ล็อกถล่ม! งัดสถิติ 7 เกมบ็อกซิงเดย์ที่เหมือน “ฝันร้าย” ของทีมใหญ่

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

รู้ผลกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับเกมระดับ “ล็อกถล่ม” ที่ลิเวอร์พูลบุกไปโดนเลสเตอร์ ซิตี้ยัดเยียดความปราชัยที่สนามคิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยมเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา

ถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกสำหรับ “บ็อกซิงเดย์” หรือวันแห่งการเปิดกล่องของขวัญสำหรับวันคริสต์มาสในเมืองผู้ดี ที่ฟุตบอลจะแห่กันฟาดแข้งอย่างหน้ามืดตามัว

ผลของเกมดังกล่าวทำให้หงส์แดงตามหลังแมนเชสเตอร์ ซิตี้ถึง 6 แต้ม และตามสถิติที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่าทีมใดที่นั่งจ่าฝูงลีกช่วงสิ้นปี ทีมนั้นจะมีโอกาสเข้าป้ายหลังจบฤดูกาลมากทีเดียว

อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการพลิกล็อกเกิดขึ้นในช่วงโปรแกรมที่แน่นขนัดเช่นนี้ และยังมีอีกหลายนัดที่เหล่าบรรดาทีมใหญ่ไม่สามารถมอบของขวัญให้กับแฟนบอลของตัวเองได้ในช่วงเวลาแห่งความสุขเช่นนี้

เรามาดูกันว่ามีเกมไหนบ้างในช่วงบ็อกซิงเดย์ที่สร้างความหัวร้อนจนละลายหิมะได้นับตั้งแต่เข้าสู่ยุคพรีเมียร์ลีก….


โคเวนทรี 3-2 อาร์เซน่อล: 1999

ปืนใหญ่ทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ในการเจอกับทีมของ กอร์ดอน สตราคัน ฤดูกาล 1999/00

เจ้าบ้านขึ้นนำไปก่อนถึงสองประตูจาก แกรี่ แม็คอัลลิสเตอร์ และ มุสตาฟา ฮัดจิ ก่อนที่ทีมเยือนจะได้ประตูตีตื้นช่วงต้นครึ่งหลังจาก เฟร็ดดี้ ลุงเบิร์ก แต่ ร็อบบี้ คีน ก็ทำประตูให้โคเวนทรีหนีห่างอีกครั้ง

ประตูช่วงท้ายเกมของ ดาวอร์ ซูเคอร์ เกือบทำให้เจ้าบ้านต้องหมดสนุก แต่ทีมของสตราคันยันสกอร์ดังกล่าวเอาไว้ได้จนจบเกม

และเป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่ล้มเหลวของ อาร์แซน เวนเกอร์


มิดเดิลสโบรห์ 3-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: 2002

นี่คือหนึ่งในเกมที่ลูกศิษย์ (สตีฟ แม็คลาเรน) คิดล้างครู (เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน) และศิษย์ผู้นี้ก็ล้างซะสะอาดหมดจด

ขณะที่ปีศาจแดงกำลังไล่ล่าแชมป์อย่างดุเดือด พวกเขาหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะรักษาโมเมนตั้มเพื่อเกาะกลุ่มหัวแถวให้จงได้

แต่ ‘เดอะโบโร่’ โชว์ฟอร์มระดับสุดยอดได้ที่สนามริเวอร์ไซด์โดยประตูของ อเล็น บอคซิช และ ซิลาร์ด เนเม็ธ ช่วยให้เจ้าบ้านออกนำห่างถึงสองลูก

ไรอัน กิ๊กส์ ตามตีตื้นให้ทีมเยือนได้ แต่ โจเซฟ-ดีไซร์ จ๊อบ ซัดประตูปิดกล่องให้เจ้าบ้านคว้าชัยชนะได้เหนือความคาดหมาย

ความพ่ายแพ้ดังกล่าวทำให้ปีศาจแดงมีคะแนนตามหลังอาร์เซน่อลถึง 7 แต้มก่อนถึงช่วงปีใหม่ แต่พวกเขากลับเร่งเครื่องในช่วงท้ายและแซงเข้าป้ายคว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จ


โบลตัน วันเดอเรอร์ส 4-3 นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด: 2003

ย้อนไปยุคนั้น สุดยอดดาวยิงระดับตำนานอย่าง อลัน เชียเรอร์ กำลังพาต้นสังกัดลุ้นตั๋วแชมเปียนส์ ลีกอย่างสนุก

แต่การที่พวกเขาจะพิสูจน์ตัวเองว่าคู่ควรกับเวทีฟุตบอลยุโรปถ้วยใหญ่ พวกเขาจะต้องเอาชนะทีมดิ้นรนหนีตกชั้นอย่างโบลตันให้ได้เสียก่อน

และดูเหมือนจะถูกใจแฟนบอลระดับฮาร์ดคอร์เมื่อทั้งสองทีมเสียถึงสามประตูรวมกันขณะที่การแข่งขันเพิ่งเริ่มไปได้เพียง 10 นาที

ไมเคิ่ล ริคเก็ตต์ ทำคนเดียวอีกสองประตูช่วยให้เจ้าบ้านหนีห่างเป็น 4-1 ก่อนที่ โชลา อเมโอบี้ และ อลัน เชียเรอร์ ทำตีตื้นให้ทีมเยือนก่อนจะจบด้วยสกอร์ดังกล่าว


ชาร์ลตัน แอธเลติก 4-2 เชลซี: 2003

ถือเป็นการเข้าฮุบกิจการปีแรกของ ‘เสี่ยหมี’ โรมัน อบราโมวิช และด้วยเม็ดเงินการลงทุนก้อนโตที่ทุ่มลงไป กุนซือ เคลาดิโอ รานิเอรี่ จึงอยู่ภายใต้ความกดดันอย่างหนักเพื่อเขี่ยอาร์เซน่อลและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดลงมาจากคอนให้จงได้

แต่ผลการแข่งขันในเกมกับชาร์ลตันแสดงให้เห็นว่าทีมของเขายังต้องพัฒนาอีกมาก

หลังจากที่ จอห์น เทอร์รี่ ทำประตูตีเสมอได้สำเร็จ ดูเหมือนว่าเชลซีจะเริ่มตั้งตัวได้ในเกมนั้น

อย่างไรก็ตาม ชาร์ลตันกลับขึ้นนำถึง 4-1 จาก แม็ตต์ ฮอลแลนด์, โจนาธาน โยฮานส์สัน และ เจสัน ยูเอลล์

ทีมเยือนมาได้ประตูปลอบใจช่วงท้ายจาก ไอเดอร์ กุดยอนเซ่น


เชลซี 4-4 แอสตัน วิลล่า: 2007

เชลซีกลับมาสู่เส้นทางลุ้นแชมป์อีกครั้งภายใต้กุนซือ อัฟราม แกรนท์ ที่เข้ามารับงานต่อจาก โชเซ่ มูรินโญ่

พวกเขาต้อนรับการมาเยือนของทีมอันดับหกอย่างแอสตัน วิลล่าที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ซึ่งตามหน้าเสื่อแล้วไม่ใช่งานยากสำหรับสิงห์บลูส์แม้แต่น้อย

แต่ความเป็นจริงไม่ใช่แบบนั้น

พวกเขาเปลี่ยนเกมนี้ให้เหมือนกับงานเฉลิมฉลองประตูเมื่อวิลล่าขึ้นนำไปก่อน 2-0 ก่อนจะโดนเจ้าบ้านไล่ตาม 2-2

ปราการหลังชาวบราซิเลียน อเล็กซ์ ซัดให้เชลซีขึ้นนำเป็นครั้งแรกของเกมนี้ แต่ทีมเยือนได้ มาร์ติน ลอร์เซ่น ไล่ตามตีเสมอทันควัน

ช่วงสองนาทีสุดท้าย สิงห์บลูส์ดูจะเป็นฝ่ายกำชัยจากประตูของ ไมเคิ่ล บัลลัค แต่จุดโทษของ แกเร็ธ แบร์รี่ ต้องทำให้แฟนบอลเจ้าบ้านต้องเจอกับของขวัญคริสต์มาสที่ไม่สบอารมณ์เอาเสียเลย


ซันเดอร์แลนด์ 1-0 แมนเชสเตอร์ ซิตี้: 2012

ในฐานะแชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้พร้อมป้องกันแชมป์จากคู่แข่งตัวฉกาจอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แต่เป็นพวกเขาเองที่ยื่นแชมป์ให้กับคู่ปรับร่วมเมืองอย่างหน้าตาเฉยจากความพ่ายแพ้ต่อทีมรองบ่อนอย่างซันเดอร์แลนด์ที่สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ ซึ่งเป็นหนึ่งใน 6 เกมที่พวกเขาแพ้ในฤดูกาลนั้น

อดีตปีกแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อดัม จอห์นสัน ซัดไกลผ่านมือของ โจ ฮาร์ท อย่างสวยงาม

ถึงแม้ซิตี้จะมีโอกาสมากมายในเกมนั้น แต่พวกเขาก็ยังไม่เฉียบคมพอที่จะส่งบอลเข้าไปกองก้นตาข่ายได้


เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้: 2018

ถือเป็นความพ่ายแพ้ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในฐานะกุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี้เพียงนัดเดียวเท่านั้นกับการลงสนามช่วงบ็อกซิงเดย์

เจ้าของแชมป์เก่าพรีเมียร์ลีกเพิ่งจะแพ้ให้กับคริสตัล พาเลซมาหมาด ๆ 3-2 ดังนั้นพวกเขาเพิ่งจะเผยจุดอ่อนให้คู่แข่งเห็น

ชัยชนะนัดนี้จะทำให้พวกเขาสามารถไล่ตามจ่าฝูงอย่างลิเวอร์พูลได้ และประตูของ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ก็ทำให้ทีมเยือนดูจะมีความหวัง

แต่ มาร์ค อัลไบรท์ตัน ซัดตีเสมอให้เจ้าบ้านก่อนที่ ริคาร์โด เปเรย์ร่า จะซัดประตูชัยในช่วง 10 นาทีสุดท้ายของเกม

อย่างไรก็ตามความพ่ายแพ้ดังกล่าวไม่ทำให้เรือใบชวดแชมป์ฤดูกาลนั้น เมื่อพวกเขามีคะแนนมากกว่าหงส์แดงเพียงหนึ่งแต้มหลังจบฤดูกาล