สุดอาภัพ! อดีตแข้งสิงห์ “แพร์ ไวเฮาค์” ที่ต้องทิ้งความฝันก่อนจบชีวิตด้วยวัย 32 ปี

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

แพร์ ไวเฮาค์ สมควรที่จะได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลก ณ ปัจจุบัน หลังไต่เต้าขึ้นมาจากระดับเยาวชนทั้งกับอาหยักซ์ อัมสเตอร์ดัมและเชลซี

อย่างไรก็ตาม เส้นทางอาชีพค้าแข้งของเขาต้องจบลงก่อนวัยอันควรด้วยอาการบาดเจ็บที่รุมเร้า

ด้วยวัยเพียง 19 ปี คุณหมอคนหนึ่งได้บอกกับไวเฮาค์ว่าเขาควรลืมความฝันของตัวเองในการเป็นนักฟุตบอลและยอมรับเงินประกันชดเชยซะ

แต่เขาก็ยังพยายามอย่างถึงที่สุดเมื่อปีกชาวเดนมาร์กตัดสินใจกลับบ้านเกิดตัวเองและลงสนามในฐานะนักฟุตบอลพาร์ทไทม์

และแล้วสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดก็มาถึง

ด้วยวัยเพียง 32 ปี ไวเฮาค์ถูกพบเสียชีวิตในบ้านของตัวเอง


พรสวรรค์ระดับพระเจ้า
ซ้าย: ไบรอัน ไรเมอร์, ขวา: โธมัส แฟรงค์

ตั้งแต่เด็ก แพร์คือหนึ่งในดาวรุ่งพุ่งแรงที่สุดคนหนึ่งของยุค เขาได้รับการฝึกสอนจากกุนซือเบรนท์ฟอร์ดในปัจจุบันอย่าง โธมัส แฟรงค์ และผู้ช่วยผู้จัดการทีม ไบรอัน ไรเมอร์ ที่สโมสรบ้านเกิด ฮวีดอฟร์

ไรเมอร์ให้สัมภาษณ์กับ The Athletic ว่า “แพร์เป็นนักเตะที่มีทักษะเพียบพร้อม

“เขาชอบขยับเข้ามาด้านในจากตำแหน่งปีกในระบบ 4-3-3 แต่เขาก็ยังเล่นเป็นศูนย์หน้าตัวเป้าได้อีกด้วย

“เขามีร่างกายที่ยอดเยี่ยม, มีความฉลาดเฉลียว, มีทักษะการยิงประตูที่ดี, สัมผัสบอลแรกได้ดี, หาพื้นที่ในกรอบเขตโทษได้ดีและมีทักษะลูกกลางอากาศที่ยอดเยี่ยม

“เขาคือหนึ่งในนักเตะที่สามารถสร้างอะไรบางอย่างให้กับเพื่อนร่วมทีมหรือพาบอลเข้าทำเองก็ได้ เขามีศักยภาพเหลือล้น”

และเป็นเวลาเพียงไม่นานที่เขาจะได้รับความสนใจจากบรรดายักษ์ใหญ่ในยุโรปทั้งแอตเลติโก มาดริด, อาหยักซ์, เชลซี, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและอคาเดมีชื่อดังอีกหลายต่อหลายทีม


ปมปัญหาเริ่มก่อตัว

เพื่อการพัฒนาฝีเท้าให้ถึงขั้นสุด เจ้าตัวเลือกจะย้ายไปที่อาหยักซ์ ที่ที่นักเตะเดนิชฝากผลงานไว้มากมายทั้ง แยน โมลบี้, โซเรน เลอร์บี้ และ คริสเตียน อีริคเซ่น

แต่ใครจะเชื่อว่าที่นั่นกลายเป็นฝันร้ายสำหรับเขาที่ต้องดิ้นรนอย่างหนักในการปรับตัว

เขาได้รับอาการบาดเจ็บบริเวณแฮมสตริงระหว่างออกทัวร์ แต่ด้วยความกดดันที่ถาโถมก็ยิ่งทำให้เขาไม่สามารถแสดงฝีเท้าออกมาได้อย่างที่หวัง

“สิ่งที่ผมคิดถึงมากที่สุดคือเพื่อน ๆ และครอบครัว” ไวเฮาค์ให้สัมภาษณ์กับสื่อโคนม Lokalavisen “หลังจากได้ฝึกซ้อมที่นี่ คุณก็ไม่สามารถกลับไปเจอกับเพื่อนฝูงเหมือนอย่างเคยได้แล้ว

“แน่นอนบางครั้งมันก็ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณได้รับบาดเจ็บ แล้วมันก็น่าเบื่อมากที่ต้องนั่งอยู่ที่นี่คนเดียว

“คุณมาที่นี่เพื่อเล่นฟุตบอล และนั่นคือสิ่งเดียวที่คุณไม่สามารถทำได้เมื่อคุณได้รับบาดเจ็บและทำได้แต่อยู่ในยิม

“แต่ทุกวันผมลุกขึ้นและตั้งตารอกับการฝึกซ้อม ดังนั้นก็ยังถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง (ในการย้ายมาที่อาหยักซ์)

และอาการบาดเจ็บนี้เองที่ทำให้อาหยักซ์ตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับดาวรุ่งรายนี้


รอดเจอร์สการันตีฝีเท้า

ในปี 2006 รุ่นพี่ทีมชาติเดนมาร์ก แฟรงค์ อาร์เนเซ่น ที่รู้จักแพร์สมัยอยู่ที่อาหยักซ์ เป็นคนดึงรุ่นน้องผู้นี้เข้ามาสู่เชลซี และที่นั่นเขาทำผลงานได้เข้าตา เบรนแดน รอดเจอร์ส ที่รับงานกุนซือเยาวชนสิงห์บลูส์อยู่ในขณะนั้น

“ผมจำแพร์ได้ติดตา” รอดเจอร์สกล่าว “เขาเป็นเด็กหนุ่มมากพรสวรรค์ที่ได้รับการปลุกปั้นมาจากอาหยักซ์ เขาคือปีก แต่เขากลับมีร่างกายที่แข็งแกร่งมาก

“เขาเล่นตำแหน่งตัวรุกได้หลากหลาย เขาเล่นด้านกว้างได้ทั้งสองฝั่งหรือศูนย์หน้าตัวเป้าหรือแม้กระทั่งเบอร์ 10 ก็ทำได้ เขาคือนักเตะที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์และรวดเร็ว

“เขามาที่นี่เมื่ออายุ 17 ปีและเขาก็อยู่เหนือกว่านักเตะระดับเดียวกันไปแล้ว เราจับเขาเข้าสู่ทีมชุดสำรองทันทีและคุณจะเห็นได้ชัดว่าเขามีทักษะที่ยอดเยี่ยม เช่นเดียวกับความทุ่มเทในการฝึกซ้อม

“เขาอยากทำงานหนัก เขาอยากวิ่งมีทักษะขั้นสูงในการเลี้ยงบอลฝ่าคู่แข่ง เขาไม่ใช่ปีกตัวเล็ก ขนาเตัวเขาอยู่ในเกณฑ์เหมาะสำหรับนักเตะกองกลาง แถมยังมีความสามารถที่ยอดเยี่ยม”


ร่างกายรับไม่ไหว

ถึงแม้จะเริ่มต้นได้สวยกับชีวิตที่ลอนดอน แต่ปัญหาเดิมก็กลับมาเล่นงานเขาอีกครั้ง นั่นคืออาการบาดเจ็บ

กับเชลซีถือเป็นการเดิมพัน ซึ่งเป็นการเดิมพันที่ขาดทุนอย่างไม่ต้องสงสัย

อาร์เนเซ่นกล่าวว่า “เรารู้ดีว่าเขามีปัญหาอาการบาดเจ็บ แต่เราอยากให้โอกาสเขาอีกสักครั้ง

“ถ้าเขากลับมาเล่นในระดับที่แท้จริงได้ เขาจะกลายเป็นนักเตะผู้ยิ่งใหญ่ เขาได้ลงเล่นในบางนัดและทำได้ดี แต่ก็โชคร้ายที่เขาได้รับบาดเจ็บอีกครั้ง”

ผลการสแกนร่างกายพบว่าเขามีปัญหาที่เนื้อเยื่อตรงแฮมสตริง เขาได้รับคำแนะนำเพียงอย่างเดียวว่าต้องพักผ่อน และหลังจากรักษาหายเขาถึงจะสามารถฟื้นฟูความแข็งแกร่งที่ขาตัวเองได้

และถ้าเขาไม่ทำแบบนั้น เส้นทางอาชีพของเขาจะจบลง

“บางครั้งมันก็น่าเสียดายที่ร่างกายของคนเราไม่สามารถทนรับการฝึกซ้อมและการทำงานอย่างเข้มงวดได้” รอดเจอร์สกล่าวต่อ

“และนั่นคือกรณีที่เกิดขึ้นกับแพร์ ในเรื่องทักษะและความสามารถไม่ต้องสงสัยเลย เขาคือหนึ่งในนักเตะพรสวรรค์สูง

“เขากลายเป็นนักเตะระดับโลกได้อย่างไม่ยากเย็นเพราะเขาเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ แต่เขาไม่สามารถจับจังหวะของตัวเองและไม่มีความสม่ำเสมอ”


ถึงทางตัน

ทันใดนั้นไวเฮาค์เดินทางไปที่ฟินแลนด์เพื่อเข้ารับการผ่าตัดและหวังว่าขั้นตอนดังกล่าวจะช่วยแก้ไขปัญหาของเขาได้อย่างหายขาด

อย่างไรก็ตามมันกลับไม่เวิร์ค หลังจากเข้าพบผู้เชี่ยวชาญหลายต่อหลายคน คำตอบก็ยังเป็นเหมือนเดิมทุกครั้ง

แฮมสตริงของเขาไม่สามารถรับการทำงานหนักในวงการฟุตบอลสมัยใหม่ได้

เขาได้รับคำแนะนำให้แขวนสตั๊ดและยอมรับเบี้ยประกันเพียงเล็กน้อยสำหรับค่าเสียโอกาสสำหรับรายได้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

และตอนนี้แพร์มีอายุได้เพียง 19 ปี


โอกาสที่สอง

อย่างไรก็ตามด้วยความฝันและความมุ่งมั่นขั้นสูง ไวเฮาค์กลับมายังอดีตต้นสังกัดเดิมและต้นสังกัดแรกในชีวิตอย่างฮวีดอฟร์อีกครั้งในปี 2009

ถึงแม้จะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเหล่าแฟนบอลและสโมสร แต่เขาก็ไม่สามารถช่วยต้นสังกัดให้กลับขึ้นมาเล่นบนลีกสูงสุดเดนมาร์กได้

ทั้งสองฝ่ายตัดสินใจว่าเรื่องนี้มันเป็นไปไม่ได้ แต่ข้อเสนอจากทีมสมัครเล่น เอฟซี โคเปนเฮเก้น ทำให้เขามีความหวังอีกครั้ง

แพร์สามารถใช้ร่างกายได้เพียง 70 เปอร์เซ็นต์เมื่อเขาได้รับโอกาสนั้น และเขาให้สัมภาษณ์กับ Ekstra Bladet เมื่อปี 2009 ว่า “นี่คือเป้าหมายของผมที่ทำให้เส้นทางอาชีพของผมกลับมาอีกครั้ง ผมหวังว่าจะได้รับสัญญาระดับอาชีพครั้งใหม่”

แต่แล้วสัญญาดังกล่าวก็ไม่มาถึงมือเขา และเป็นอีกครั้งที่เขาต้องรักษาอาการบาดเจ็บถึงหนึ่งปีเต็ม และเป็นช่วงเวลาที่เขาตระหนักได้ว่าเขาต้องยอมละทิ้งอาชีพที่รักของตัวเอง

เขาเริ่มต้นบทบาทใหม่ในฐานะแมวมองโดยทำงานร่วมกันเอเยนต์ของเขา โซเรน เลอร์บี้ ที่ปัจจุบันรับหน้าที่เอเยนต์ให้กับนักเตะดังอย่าง ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบียร์ก

หลังจากนั้นเขาเลือกที่จะเข้ารับการศึกษาและเข้าทำงานที่ธนาคารเดนมาร์ก Nordea ในแผนกการเงิน


จุดจบอันแสนเศร้า

อย่างไรก็ตามด้วยความผิดหวังที่ความฝันเขาต้องพังทลายลง นั่นเป็นเรื่องที่ยากที่เขาจะรับไว้

และความตายของเขาก็มาถึง

“น่าเศร้าที่ผมไม่สามารถติดต่อกับเขาได้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา” ไรเมอร์กล่าว “ผมรู้สึกว่าเขาปิดกั้นตัวเอง มีคนฟุตบอลเพียงไม่กี่คนที่ติดต่อกับเขาเมื่อปีก่อนหรือราว ๆ นั้น

“มันยากที่จะพูดนะ แม้กระทั่งตอนนี้ก็ตาม ผมพยายามจะถอยออกมาจากสถานการณ์นั้นและผมคิดกับตัวเองว่า ‘แพร์ ทำไมคุณไม่โทรหาผม? ผมยินดีทำทุกอย่างเพื่อช่วยคุณ’

“แต่มันก็สายเกินไปเสียแล้ว ผมไม่คิดว่าเขาจะรู้สึกว่าตัวเองหลงเหลือพลังอีกต่อไปแล้ว”