รวม 7 การซื้อขาย “สุดแปลก” ที่ไม่มีเงินมาเกี่ยวข้องแม้แต่แดงเดียว

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

ปกติแล้วการซื้อขายนักเตะในตลาดมักจะใช้อัตราการแลกเปลี่ยนสากลที่เรียกว่า “เงิน” ในการเจรจาและยื่นข้อเสนอทุกครั้งในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอล

ขณะที่การซื้อขายนักเตะตลาดหน้าหนาวกำลังเดินต่อไปในช่วงเดือนมกราคม หลายสโมสรฟุตบอลต่างหาทางใช้เงินกันอย่างมือเติบ

แต่ตามประวัติศาสตร์ในอดีตชี้ให้เห็นว่า “เงิน” ไม่ใช่อัตราแลกเปลี่ยนเพียงอย่างเดียวที่สามารถโน้มน้าวให้สโมสรต้นสังกัดและตัวนักเตะเลือกที่จะปล่อยและย้ายออกจากทีม

เท่าที่เคยเห็นมามีทั้งมันฝรั่งทอด, ช็อกโกแลต, ไม่เว้นแม้กระทั่งแร่เหล็ก ที่ถูกนำมาใช้เป็นค่าตัวสำหรับนักฟุตบอล

เรามาดูกันว่าในอดีตเคยมีการซื้อขายนักเตะครั้งใดบ้างที่ไม่มีเงินมาเอี่ยวแม้แต่แดงเดียว…


1. เอียน ไรท์

กูรูจากสำนักข่าว บีบีซี ย้ายมายังอาร์เซน่อลด้วยค่าตัว 2.5 ล้านปอนด์เมื่อปี 1991 ซึ่งถือเป็นสถิติมากที่สุดของสโมสรในช่วงนั้น

เขาเริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับคริสตัล พาเลซและเคยทำประตูในนัดชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพใส่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดถึงสองครั้ง

และด้วยผลงานดังกล่าวจึงไม่แปลกใจหากพวกเขาจะได้รับข้อเสนอเข้ามามากมาย โดยเฉพาะกับทีมนอกลีกอย่าง กรีนิช โบโรห์ ที่ยื่นข้อเสนอเข้ามาด้วยชุดดัมเบลล์เพียงหนึ่งชุด

แน่นอนว่าข้อเสนอดังกล่าวไม่แม้แต่จะได้รับการพิจารณาด้วยซ้ำ


2. ฟรังโก ดิ ซานโต้

ถึงแม้อดีตกองหน้าเชลซีผู้นี้จะได้ชื่อว่าเป็นนักเตะที่ล้มเหลวกับต้นสังกัด แต่ครั้งหนึ่งในฐานะกองหน้าดาวรุ่งพุ่งแรง เขาและสิงห์บลูส์ต้องเจอกับข้อเสนอที่ชวนให้ประหลาดอยู่ครั้งหนึ่ง

ทีมจากชีลี ออดักซ์ อิตเลียโน่ ต้องการที่จะได้ดิ ซานโต้มาร่วมทีมอย่างมาก มากซะจนยื่นข้อเสนอเข้ามาด้วยตาข่ายประตู 2 เซตและสีอีก 40 ลิตร…


3. จูเลียโน กราซิโอลี่

กราซิโอลี่เป็นที่รู้จักกันในฐานะฮีโร่ของสโมสรสตีฟเนจในเกมเอฟเอ คัพกับนิวคาสเซิ่ล ที่เขาทำประตูตีเสมอจนพาทีมลงเล่นในนัดรีเพลย์อีกครั้งเมื่อปี 1998

เขาเริ่มต้นอาชีพกับปีเตอร์โบโรห์ แต่เขาย้ายจากสตีฟเนจไปยังโบโรห์ด้วยสัญญายืมตัวหลังจากนั้น

ทีมจากนอกลีกต้องการปิดดีลดังกล่าวด้วยการยื่นข้อเสนอเป็นช็อกโกแลตอัดแท่งและขนมมันฝรั่งทอดกรอบอีกสามถุง จากการอ้างอิงของกุนซือ พอล แฟร์คลัฟ


4. โทนี่ คาสการิโน่

อดีตกองหน้าทีมชาติไอร์แลนด์ไม่ได้มีช่วงเริ่มต้นอาชีพที่สวยหรูนักกับคร็อกเคนฮิลล์ในช่วงยุค 1980

อย่างไรก็ตาม จิลลิ่งแฮมเชื่อว่าเขาจะเป็นศูนย์หน้าที่ดีได้และพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อดึงแข้งรายนี้มาใช้งาน

นั่นรวมไปถึงการออกทุนซื้อเสื้อแข่งใหม่ให้กับคร็อกเคนฮิลล์ เช่นเดียวกับหลังคาสังกะสีลูกฟูกเพื่อซ่อมแซมสนามเหย้าของสโมสรดังกล่าว


5. เออร์นี เบลนคินซอป

หลายคนถามว่านักฟุตบอลรายนี้คือใคร ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน แอดเองก็เช่นกัน

เขาลงเล่นให้กับทีมจากอังกฤษในช่วงปลายยุค 1920 จนถึงต้นยุค 1930 และคว้าแชมป์ดิวิชันหนึ่งเดิมกับเชฟฟิลด์ เวนส์เดย์สองสมัย

แต่เออร์นีเริ่มต้นอาชีพการค้าแข้งอย่างน่าสนใจเมื่อฮัลล์ ซิตี้เซ็นสัญญาแข้งรายนี้มาจากคัดเวิร์ธ วิลเลจ ด้วยค่าตัว 100 ปอนด์ พร้อมกับเบียร์อีกหนึ่งถัง

ไม่อยากจะนึกเลยว่าถ้าดีลดังกล่าวตกอยู่ในมือของกุนซือจอมขี้เหนียวอย่าง อาร์แซน เวนเกอร์ จะเป็นอย่างไร?


6. ฮิว แม็คเลนาฮาน

เชื่อว่าทุกคนคงจะชื่นชอบไอศกรีมไม่มากก็น้อย แต่สำหรับเรื่องนี้ดูจะเกินไปหน่อย

ก่อนที่สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะเป็นทีมระดับโลกอย่างในตอนนี้ พวกเขาต้องผ่านอะไรมามาก และเรื่องแปลก ๆ แบบนี้ก็มาจากพวกเขาเช่นกัน

ในช่วงนั้นพวกเขามีผู้ช่วยผู้จัดการทีมที่ชื่อว่า หลุยส์ ร็อคก้า และเขายังเป็นเจ้าของธุรกิจไอศกรีมอีกด้วย

ในปี 1927 ปีศาจแดงบริจาคตู้ไอศกรีมจำนวน 3 ตู้ให้กับสต๊อกพอร์ท เคาน์ตี้สำหรับงานการกุศล และเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน พวกเขาได้ตัว ฮิว แม็คเลนาฮาน มาแทน


7. คอลลินส์ จอห์น

กองหน้าชาวดัตช์รายนี้ทำได้ดีกับฟูแล่มในพรีเมียร์ลีกหลังย้ายมาจากเอฟซี ทเวนเต้

แต่ คอลลินส์ จอห์น เริ่มต้นอาชีพในฐานะดาวรุ่งของสโมสรดีอีเอส นีจ์เวอร์ดัล ที่เหมือนเป็นสโมสรเล็ก ๆ ในละแวกบ้านของเขา

แต่ทเวนเต้เห็นแววแข้งรายนี้ในปี 2002 และพวกเขาไม่เสียเงินแม้แต่แดงเดียวในการดึงแข้งรายนี้มาร่วมทีม แต่เป็นการบริจาคสารานุกรมให้กับโรงเรียนภายในเมืองเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนแทน