เร่เข้ามา! จัด 11 ตัวจริง “ฟรีเอเยนต์” ที่จะย้ายไปไหนก็ได้ในซัมเมอร์นี้

เรียกได้ว่าอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายอย่างแท้จริงสำหรับการแข่งขันฤดูกาลปกติในเวทียุโรป กับบางลีกที่รู้ผลกันไปแล้วอย่างเรอัล มาดริด ที่คว้าลา ลีก้าไปครอง รวมถึงการขับเคี่ยวสุดสูสีอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้และลิเวอร์พูลในพรีเมียร์ลีก

เรื่องผลลัพธ์ก็เป็นเรื่องของอนาคตกันไป แต่สิ่งที่แน่นอนหลังจากนั้นคือการเสริมทัพที่บรรดาสโมสรต่างหมายตานักเตะในดวงใจไว้แล้ว

บางคนมีค่าตัวสูง บางคนค่าตัวต่ำ บางคนอาจต้องจ่ายค่าฉีกสัญญาแบบแพงมหาโหด แต่มีสิ่งหนึ่งที่เตะตาทุกสโมสร นั่นคือ “นักเตะฟรีเอเยนต์” นั่นเอง

พวกเขาเหล่านั้นคือนักเตะที่จะหมดสัญญาหลังจบฤดูกาลนี้ และยังไม่ตกลงปลงใจว่าจะย้ายไปที่ไหน ซึ่งเป็นสิ่งที่เหล่าสโมสรจะต้องยื่นข้อเสนอแข่งกันเพื่อโน้มน้าวใจนักเตะที่พวกเขาต้องการ

และแน่นอน นักเตะเหล่านั้นยังประกอบไปด้วยยอดฝีมือมากมาย และได้ชื่อว่าเป็นนักเตะเนื้อหอมที่สุดในโลก ณ เวลานี้อีกด้วย

เรามาดูกันว่า 11 ตัวจริง “แข้งฟรีเอเยนต์” ชุดนี้ประกอบด้วยใครกันบ้าง…


ผู้รักษาประตู: อันเดร โอนาน่า (อาหยักซ์ อัมสเตอร์ดัม)
อันเดร โอนาน่า

มือกาวจอมเหนียววัย 26 ปีเคยพาต้นสังกัดเข้าถึงรอบรองชนะเลิศแชมเปียนส์ ลีกมาแล้ว

อย่างไรก็ตาม กับฤดูกาลปัจจุบันเขาได้รับบาดเจ็บมาอย่างต่อเนื่องจนถึงวันนี้ นั่นทำให้เขาได้รับโอกาสลงสนามเพียงแค่ 6 นัดในฤดูกาลนี้

กับสัญญาที่จะหมดลงหลังจบฤดูกาลนี้ น่าสนใจว่าเจ้าตัวจะค้าแข้งในฮอลแลนด์ต่อไป หรือตัดสินใจเก็บของย้ายตามนายเก่า เอริค เทน ฮาก มาอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในฤดูกาลหน้า

นั่นคงจะน่าสนใจไม่น้อย…


กองหลัง: อันโตนิโอ รูดิเกอร์ (เชลซี)
อันโตนิโอ รูดิเกอร์

ปราการหลังฟอร์มเจ๋งของเชลซีจะหมดสัญญาหลังจบฤดูกาลนี้ และเจ้าตัวตกเป็นข่าวกับหลากหลายสโมสรทั้งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, บาร์เซโลน่าและเรอัล มาดริด

หลังจากที่เจ้าของทีม โรมัน อบราโมวิช ถูกคว่ำบาตร แน่นอนว่าตัวสโมสรย่อมได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทั้งในแง่ของสภาพจิตใจและการเงิน

นั่นถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้แข้งชาวเยอรมันตัดสินใจไม่ต่อสัญญาในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ถึงแม้สโมสรจะพยายามขนาดไหนก็ตาม

ล่าสุด มีรายงานระบุว่ารูดิเกอร์ตกลงปลงใจกับเรอัล มาดริดและถึงกับเดินทางไปตรวจร่างกายอย่างเรียบร้อย พร้อมรับค่าเหนื่อยมหาศาลถึง 400,000 ยูโรต่อปีเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม คาดว่าการเปิดตัวอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นหลังจบการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศแชมเปียนส์ ลีกกับลิเวอร์พูลปลายเดือนพฤษภาคมนี้


กองหลัง: เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ (เบิร์นลีย์)
เจมส์ ทาร์คอฟสกี้

ปราการหลังวัย 29 ปีต้องมีเรื่องคิดอย่างหนัก ว่าเขาจะเก็บของย้ายออกจากทีม ที่ค้าแข้งมานานถึง 6 ปีหรือไม่

ทาร์คอฟสกี้คือกองหลังตัวหลักของทีมมาโดยตลอด ที่ลงสนามไปแล้ว 33 นัดรวมทุกรายการในฤดูกาลนี้

แต่สถานการณ์ของทีมกลับไม่สู้ดีนักเมื่อยังต้องดิ้นรนอย่างหนักในการหนีตกชั้นร่วมกับเอฟเวอร์ตันและลีดส์ ยูไนเต็ด

และหากเบิร์นลีย์ไม่สามารถอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลต่อไปได้ ทาร์คอฟสกี้มีโอกาสสูงที่จะย้ายออกจากทีมมากทีเดียว


กองหลัง: นูสแซร์ มาซราวี (อาหยักซ์ อัมสเตอร์ดัม)
นูสแซร์ มาซราวี

คล้ายกับกรณีของโอนาน่า แต่มาซราวีคือฟูลแบ็กตัวเลือกแรกของอาหยักซ์ ที่จะหมดสัญญาหลังจบฤดูกาลนี้

ด้วยอายุเพียงแค่ 24 ปี แข้งชาวดัตช์มีทางเลือกมากมายที่จะพัฒนาเส้นทางอาชีพของตัวเอง

และหนึ่งในทางเลือกของเขาก็คงหนีไม่พ้นเก็บของตามเจ้านายเก่า เทน ฮาก มายังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

อย่างไรก็ตาม อนาคตไม่ใช่เรื่องแน่นอน และยังต้องรอคอยการตัดสินใจของเจ้าตัวต่อไป


กองกลาง: คริสเตียน อีริคเซ่น (เบรนท์ฟอร์ด)
คริสเตียน อีริคเซ่น

แฟนบอลทั่วโลกต้องขวัญผวาเมื่อกองกลางระดับโลก คริสเตียน อีริคเซ่น หมดสติคาสนามระหว่างเกมยูโร 2020 รอบแบ่งกลุ่มระหว่างเดนมาร์กและฟินแลนด์

ถึงแม้หัวใจจะหยุดเต้นลงไปแล้ว แต่ด้วยความยอดเยี่ยมของเหล่าทีมแพทย์ที่ปฏิบัติการอย่างมืออาชีพ ทำให้กองกลางวัย 30 ปีถูกฉุดขึ้นจากขุมนรกอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวจำเป็นต้องฝังเครื่องกระตุกไฟฟ้าที่หัวใจ หากหวังดำรงชีวิตต่อไปแบบไม่มีปัญหา

แต่ในแง่ของการค้าแข้งฟุตบอลระดับอาชีพ เขาไม่สามารถช่วยอดีตต้นสังกัด อินเตอร์ มิลาน ลงสนามได้เนื่องจากมีกฎเขียนไว้อย่างเคร่งครัดในเซเรีย อา

นั่นทำให้เขาจำต้องอำลาถิ่นซาน ซิโร่ ก่อนจะได้รับโอกาสอีกครั้งในพรีเมียร์ลีกกับเบรนท์ฟอร์ดด้วยสัญญาระยะสั้นเพียง 6 เดือน

แต่ด้วยความพยายามอย่างยิ่งยวดและความรักในกีฬานี้ เจ้าตัวกลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้งและตกเป็นข่าวกับหลายสโมสรทั่วยุโรป

และเราจะได้รู้กันว่าหลังจบฤดูกาลนี้ เขาจะอยู่ที่เบรนท์ฟอร์ดต่อไป หรือพร้อมท้าทายขีดจำกัดของตัวเองด้วยฟุตบอลที่เข้มข้นขึ้นกว่านี้


กองหลัง: บูบาการ์ กามาร่า (โอลิมปิก มาร์กเซย)
บูบาการ์ กามาร่า

มิดฟิลด์ดาวรุ่งจอมแกร่งจากฝรั่งเศสถือเป็นกำลังสำคัญที่ขาดไม่ได้ในทีมของ ฆอร์เก้ ซามเปาลี โดยลงสนามไปแล้วถึง 46 นัดในฤดูกาลนี้

แข้งวัย 22 ปีอยู่กับมาร์กเซยมาตลอดนับตั้งแต่เยาวชนเมื่อปี 2015 แต่การเจรจาสัญญาฉบับใหม่ยังไม่มีความเคลื่อนไหวแต่อย่างใด

เจ้าตัวได้รับความสนใจอย่างมากจากทีมในพรีเมียร์ลีกทั้งแอสตัน วิลล่า, ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์, นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

น่าสนใจอย่างยิ่งว่าเป้าหมายถัดไปของเจ้าตัวจะอยู่กับทีมใด


กองกลาง: แฟรงค์ เคสซี่ (เอซี มิลาน)
แฟรงค์ เคสซี่

เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในกองกลางที่เนื้อหอมที่สุดคนหนึ่งในตลาดซื้อขายยุโรป ด้วยความแข็งแกร่งทางด้านสรีระในฐานะนักเตะชาวโกตดิวัวร์ รวมถึงการคุมจังหวะการเล่นที่หาตัวจับยาก

ตลอดอาชีพของแข้งวัย 25 ปี เคสซี่ค้าแข้งในอิตาลีมาเกือบทั้งชีวิตทั้งอตาลันต้า, เชเซน่าและเอซี มิลาน

แต่ด้วยความอิ่มตัวหรืออย่างไรมิทราบ เจ้าตัวจึงตกเป็นข่าวอย่างหนักกับบาร์เซโลน่า และเป็นบาร์เซโลน่าเพียงทีมเดียวเท่านั้น ซึ่งถือว่ามีโอกาสสูงมากทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ข่าวคราวในปัจจุบันยังคงเงียบอยู่ เนื่องจากต้องให้เกียรติกับการไล่ล่าแชมป์เซเรีย อากับอินเตอร์ มิลานอย่างเข้มข้น

และหากการแข่งขันในฤดูกาลนี้รู้ผลอย่างเป็นทางการ เราน่าจะได้เห็นความชัดเจนมากขึ้นในกรณีเคสซี่กับบาร์ซ่า


ปีกซ้าย: อุสมาน เดมเบเล่ (บาร์เซโลน่า)
อุสมาน เดมเบเล่

ถือว่าเป็นนักเตะเจ้าปัญหามาตลอดตั้งแต่ย้ายมายังถิ่นคัมป์ นู ทั้งเรื่องความไร้ระเบียบวินัยและอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นมาเป็นระยะ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสัญญาที่จะหมดลงหลังจบฤดูกาลนี้ เจ้าตัวก็ยังอิดออดที่จะจรดปากกาสัญญาใหม่ ถึงแม้กุนซือ ชาบี เอร์นานเดซ จะรับปากว่าแนวรุกชาวฝรั่งเศสยังเป็นนักเตะตัวหลักของทีมก็ตาม

เดมเบเล่ประกาศชัดว่าจะตัดสินใจอนาคตตัวเองหลังจบฤดูกาลนี้ แต่บาร์ซ่าและชาบีต้องมองการณ์ไกลกว่านั้น และพวกเขาก็พร้อมมองหานักเตะตัวรุกคนใหม่แล้ว

หากยังเล่นตัวแบบนี้ต่อไป เชื่อเหลือเกินว่าต้นสังกัดจะไม่รั้งตัวไว้แน่นอน และทีมถัดไปของเขาจะต้องรับมือกับความไร้วินัยแบบนี้ให้ดี


ปีกขวา: แกเร็ธ เบล (เรอัล มาดริด)
แกเร็ธ เบล

ปีกพ่อมดชาวเวลส์ประสบความสำเร็จอย่างสูงกับเรอัล มาดริดทั้งแชมป์ลา ลีก้า 3 สมัยและแชมเปียนส์ ลีกอีก 4 สมัย

อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวดูเหมือนจะมีปัญหากับแฟนบอลและสโมสรโดยตลอด บวกกับอาการบาดเจ็บที่รุมเร้าทำให้เขาแทบจะไม่ได้รับโอกาสลงสนามเลยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

แต่เมื่อเขาต้องกลับมารับใช้ทีมชาติ เขาแทบไม่แสดงสัญญาณให้เห็นถึงอาการบาดเจ็บและสู้ถวายหัวแบบไม่คิดชีวิต

เขายังเคยตั้งคำถามถึงทีมแพทย์ผู้ดูแลร่างกายของนักเตะในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบวอีกด้วย

หลังย้ายมาจากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์เมื่อปี 2013 เส้นทางอาชีพในเมืองหลวงสเปนอาจต้องยุติลงเป็นเวลาถึง 9 ปีเต็ม

ด้วยอายุ 32 ปีรวมถึงสภาพร่างกายที่ถดถอยจากอาการบาดเจ็บ ทำให้เจ้าตัวมีข่าวลือกับสโมสรในสหรัฐอเมริกากับดีซี ยูไนเต็ด ที่เคยเป็นอดีตต้นสังกัดของรุ่นพี่ในสหราชอาณาจักรอย่าง เวย์น รูนีย์

ซึ่งมีเปอร์เซ็นต์ไม่น้อยทีเดียวที่เบลจะตัดสินใจโกยเงินดอลลาร์ในแดนมะกัน พร้อมทิ้งทวนอาชีพในบั้นปลาย


กองกลางตัวรุก: เปาโล ดีบาล่า (ยูเวนตุส)
เปาโล ดีบาล่า

หลายฝ่ายต่างยกย่องให้ เปาโล ดีบาล่า คือดาราประจำทีมคนต่อไปถัดจากยุคของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

แต่แนวรุกที่ดูเหมือนจะไว้ใจได้เพียงคนเดียว ทำให้เขาช่วยต้นสังกัดไม่ได้มากนัก จนทำให้ยูเว่ตัดสินใจดึงยอดกองหน้า ดูซาน วลาโฮวิช เข้ามาเสริมคมในช่วงตลอดซื้อขายเดือนมกราคมที่ผ่านมา

และนั่นถือเป็นฟางเส้นสุดท้ายของดีบาล่ากับสโมสร เจ้าตัวเข้าพบบอร์ดบริหารและมีความเห็นร่วมกันว่าเส้นทางของทั้งสองฝ่ายคงจะกลายเป็นเส้นขนานที่ไม่มีทางบรรจบกันได้

ทั้งสโมสรและดีบาล่าประกาศที่จะไม่ต่อสัญญาออกไปและต้องย้ายออกจากทีมหลังจบฤดูกาลนี้

ดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์ตกเป็นข่าวอย่างหนักกับคู่แข่งร่วมลีกอย่างอินเตอร์ มิลาน แต่โอกาสในการย้ายออกมาเล่นนอกอิตาลียังคงมีความเป็นไปได้ไม่น้อย


กองหน้า: คิลิยัน เอ็มบัปเป้ (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง)
คิลิยัน เอ็มบัปเป้

น่าจะเป็นมหากาพย์การย้ายทีมประจำซัมเมอร์นี้ เมื่อกองหน้าเนื้อหอมที่สุดในโลกอย่าง คิลิยัน เอ็มบัปเป้ จะหมดสัญญากับเปแอสเชหลังจบฤดูกาลนี้

ถึงแม้เจ้าตัวจะออกมายืนยันหนักแน่นว่าอนาคตยังคงไม่แน่นอน และรอให้จบฤดูกาลนี้เพื่อตัดสินใจอีกครั้ง แต่ข่าวคราวหลากหลายเจ้ากำลังเล่นข่าวนี้อย่างหนัก

เรอัล มาดริดคือตัวเต็งเพียงหนึ่งเดียวที่จะได้ดาวยิงชาวฝรั่งเศสไปร่วมทีม

ล่าสุด แม่บังเกิดเกล้าของเขา เฟย์ซ่า ลามารี ออกมายืนยันด้วยตัวเองว่าลูกของเธอจะเก็บของออกจากเมืองหลวงฝรั่งเศสหลังจบฤดูกาลนี้แน่นอนแล้ว โดยที่มีเรอัล มาดริดเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่ง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่เพิ่งคว้าตัว เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ไป ราชันชุดขาวจึงต้องทุ่มเทพลังทั้งหมดเพื่อดึงเอ็มบัปเป้มาค้าแข้งในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบวให้จงได้