ฟรานเชสโก้ ฟลาคี่: ตำนานผู้หวนคืนสนามจากโทษแบนถึง 12 ปี

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

ในช่วงต้นปี 2007 ฟราสเชสโก้ ฟลาคี่ กำลังจะก้าวขึ้นเป็นตำนานของสโมสรซามพ์โดเรียทั้งบทบาทกัปตันทีมที่ทำประตูให้กับต้นสังกัดมากกว่า 100 นัดและถูกเรียกติดทีมชาติอิตาลีเป็นครั้งแรก

แต่ชีวิตของเขาต้องพบกับจุดเปลี่ยนเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังเกมกับอินเตอร์ มิลานเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2007 เมื่อเขามีผลตรวจเป็นบวกกับสารเสพติดที่ชื่อว่า “โคเคน”

เขาถูกแบนห้ามยุ่งเกี่ยวกับวงการฟุตบอลเป็นเวลาสองปีทันที

“ผมสูญเสียทุกอย่างไปในทันที” ฟลาคี่ให้สัมภาษณ์กับ บีบีซี สปอร์ต “ผมคือบุคคลต้นแบบที่เจนัว ผมเริ่มต้นปีด้วยสองประตูและผมเพิ่งถูกเรียกติดทีมชาติครั้งแรกด้วย”

แต่เรื่องราวดังกล่าวเป็นเพียงแค่การเริ่มต้น เมื่ออีกสองปีถัดมาเส้นทางอาชีพของเขาต้องจบลง หรืออาจจะไม่?


หลงผิด “ซ้ำแล้วซ้ำเล่า”

ช่วงต้นปี 2006 เขาโดนคดีข้อหาล้มบอลและถูกแบนเป็นเวลาสองเดือน โดยที่เจ้าตัวให้สัมภาษณ์ว่า “ผมไม่มีส่วนรู้เห็นใด ๆ “ และ “ผมจะไม่มีวันยอมรับโทษแบนนี้”

เขาก้าวข้าวปัญหาเหล่านั้นมาได้และสถาปนาตัวเองกลายเป็นนักเตะเบอร์ 10 ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในยุคของเขา ซึ่งสถิติ 110 ประตูที่เขาทำได้กับซามพ์โดเรียทำให้เขาก้าวขึ้นเป็นดาวซัลโวตลอดกาลอันดับสามของสโมสร ตามหลังเพียง โรแบร์โต้ มันชินี่ และ จานลูก้า วิอัลลี่

อย่างไรก็ตามสถิติของเขาควรจะอยู่สูงกว่านี้หากเจ้าตัวไม่ทำตัวเองด้วยการเสพยาเมื่อปี 2007

หลังผ่านพ้นช่วงโทษแบนสองปี ฟลาคี่ได้รับโอกาสหวนคืนสนามอีกครั้งให้กับทีมจากเซเรีย บีในขณะนั้นอย่างเบรสชาและเอ็มโปลี แต่ผลกระทบจากโทษแบนตลอดสองปีที่ผ่านมาทำให้สภาพจิตใจของเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

“ด้วยสภาพจิตใจแล้วผมไม่เป็นคนเดิมอีกต่อไป และผมไม่สามารถหลีกเลี่ยงความล้มเหลวที่เกิดขึ้นได้” เขาพิจารณาตัวเอง

ในเดือนธันวาคมปี 2009 ฟลาคี่ตรวจพบโคเคนในเลือดอีกครั้ง ซึ่งเป็นความผิดซ้ำซ้อนที่ทำให้เขาถูกแบนห้ามยุ่งเกี่ยวกับฟุตบอลเป็นเวลาถึง 12 ปี ถือเป็นการปิดฉากอาชีพการเล่นของเขาไปโดยปริยาย

แต่ใครจะเชื่อว่าอีก 12 ปีถัดมา เขาจะหวนคืนสนามอีกครั้งด้วยวัย 46 ปี


12 ปีที่ยัง “ไม่สายเกินไป”

ในช่วงที่เขาไม่ได้ลงสนาม ฟลาคี่รับงานโค้ชอย่างไม่เป็นทางการกับทีมเล็ก ๆ อย่างบาโญ เอ ริโปลี่ โดยคว้าแชมป์ลีกและบอลถ้วยได้อีกหลายสมัย เขายังเคยรับงานโค้ชให้กับทีมเยาวชนของสโมสรซินญ่า 1914

และนับตั้งแต่ช่วงวิกฤติโรคระบาดที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ เขาได้ฝึกสอนแข้งเยาวชนไปแล้วมากกว่า 50 คน

และกับซินญ่า 1914 นี้เองที่เขาเริ่มต้นอาชีพการค้าแข้งอีกครั้งด้วยวัย 46 ปีเมื่อโทษแบนของเขาหมดอายุลงเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาด้วยความร่วมมือของเพื่อนรักและประธานสโมสร อันเดรีย บัลแลรินี่

“ผมรู้สึกตื่นเต้นมากเพราะวันนั้นใกล้เข้ามา” ฟลาคี่กล่าว “มันเริ่มต้นขึ้นด้วยมุกตลก แต่เราก็เริ่มจริงจังมากขึ้น ตอนนั้นผมช่วยทีมซินญ่า 1914 อยู่แล้วในระบบเยาวชน

“อันเดรียเริ่มรบเร้าผมว่า ‘คุณแก่เกินแกงแล้ว เล่นไม่ไหวหรอก’ ผมไม่ได้ลงสนาม 11 คนเป็นเวลาถึง 12 ปี แต่ผมคือชายที่มากับฟุตบอลและผมมีชีวิตอยู่ได้ด้วยความรู้สึกแบบนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมคิดถึงอย่างมาก

“ผมลงฝึกซ้อมอยู่ในตอนนี้และความรู้สึกเหมือนคล้ายกลับไปสมัยที่ผมยังเป็นนักเตะจริง ๆ ถึงแม้ความกดดันและการที่สื่อจับจ้องจะแตกต่างกัน แต่จังหวะฟุตบอลและชีวิตในห้องแต่งตัวยังเหมือนเดิมในทุกระดับ

“ผมรู้ว่าผมเคยทำผิดพลาดและผมก็โดนลงโทษมาแล้ว ผมยังรู้อีกว่าผมไม่ได้รวดเร็วเหมือนกับแต่ก่อน แต่ผมยังทำในส่วนของผมได้และช่วยเหลือเด็ก ๆ ที่เชื่อในตัวพวกเขาเอง ผมยังอยากให้พวกเขาเข้าใจถึงความสวยงามของฟุตบอล พวกเขาจะยอมรับความพ่ายแพ้เหมือนที่ผมเคยโยนทิ้งไปไม่ได้”


“บทเรียน” ที่ต้องจดจำไปตลอดชีวิต

การหวนคืนสู่สนามซ้อมอีกครั้งและแง่มุมในการลงสนามอีกครั้งถือเป็นโอกาสที่ทำให้ฟลาคี่กลับมาพิจารณาถึงทางเลือกที่เขาเคยติดสนใจเดิน และเส้นทางการค้าแข้งที่กลับมาเปิดกว้างอีกครั้ง

หลังจากเรื่องแย่ ๆ ที่เกิดขึ้นทำให้คุณคิดถึงทุกอย่าง” เขากล่าวต่อ “กับเส้นทางอาชีพที่คุณโยนลงทิ้งถังขยะไปเอง, ภาพลักษณ์จากสื่อของคุณ, ความเจ็บปวดที่คุณสร้างให้กับครอบครัว ผู้คนไม่ได้มีปฏิกิริยาที่ดีเท่าใดนักในช่วงแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไปผมพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าผมเข้าใจความผิดพลาดของผมและกลับมาฟื้นฟูความสัมพันธ์ใหม่ ๆ ได้

“ช่วงแรกการชมฟุตบอลทำให้ผมเอียน แต่ผมกัดฟันและตัดสินใจก้าวข้ามมันไป ผมเปิดร้านอาหารสองร้านที่เมืองฟลอเรนซ์และผมใช้เวลาด้วยการเสิร์ฟอาหาร นับตั้งแต่ที่ผมรู้ว่าผมจะได้ลงเล่นอีกครั้งผมได้รับโทรศัพท์และข้อความมากมาย นี่แสดงให้เห็นว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังรักผมอยู่

“ผมไม่ใช่เหยื่อ ผมทำพลาดเองและผมไม่อยากให้คนอื่น ๆ มีเส้นทางแบบเดียวกับผม ผมได้รับเสียงตอบรับในแง่ดีมากมายจากงานโค้ชของผม และนี่เป็นตัวพิสูจน์ครั้งสำคัญถึงการอุทิศตนของผมที่ได้รับความชื่นชมและพ่อแม่ที่เชื่อใจในตัวผม

“มันง่ายเกินไปที่จะตัดสินจากคนภายนอก คนเหล่านั้นที่รู้จักผมรู้ดีว่าผมเป็นคนยังไง ผมคือคนเดิมเหมือนกับตอนสมัย 20, 30 ปีก่อนกับคุณค่าที่ผมมี

“ผมรู้ว่าใคร ๆ ก็สามารถทำผิดพลาดและล้มได้ แต่พวกเขาเหล่านั้นก็สามารถลุกขึ้นมาได้ด้วยสองเท้าของตัวเองเช่นกัน ชีวิตเต็มไปด้วยเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด สิ่งที่ผมอยากทำคือหน้าที่ของผมเองและแสดงให้เห็นว่าผมยังมีบทบาทในวงการฟุตบอลได้”


ปัจจุบันเขากำลังฝึกซ้อมอยู่กับทีม ซินญ่า 1949 ในดิวิชัน 5 ของฟุตบอลลีกอิตาลี และเตรียมที่จะคัมแบ็กสนามพื้นหญ้าอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้งเมื่อโทษแบนของเขาสิ้นสุดลงในเดือนมกราคมปี 2022