ใครนะ!? จัดชุด 11 ตัวจริง “โคตรบรมห่วย” ในประวัติศาสตร์ผีแดง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดครองความยิ่งใหญ่ในเกาะอังกฤษมากว่า 20 ปีในยุคของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน พร้อมกับยอดนักเตะที่ถือกำเนิดมากมาย

เอริค คันโตน่า, เดวิด เบ็คแฮ่ม, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ เวย์น รูนีย์ เป็นเพียงส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของสโมสร

อย่างไรก็ตาม ปีศาจแดงยังมีช่วงที่ตกต่ำระหว่างนั้น โดยมีชุด Class of 2003 ที่เหมือนเป็นขั้วตรงข้ามกับ Class of 92 อย่างชัดเจน จากการเสริมทัพที่มืดบอดของกุนซือชาวสกอตแลนด์

ในที่นี้เราจะพูดถึงนักเตะที่ล้มเหลวในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ซึ่งเพียงพอที่จะจัดเป็นนักเตะชุด 11 ตัวจริง ที่ใครเห็นก็ว่าหวานหมู

มาดูกันว่า 11 แข้งปีศาจแดงที่ “ฟลุก” เข้ามาฉกฉวยความสำเร็จของสโมสรนั้นจะเป็นใครกันบ้าง


ผู้รักษาประตู: มัสซิโม ตาอิบี้
มัสซิโม ตาอิบี้

ถ้าจะถามแฟนผีแดงอายุราว 30+ ทั่วโลกว่าใครคือผู้รักษาประตู “ห่วยแตก” ที่สุดในความคิดของพวกเขา ชื่อของตาอิบี้ย่อมผุดขึ้นอยู่ในหัวแน่นอน

ตาอิบี้ถูกดึงตัวมาจากเวเนเซียด้วยค่าตัว 4.5 ล้านปอนด์ และเคยถูกสื่อบ้านเกิดตั้งฉายาน่าเจ็บปวดว่า “ชาวเวนิซผู้มืดบอด” มาแล้ว

เขากลายเป็นคนดังชั่วข้ามคืนเมื่อเขาลงเฝ้าเสาในเกมกับเซาแธมป์ตันปี 1999 ที่เขารับลูกยิงเบาระดับปุยนุ่นของ ‘เลอ ก็อด’ แมทธิว เลอ ทิสซิเยร์ ลอดหว่างขาตัวเองเป็นประตู

หลังเกมนั้นเป็นต้นมา ตาอิบี้ได้ลงเล่นอีกเพียงนัดเดียวในสีเสื้อปีศาจแดง และนั่นเป็นเกมที่พวกเขาพ่ายให้กับเชลซี 5-0


แบ็กขวา: กีเยร์โม่ บาเรล่า
กีเยร์โม่ บาเรล่า

แฟนผีหลายคนอาจต้องเลิกคิ้วด้วยความสงสัยว่า “ไอ้นี่มันใครวะ?”

แข้งชาวอุรุกวัยเดินตามรอยฝาแฝดดา ซิลวาหลังย้ายมาจากเปนญาโรลในแดนอเมริกาใต้ แต่หากเทียบกันแล้ว เขาไม่ได้ขี้เล็บราฟาเอลและฟาบิโอแม้แต่เสี้ยวเดียว

บาเรล่าคือนักเตะคนแรกที่กุนซือ เดมิด มอยส์ ดึงเข้ามาเสริมทีมในปี 2013 แต่กลับได้รับโอกาสลงสนามเพียง 4 นัดตลอด 4 ปีที่อยู่กับต้นสังกัด โดยเจ้าตัวใช้เวลาในการถูกปล่อยให้ทีมอื่นยืมตัวซะมากกว่า

สุดท้ายเขาตัดสินใจกลับบ้านในปี 2014 และปัจจุบันเขายังค้าแข้งในรัสเซียกับดินาโม มอสโคว์


เซนเตอร์: วิลเลียม พรูนิเยร์
วิลเลียม พรูนิเยร์

พรูนิเยร์อาจได้ชื่อว่าเป็นการเซ็นสัญญายอดแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ทีม และเป็นการตัดสินใจของยอดกุนซืออย่างเฟอร์กูสันเอง

อย่างไรก็ตาม ปราการหลังชาวฝรั่งเศสกลับทำผลงานได้ไม่ตรงตามที่โค้ชหวังไว้

เขาย้ายมาจากบอร์กโดซ์เมื่อปี 1995 แต่ไม่ได้รับโอกาสมากเท่าที่ควรจากอาการบาดเจ็บที่ถาโถม

ถึงแม้เขาจะเริ่มต้นได้ดี แต่เขามีส่วนกับ 4 ประตูที่เสียในเกมกับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ในการลงสนามเพียงนัดที่สองของเจ้าตัว

และถือเป็นการลงสนามนัดสุดท้ายของเจ้าตัวในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด


เซนเตอร์: มาร์กอส โรโฮ่
มาร์กอส โรโฮ่

ในรายชื่อที่เรายกมา โรโฮ่คือนักเตะที่ค้าแข้งอยู่กับทีมยาวนานที่สุดถึง 7 ปีและเพิ่งย้ายออกจากทีมไปเมื่อซัมเมอร์ปี 2021 ที่ผ่านมา

ถึงแม้เขาจะลงสนามมากกว่า 120 นัดและคว้าได้สามแชมป์ แต่ตลอดเวลาที่อยู่กับสโมสร เขาแทบไม่เคยแย่งตำแหน่งตัวจริงในระยะยาวได้เลย

ซึ่งน่าเสียดายสำหรับปราการหลังชาวอาร์เจนไตน์ ที่ได้รับบาดเจ็บมาโดยตลอด ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เจ้าตัวไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งกลับมาได้


แบ็กซ้าย: อเล็กซานเดอร์ บุตต์เนอร์
อเล็กซานเดอร์ บุตต์เนอร์

แบ็กซ้ายคือตำแหน่งที่ปีศาจแดงไม่เคยขาดหายในรอบหลายปีที่ผ่านมาทั้ง เดนิส เออร์วิน, กาเบรียล ไฮน์เซ่, ปาทริค เอฟร่า หรือ ลุค ชอว์

แต่ไม่ใช่กับบุตต์เนอร์ ที่กลายเป็นการเซ็นสัญญาที่ล้มเหลวของเฟอร์กูสัน

ในการมองหาตัวแทนของเอฟร่า ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงตลอดอาชีพ แข้งชาวดัตช์ได้รับความไว้วางใจจากกุนซือชาวสกอต

แต่กลายเป็นว่าเขาคือนักเตะที่ได้รับคะแนนโหวตให้เป็นนักเตะยอดแย่ที่สุดที่เคยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกกับทีม


ปีกขวา: กาเบรียล โอแบร์กต็อง
กาเบรียล โอแบร์กต็อง

โอแบร์กต็องคือการเสริมทัพที่เกิดขึ้นจากเม็ดเงินที่ขาย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ให้กับเรอัล มาดริด ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าปีกชาวฝรั่งเศสจะได้รับความคาดหวังอย่างสูง

แต่กลายเป็นว่าเงินดังกล่าวเหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ

กับอาการบาดเจ็บที่เขาได้รับมาตลอดทำให้เขาทำผลงานเพียง 1 ประตูกับ 1 แอสซิสต์จาก 19 นัดก่อนถูกปล่อยให้นิวคาสเซิ่ล ที่ยังอุตส่าห์เก็บไว้กับทีมถึง 5 ปีเต็ม ทั้งที่ทำผลงานให้กับทีมแทบไม่ได้


กองกลาง: เคลแบร์ซอน
เคลแบร์ซอน

แฟนบอลปีศาจแดงถึงกับตาลุกวาวเมื่อกองกลางรายนี้เข้ามาร่วมทีม

โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการการันตีของ หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ กุนซือทีมชาติบราซิลในปี 2003 ที่พูดเองว่า เคลแบร์ซอน คือนักเตะคนแรกที่เขาตัดสินใจดึงเข้ามาร่วมทีม ก่อนหน้ายอดดาวยิงระดับตำนานอย่าง โรนัลโด้ ด้วยซ้ำ

แต่เมื่อเขาใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองเพียง 2 ปี แฟนบอลผีแดงถึงกับตาสว่าง

ไม่เพียงแค่อาการบาดเจ็บที่ทำให้เขาได้ลงสนามเพียงแค่ 20 นัดตลอดสองฤดูกาล แต่เมื่อเขาลงสนามแล้ว แทบจะมองไม่เห็นว่าเขาจะสามารถช่วยทีมได้ในแง่มุมไหน ๆ เลย


กองกลาง: เอริค เฌมบา-เฌมบา
เอริค เฌมบา-เฌมบา

กลายเป็นปริศนาประจำประวัติศาสตร์สโมสรไปซะแล้ว เมื่อช่วงต้นทศวรรษ 2000 ปีศาจแดงเลือกดึงนักเตะที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้า และไม่เป็นที่รู้จักในโลกฟุตบอลมาก่อน มาร่วมทีม

กับตัวแทนของ รอย คีน ที่กำลังอยู่ในช่วงโรยรา กองกลางชาวแคเมอรูนย้ายเข้ามาร่วมทีมพร้อมกับเคลแบร์ซอน และทั้งสองคนก็ทำผลงานได้ย่ำแย่พอกัน

หลังจากไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงได้ เขาตัดสินใจย้ายไปแอสตัน วิลล่า ซึ่งประสบชะตากรรมไม่ต่างกัน


ปีกซ้าย: ดาวิด เบลลิยง
ดาวิด เบลลิยง

เป็นอีกหนึ่งแข้งที่เรียกได้ว่าล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงจากคำสาปของ Class of 2003

เบลลิยงได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งดาวรุ่งมาแรงที่สุดเมื่อเขาย้ายจากซันเดอร์แลนด์มายังถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด แต่ผลงานที่เขาทำกลับไม่เข้าใกล้ชื่อเสียงที่เขาได้รับเลย

อย่างไรก็ตาม เขายังได้รับการผลักดันจากเฟอร์กูสันจนลงสนามไป 40 นัด ก่อนที่ ‘เฟอร์กี้’ จะเริ่มตาสว่างและเฉดหัวปีกรายนี้กลับบ้านเกิดที่ฝรั่งเศส


กองหน้า: เบเบ้
เบเบ้

เบเบ้คือการเซ็นสัญญาที่เต็มไปด้วยปริศนามากที่สุด เป็นปริศนาถึงขั้นที่ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจโปรตุเกสต้องลงมาสืบสวนถึงดีลที่เกิดขึ้น

ด้วยค่าตัวเพียง 7 ล้านปอนด์สำหรับฟุตบอลยุคใหม่ นั่นไม่ใช่เงินที่มากมายอะไร ดังนั้นเบเบ้ยังถือว่าห่างไกลจากการเสริมทัพที่ย่ำแย่ที่สุด

เพียงแค่อดีตผู้ช่วย คาร์ลอส เคยรอซ ที่พูดเป่าหูเฟอร์กี้ว่าแข้งรายนี้คือของดีที่ห้ามพลาด ก็ยังอดตั้งคำถามไม่ได้ว่าทำไมกุนซือชาวสกอตแลนด์ถึงหุนหันพลันแล่นดึงมาร่วมทีมโดยที่ยังไม่เคยดูฟอร์มแม้แต่ครั้งเดียว


กองหน้า: มานูโช่
มานูโช่

กองหน้าชาวแองโกลาได้รับข้อเสนอเป็นเวลา 3 ปีหลังทดสอบฝีเท้าผ่านเมื่อปี 2008 โดยได้รับการการันตีจากเฟอร์กูสันและทีมงานว่ามีสภาพร่างกายสุดแข็งแกร่งเทียบเท่า เนมานย่า มาติช

แต่จากปัญหาเอกสารการทำงานและหลังกลับมาจากปล่อยให้ทีมจากกรีซยืมตัว มานูโช่ได้ลงสนามเพียง 42 นาทีในฐานะตัวสำรองเพียง 3 นัด

ถึงแม้เจ้าตัวจะเจอปัญหาเอกสารการทำงานที่เขาควบคุมไม่ได้ แต่ชื่อกองหน้ารายนี้แทบจะลืมเลือนไปจากความทรงจำของแฟนผีเกือบหมดแล้ว