเพียง 17 ปี มีหลายจังหวะที่เป็นตำนานและจะได้รับการกล่าวขานชั่วลูกชั่วหลานสืบไป

นี่คือ 10 จังหวะการทำประตูของเมสซี่ที่ทำ ‘สิ่งที่เป็นไปไม่ได้’ ให้ ‘เป็นไปได้’


ประตูแรกในชีวิต: 1 พฤษภาคม 2005

แม้จะอายุเพียง 17 ปี แต่เมสซี่ลงสนามด้วยความมั่นใจเกินวัย ถึงแม้เจ้าตัวจะถูกปฏิเสธประตูก่อนหน้านี้ แต่อีกนึ่งนาทีต่อมาเขารับบอลจากลูกจ่ายของ โรนัลดินโญ่ ก่อนที่จะกระดกบอลข้ามหัวผู้รักษาประตูบริเวณเส้น 18 หลาเข้าประตูไปแบบเหนือชั้น

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของตำนานบทนี้


รีรัน ‘เสือเตี้ย’: 18 เมษายน 2007

ผ่านมาสองปีหลังจากสร้างชื่อกระหึ่มวงการฟุตบอลทั่วโลก แน่นอนว่าเขาคือชายผู้ได้รับสมยานามว่า ‘นิว มาราโดน่า’ ตามอดีตนักเตะผู้ยิ่งใหญ่และรุ่นพี่ทีมชาติอาร์เจนติน่าอย่าง ดิเอโก้ มาราโดน่า

และเขาก็ไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวัง เจ้าตัวกระชากลากเดี่ยวตั้งแต่ครึ่งสนาม เลี้ยงหลบคู่แข่งถึงสี่คน ก่อนจะแตะหลบผู้รักษาประตูแล้วแปด้วยเท้าขวาเข้าไป

ซึ่งประตูดังกล่าวละม้ายคล้ายคลึงกับประตูของมาราโดน่าในเกมที่ยิงใส่ทีมชาติอังกฤษที่ฟุตบอลโลกปี 1986 แบบไม่มีผิดเพี้ยน


รีรัน ‘เสือเตี้ย’ (อีกซักรอบ): 9 มิถุนายน 2007

หลังจากถอดแบบเลี้ยงโซโล่เดี่ยวของมาราโดน่าไปแล้วเมื่อสองเดือนก่อน คราวนี้เมสซี่ทำเรื่องช็อคโลกอีกครั้งด้วยการทำ ‘แฮนด์ ออฟ ก๊อด’ ใส่เอสปันญ่อล

เหล่านักเตะเอสปันญ่อลกรูกันไปประท้วงผู้ตัดสินซึ่งไม่เห็นเหตุการณ์ และเทคโนโลยี VAR ก็ยังไม่ได้รับการพัฒนา ทำให้เมสซี่และบาร์ซ่ารอดตัวไปได้


ตัวเล็กใจใหญ่: 21 มีนาคม 2010

คลาสสิคยิ่งนักกับประตูที่มาจากเขาแต่เพียงผู้เดียว ทั้งความแข็งแกร่ง, ความเร็ว, และทักษะในการเลี้ยงบอล ทุกอย่างรวมมาไว้ในประตูนี้เพียงประตูเดียว

เมสซี่เบียดเอาชนะและแย่งบอลจากนักเตะของเรอัล ซาราโกซ่าที่สูงใหญ่และแข็งแกร่งกว่าได้ ก่อนที่จะกระดกบอลหลบและเลี้ยงจี้กองหลังเข้ากรอบเขตโทษและซัดด้วยซ้ายเสียบเสาสองไปแบบสุดสวย


หักอกชุดขาว: 24 เมษายน 2011

ในฤดูกาลดังกล่าว บาร์เซโลน่าและเรอัล มาดริดต้องประชันฝีแข้งกันถึงสี่ครั้งภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน รวมถึงช็อตจารึกในเกมแชมเปี้ยนส์ลีกรอบรองชนะเลิศนี้

ตลอดทั้งเกม ผู้เล่นชุดขาวพยายามเล่นงานเมสซี่แบบไม่มีปราณีปราศรัย แต่ก็ยังหยุดความยอดเยี่ยมไว้ไม่อยู่เพราะเจ้าตัวทำคนเดียวสองประตูให้บาร์ซ่าบุกมาเอาชนะได้ถึงถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบว 2-0

แต่ที่ต้องพูดถึงคือประตูที่สอง ที่เมสซี่เล่นชิ่งกับ เซร์คิโอ้ บุสเก็ตส์ บริเวณกลางสนาม ก่อนที่จะตะลุยเดียวหลบผู้เล่นทุกคนที่ขวางทางและซัดด้วยขวาผ่านตัว อิเคร์ กาสิยาส เข้าไป


เสกได้ดั่งใจนึก: 21 มิถุนายน 2014

ก่อนที่จะเข้าสู่ฟุตบอลโลก 2014 เมสซี่ทำได้เพียง 1 ประตูจากการลงสนาม 8 นัดให้กับทีมชาติอาร์เจนติน่า และดูเหมือนว่าแพสชั่นของเขาใกล้หมดลงแล้ว แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ในขณะที่เสมอกับอิหร่าน 0-0 ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เมสซี่ได้บอลจากทางขวาของกรอบเขตโทษ ก่อนจะปั่นด้วยซ้ายเสียบเสาสองแบบที่ผํู้รักษาประตูหมดสิทธิ์เซฟ

ทิ้งไว้ให้แฟนบอลอิหร่านเจ็บปวดกับหนึ่งแต้มที่ปลิวหายไปกับสายลม


หลอกบัวเต็งเสียคน: 6 พฤษภาคม 2015
เริ่มต้นนาทีที่ 9 เป็นต้นไป

หลังจากทำสกอร์แรกให้บาร์ซ่าขึ้นนำบาเยิร์น มิวนิค 1-0 ในเกมแชมเปี้ยนส์ลีกรอบรองชนะเลิศ อรกสามนาทีต่อมา เมสซี่ทำในสิ่งที่กองหลังอย่าง เยโรม บัวเต็ง จะไม่มีวันลืมไปอีกนานแสนนาน

เมสซี่ได้บอลจากลูกจ่ายของ อิวาน ราคิติช ก่อนจะเลี้ยงจี้บัวเต็งเข้ากรอบเขตโทษและแตะหลบเพียงนิดเดียว นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้บัวเต็งถึงกับเสียหลักลื่นล้ม ก่อนจะกระดกบอลผ่านตัว มานูเอล นอยเออร์ แบบง่าย ๆ


หลบแบบดิจิตอล: 30 พฤษภาคม 2015

หนึ่งในสามแชมป์ที่คั่วมาในฤดูกาลนั้นมาจากโกปา เดล เรย์ที่เมสซี่ร่ายมนตร์ใส่แอธเลติก บิลเบารอบชิงชนะเลิศ

เมื่อเวลาผ่านไป 20 นาทีทั้งสองทีมยังทำอะไรกันไม่ได้ จู่ ๆ เมสซี่ที่ประจำปีกขวาก็ยึกยักใส่ผู้เล่นฝั่งตรงข้ามและเลี้ยงเข้ากรอบเขตโทษประหนึ่งว่าไม่มีใครอยู่ตรงนั้น ก่อนจะซัดด้วยซ้ายเต็มแรงเสียบเสาหนึ่งแบบเฉียบขาด


ประตูต่อชีวิต: 23 เมษายน 2017

ทุกครั้งที่มี ‘เอล กลาสิโก้’ แฟนบอลทั่วโลกต่างจับจ้องถึงสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งก่อน, ใน, และนอกสนามซึ่งมีหลายครั้งที่เกิดสิ่งที่น่าเหลือเชื่อขึ้น และครั้งนี้ก็ไม่ต่างกัน

ชัยชนะของมาดริดในเกมนี้จะทำให้พวกเขาคว้าแชมป์โดยทันที และด้วยความพยายามอย่างไม่ลดละทำให้ทั้งสองทีมเสมอกัน 2-2

ก่อนถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บซึ่งเป็น เซร์กี้ โรแบร์โต้ เลี้ยงบอลจากแดนตัวเองขึ้นมาก่อนจะจ่ายให้กับ ชอร์ดี้ อัลบา ที่เติมมาทางซ้ายและตบกลับมาตรงหน้าปากประตูให้เมสซี่แปด้วยซ้ายเสียบเสาแรกพาทีมคว้าชัยชนะได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปดและนับเป็นประตูที่ 500 ของเขาในอาชีพ

แต่ชัยชนะดังกล่าวก็ไม่เพียงพอที่จะหยุดยั้งไม่ให้เรอัล มาดริดคว้าแชมป์ลีกไปได้ในบั้นปลาย


ฮีโร่ตัวจริง: 11 ตุลาคม 2017

ประตูของ โรมาริโอ อิบาร์ร่า ในช่วงนาทีแรกของการแข่งขันระหว่างเอกวาดอร์และอาร์เจนติน่า อาจทำให้ทัพฟ้าขาวอดเข้าไปเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ซึ่งก่อนเกมนี้พวกเขามี 25 คะแนน ตามหลังอันดับห้าอย่างเปรูที่มีสิทธิ์เข้าไปเพลย์-ออฟกับทวีปอื่น

แต่ก็เป็นเมสซี่อีกเช่นเคยที่ระเบิดฟอร์มซูเปอร์ไซย่าเหมาคนเดียวสามประตูปาดหน้าคว้าชัยพร้อมทั้งขยับขึ้นมาอยู่อันดับสามในรอบคัดเลือกและผ่านเข้าไปเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้สำเร็จ