สู่จุดเริ่มต้น! เพื่อนร่วมทีม “CR7” สมัยซัดทีมชาติลูกแรก ปัจจุบันอยู่ที่ไหนแล้วบ้าง?

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทำประตูครบ 111 ลูกในนามทีมชาติให้โปรตุเกสคว้าชัยชนะเหนือไอร์แลนด์ 2-1 ในช่วงเบรกทีมชาติที่ผ่านมา สร้างสถิติแข้งชายซัดประตูทีมชาติมากที่สุดในโลกคนใหม่

เป็นเวลากว่า 17 ปีแล้วที่ตำนานแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดรายนี้ทำประตูนัดแรกในนามทีมชาติได้สำเร็จ และนับแต่นั้นเป็นต้นมา ประวัติศาสตร์จึงเริ่มบังเกิด

ประตูแรกของเขาเป็นเกมยูโร 2004 ที่เจอกับกรีซในบ้านตัวเองนัดแรก ซึ่งเขาไม่ได้เป็นตัวจริงนัดนั้น

และจนถึงบัดนี้โรนัลโด้คือนักเตะเพียงคนเดียวที่ยังค้าแข้งจนถึงปัจจุบันด้วยวัย 36 ปีที่สภาพร่างกายยังคงยอดเยี่ยม

เรามาดูกันว่าเหล่า 11 ตัวจริงที่ลงสนามในเกมพ่ายกรีซ 2-1 ณ วันนั้นมีใครกันบ้าง แล้วปัจจุบันพวกเขาเหล่านั้นกำลังทำอะไรกันอยู่?


ผู้รักษาประตู: ริคาร์โด้

ริคาร์โด้คือผู้รักษาประตูเบอร์หนึ่งของทีมชาติในช่วงยุค 2000 และติดทีมชาติไปทั้งหมด 79 นัด

เขาเคยค้าแข้งให้กับอดีตทีมของโรนัลโด้ สปอร์ติ้ง ลิสบอน เมื่อปี 2004 ก่อนจะย้ายไปร่วมทีมจากสเปนอย่างเรอัล เบติสในปี 2007

ฟหลังจากค้าแข้งในเดอะ แชมเปียนชิพกับเลสเตอร์ ซิตี้ในช่วงสั้น ๆ เมื่อปี 2011 เขาตัดสินใจปิดฉากการเล่นฟุตบอลอาชีพกับโอลฮาเนนเซ่ในปี 2014


แบ็กขวา: เปาโล แฟร์ไรร่า

แฟร์ไรร่าคือหนึ่งในกำลังสำคัญของโปรตุเกสในยูโร 2004 ที่เพิ่งช่วยให้ต้นสังกัดอย่างปอร์โต้คว้าแชมเปียนส์ ลีกภายใต้กุนซือ โชเซ่ มูรินโญ่ เพียงไม่นานก่อนเริ่มรายการ

แบ็กขวารายนี้ติดตามมูรินโญ่มาค้าแข้งกับเชลซีหลังจบศึกยูโรและคว้าแชมป์มาประดับบารมีถึง 11 ถ้วยในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์

เขาแขวนสตั๊ดในปี 2013 และจนปัจจุบันเขาก็ยังรับหน้าที่เป็นทูตและโค้ชให้กับสโมสร


เซนเตอร์: ชอร์เก้ อันดราเด้

สมัยนั้นอันดราเด้ยังค้าแข้งอยู่ในสเปนกับเดปอร์ติโบ ลา กอรุนญ่า ก่อนจะช่วยโปรตุเกสเข้าชิงยูโร 2004 และอีกสามปีถัดมาเขาต้องเก็บข้าวของย้ายออกจากทีม

กับยูเวนตุสเขาต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บเรื้อรังโดยลงสนามให้กับต้นสังกัดได้เพียง 5 นัดตลอดสองปีที่อยู่ในตูริน ก่อนที่เจ้าตัวจะต้องแขวนสตั๊ดในช่วงอายุเพียง 30 ต้น ๆ

เขาเปลี่ยนมารับงานโค้ชและเคยคุมทีมในบ้านเกิดช่วงสั้น ๆ กับแอตเลติโกและออเรียนทัลอีกด้วย


เซนเตอร์: แฟร์นานโด คูโต้

ตอนที่โรนัลโด้ซัดลูกแรกในนามทีมชาติ คูโต้กำลังค้าแข้งอยู่กับลาซิโอ้ในอิตาลี ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาเคยค้าแข้งกับทั้งปอร์โต้, ปาร์ม่าและบาร์เซโลน่ามาก่อน

เขาย้ายกลับไปยังปาร์ม่าอีกครั้งในปี 2005 และใช้เวลาค้าแข้งในเมืองหลวง 3 ปีสุดท้ายของชีวิตที่นั่น

หลังจากนั้นเขาหันกลับมารับงานโค้ชและเคยรับตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการทีมสโมสรบราก้าระหว่างปี 2012-2014


แบ็กซ้าย: รุย ชอร์เก้

ชอร์เก้คืออีกหนึ่งนักเตะที่กำลังอยู่ในช่วงบั้นปลายอาชีพสมัยลุยศึกยูโร 2004 หลังค้าแข้งมาทั้งชีวิตกับปอร์โต้และสปอร์ติ้ง ลิสบอน

แบ็กซ้ายรายนี้หันมารับงานโค้ชและกลายเป็นผู้จัดการทีมเบเลเนนเสสเมื่อปี 2009 ก่อนจะย้ายมาคุมทีมชาติโปรตุเกสชุด U-21 ในปีถัดมาจนถึงปัจจุบัน

เขาเคยพาโปรตุเกสเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศยูโร U21 ในปี 2015 และ 2021 อีกด้วย


กองกลาง: คอสตินญ่า

คอสตินญ่าคือหนึ่งในเหล่าบรรดาแข้งจอมเก๋าที่พาทีมชาติลุยยูโร 2004 หลังจากค้าแข้งมากับทั้งออเรียนทัล, มาชิโก้, นาซิโอนัล, โมนาโกและปอร์โต้

กองกลางตัวรับรายนี้ย้ายออกจากปอร์โต้เมื่อปี 2005 ไปยังดินาโม มอสโกว์, แอตเลติโก มาดริดและอตาลันต้า ก่อนจะแขวนสตั๊ดในปี 2010

หลังจากนั้นเขาหันมาจับงานกุนซือและปัจจุบันกำลังควบบังเหียนสโมสรนาซิโอนัลเป็นคำรบที่สองหลังเคยคุมทีมอย่างไบร่า-มาร์, ปากอส เดอ แฟร์ไรร่า และ อคาเดมิก้า


กองกลาง: มานิช

มานิชคือหนึ่งในดาวดังของยูโร 2004 ช่วยให้โปรตุเกสเข้าชิงชนะเลิศทัวร์นาเมนต์ดังกล่าวด้วยฟอร์มการเล่นระดับสุดยอด

เขาตัดสินย้ายออกจากปอร์โต้ในปี 2005 ก่อนจะย้ายซบสโมสรทั่วยุโรปทั้งดินาโม มอสโกว์, เชลซี, แอตเลติโก มาดริด, อินเตอร์ มิลาน, โคโลญจน์และสปอร์ติ้ง ลิสบอน

เขาแขวนสตั๊ดในปี 2011 ก่อนหันมารับงานโค้ชและรับตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการทีมของคอสตินญ่าที่ปากอสในปี 2013 และหลังจากนั้นเขาหันมารับงานเดียวกันที่สโมสรอคาเดมิก้า


ปีกขวา: หลุยส์ ฟิโก้

ได้ชื่อว่าเป็นนักเตะเบอร์หนึ่งของทีมในยุคนั้นด้วยฝีเท้าที่ยอดเยี่ยมกับทั้งสปอร์ติ้ง ลิสบอน, บาร์เซโลน่าและเรอัล มาดริด

เจ้าของบัลลง ดอร์ย้ายซบอินเตอร์ มิลานในปี 2005 และใช้เวลาช่วงบั้นปลายอาชีพ 4 ปีหลังสุดกับงูใหญ่

ปัจจุบันเขายังคงเป็นผู้มีอิทธิพลในวงการฟุตบอลและเคยยื่นสมัครลงเลือกตั้งประธานฟีฟ่าในปี 2015 ก่อนเจ้าตัวจะถอนตัวในเวลาถัดมา


กองกลางตัวรุก: รุย คอสต้า

สุดยอดเพลย์เมกเกอร์ของเอซี มิลานที่เป็นกำลังสำคัญช่วยฝอยทองเข้าชิงยูโร 2004 ก่อนเจ้าตัวจะกลับไปยังบ้านเกิดกับเบนฟิก้าในอีกสองปีถัดมา

เขาแขวนสตั๊ดในปี 2008 และกลายเป็นผู้อำนวยการสโมสรพร้อมทั้งจ้างกุนซือระดับโลกอย่าง กีเก้ ซานเชซ ฟลอเรส เข้ามาคุมทีม

ปัจจุบันคอสต้าคือประธานรักษาการแทนสโมสรเบนฟิก้าหลังจากที่ประธานคนเก่า หลุยส์ เฟลิเป้ วิเอร่า ถูกจับด้วยข้อหาอาชญากรรมหลายกระทงรวมถึงคดีหนีภาษีเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา


ปีกซ้าย: ซิเมา ซาโบรซ่า

หนึ่งในดาวรุ่งของทีมชาติ ณ ขณะนั้นและกว่าเจ้าตัวจะแขวนสตั๊ดก็พ้นศึกยูโร 2004 ไปอีกถึง 11 ปี

อดีตแข้งสปอร์ติ้ง ลิสบอนและบาร์เซโลน่าย้ายออกจากเบนฟิก้าในปี 2007 ไปยังแอตเลติโก มาดริด ก่อนจะโยกไปเบซิคตัสและเอสปันญ่อล

เขากลับไปยังเบนฟิก้าในปี 2017 และกลายเป็นหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ระดับนานาชาติและยังทำงานให้กับสโมสรจากโปรตุเกสจนถึงปัจจุบัน


กองหน้า: เปาเลต้า

เปาเลต้าคืออดีตดาวซัลโวทีมชาติโปรตุเกสคนก่อนด้วยสถิติ 47 ลูกจากการลงสนาม 88 นัด ก่อนจะถูกโรนัลโด้ทำลายลงอย่างราบคาบ

อดีตแข้งปารีส แซงต์-แชร์กแมงยังอยู่กับทีมต่อไปจนแขวนสตั๊ดในปี 2018 ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาเคยค้าแข้งกับทั้งเดปอร์ติโบและบอร์กโดซ์

อดีตกองหน้ารายนี้เคยตัดสินใจกลับมาสวมสตั๊ดอีกครั้งกับทีมสมัครเล่นอย่างเซา โรเก้ในปี 2010 โดยทำได้ถึง 2 ประตูจากการลงสนามเพียงหนึ่งนัดให้กับทีม