ชำแหละดีล 14 แข้งปืนใหญ่ “ปังหรือพัง” ภายใต้หัวเรือใหญ่ “เอดู”

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

เพิ่งจะผ่านฤดูกาลใหม่ไปเพียง 3 นัดในพรีเมียร์ลีก 2021/22 แต่ดูท่าว่าอาร์เซน่อลจะอาการหนักกว่าเพื่อนเมื่อพวกเขาแพ้ทั้งสามนัดแบบที่ทำประตูไม่ได้แถมยังโดนถลุงไปอีก 9 ลูกรวด

อย่างไรก็ตามนี่ยังอยู่ในช่วงต้นของฤดูกาลและยังตัดสินอะไรไม่ได้มากนัก

ซัมเมอร์ที่ผ่านมาปืนใหญ่ไปไม่น้อยหน้าทีมใหญ่ ๆ อย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดหรือเชลซีด้วยการคว้ามาถึง 5 รายทั้ง นูโน่ ตาวาเรส, ทาเคฮิโระ โทมิยาสุ, อารอน แรมสเดล, มาร์ติน โอเดการ์ด และ เบน ไวท์ รวมเป็นเงินถึง 142 ล้านปอนด์

แต่ผลงาน 3 นัดที่ผ่านมาปืนใหญ่ดูจะยังไม่มีอนาคตแม้แต่น้อย ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเม็ดเงินที่ปืนใหญ่เสียไปในแต่ละปีนั้นพวกเขาได้ผลงานกลับมาคุ้มค่าหรือไม่?

เอดู คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการซื้อขายนักเตะทั้งหมดของปืนใหญ่ ตลอดเวลาที่เขากุมบังเหียนตั้งแต่ปี 2019 เขาดึงนักเตะเข้ามาถึง 19 คน และค่าตัวนักเตะทั้งหมดรวมกันนับเป็นเงินถึง 355 ล้านปอนด์

หลายคนฟอร์มดี แต่ก็มีอีกไม่น้อยที่ฟอร์มไม่เอาอ่าว เรามาดูกันว่าทุกดีลที่เอดูดึงเข้ามานั้นมีใครบ้างที่เล่นได้คุ้ม หรือไม่คุ้มขนาดไหน…


ปัง!

คีแรน เทียร์นีย์: 25 ล้านปอนด์

หนึ่งในแคนดิเดตกัปตันทีมอาร์เซน่อล แข้งทีมชาติสกอตแลนด์ทำผลงานได้ดีนับตั้งแต่ย้ายมาจากเซลติกด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์และเป็นหนึ่งในนักเตะที่ตอบแทนผลงานได้คุ้มค่าที่สุด

ถึงแม้เขาจะโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานอยู่เป็นระยะ แต่เขากลายเป็นลูกรักของแฟนปืนใหญ่ได้ในเวลาอันสั้นจากความแข็งแกร่งทางด้านซ้ายที่วิ่งแบบไม่มีหมดแรง

จุดเด่นของเขาคือการโยนบอลยาวที่หาคนเทียบได้ยากในพรีเมียร์ลีก แต่ปัญหาของพวกเขาคือขาดกองหน้าที่จะคอยเข้าฮอร์สลูกเปิดของวิงแบ็กรายนี้

กาเบรียล มาร์ติเนลลี่: 6 ล้านปอนด์

เอดูดึงเพื่อนร่วมชาติบราซิลเข้าสู่ทีมมาจากอิตัวโน่เมื่อปี 2019 ด้วยศักยภาพที่เจ้าตัวเชื่อว่าจะไปรุ่งในเกาะอังกฤษกับเงินเพียง 6 ล้านปอนด์

ด้วยศักยภาพที่ซ่อนอยู่ทำให้เจ้าตัวได้รับการขนานนามว่าเป็น “ยอดอัจฉริยะแห่งศตวรรษ” จากยอดกุนซืออย่าง เยอร์เก้น คล็อปป์ รวมถึงรุ่นพี่ทีมชาติระดับตำนานอย่าง โรนัลดินโญ่

มาร์ติน โอเดการ์ด: 30 ล้านปอนด์

โอเดการ์ดคือเป้าหมายแรกของกุนซือ มิเกล อาร์เตต้า ในการเสริมทัพซัมเมอร์นี้หลังทำผลงานได้ดีจากการยืมตัวมาใช้งานช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลก่อนจากเรอัล มาดริด

และเอดูก็ทำให้ความฝันของกุนซือชาวสเปนเป็นจริงด้วยเม็ดเงิน 30 ล้านปอนด์

แน่นอนว่าฝีเท้าของเขาคงไม่ต้องพิสูจน์ และเขาจะเป็นกำลังหลักในการสร้างสรรค์เกมรุกของทีมต่อจากจอมแอสซิสต์ที่ลาทีมไปแล้วอย่าง เมซุต โอซิล

และด้วยวัยเพียง 22 ปี หากเขายังรักษาฟอร์มได้ดีแบบนี้ต่อไป เขาจะกลายเป็นหนึ่งในตำนานปืนใหญ่ได้ไม่ยาก


ยังต้องรอพิสูจน์

เซดริก โซอาเรส: ฟรี

ย้ายมาแบบไม่เสียค่าตัวจากเซาแธมป์ตันหลังสิ้นสุดสัญญายืมตัว และคงจะไม่มีอะไรเสียหายนักในการเซ็นสัญญาแข้งรายนี้ ที่มักจะรับบทเป็นอะไหล่ของทีมซะมากกว่า

อย่างไรก็ตามโอกาสของเขาเริ่มมีมากขึ้นเมื่อ เอคตอร์ เบเยริน โบกมือลาสโมสรบวกกับฟอร์มของ คัลลัม เชมเบอร์ส ที่ไม่สม่ำเสมอ ดังนั้นโซอาเรสจึงน่าจะถูกจับใช้งานมากขึ้น

โธมัส ปาร์เตย์: 45 ล้านปอนด์

หนึ่งในแข้งระดับบิ๊กเนมที่ปืนใหญ่ตัดสินใจดึงเข้ามาคุมเกมแดนกลางด้วยฉายาที่หลายฝ่ายหยิบยื่นให้เป็น ‘นิว ปาทริค วิเอร่า’ แน่นอนว่าย่อมเกิดความคาดหวังต่อแข้งรายนี้

ปาร์เตย์คือกำลังหลักของแอตเลติโก มาดริดภายใต้การคุมทีมของกุนซือจอมโหด ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ แต่เหมือนดวงเจ้าตัวจะไม่ค่อยถูกโฉลกกับเอมิเรตส์ สเตเดี้ยมซักเท่าไหร่

ตลอดเวลาที่ย้ายทีมเข้ามา เขาได้รับบาดเจ็บอยู่เป็นระยะจึงยังไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้เท่าที่ควร นั่นเป็นสิ่งที่แฟนบอลปืนใหญ่ต้องหวังให้ยอดมิดฟิลด์รายนี้ฟิตสมบูรณ์

กาเบรียล: 27 ล้านปอนด์

ผลงานในฤดูกาลแรกยังทรง ๆ หลังดึงมาจากลีลล์เมื่อฤดูกาลก่อน เขาเริ่มต้นเหมือนจะดี แต่ช่วงหลังฟอร์มกลับเริ่มออกทะเลเล็กน้อย

และพอจะเริ่มฤดูกาลใหม่ เขากลับมีอาการบาดเจ็บที่เข่า ซึ่งสร้างความปวดหัวให้กับอาร์เตต้าไม่น้อย เมื่อคู่ขาในเกมรับของ เบน ไวท์ ต้องขาดหายไป

แมทท์ ไรอัน: ยืมตัว

มือกาวชาวออสเตรเลียได้รับโอกาสลงสนามเพียง 3 นัดนับตั้งแต่ถูกยืมตัวมาจากไบรท์ตันเมื่อฤดูกาลก่อน นั่นเป็นสาเหตุให้เจ้าตัวเสียตำแหน่งตัวจริงกับต้นสังกัดจนถูกปล่อยให้กับเรอัล โซเซียดาดแบบถาวรในซัมเมอร์นี้

อย่างไรก็ตามจากสามนัดที่เขาได้รับโอกาส เขาเก็บคลีนชีตได้หนึ่งนัดและไม่แสดงสัญญาณถึงความผิดพลาดแม้แต่ครั้งเดียว

ดานี่ เซบายอส: ยืมตัว

ปืนใหญ่หัวใสด้วยการยืมตัวเซบายอสมาจากเรอัล มาดริดถึงสองฤดูกาลติดต่อกัน และเป็นหนึ่งในตัวเลือกแดนกลางของทีม

เขาทำผลงานได้ดีจนช่วยให้อาร์เซน่อลคว้าแชมป์เอฟเอ คัพฤดูกาล 2019/20 แต่ฟอร์มที่น่าผิดหวังในฤดูกาล 2020/21 ทำให้เจ้าตัวต้องเก็บกระเป๋ากลับเมืองหลวงสเปนหลังจบฤดูกาลก่อน

วิลเลียม ซาลิบา: 27 ล้านปอนด์

เอดูดึงปราการหลังชาวฝรั่งเศสรายนี้เข้าสู่ทีมตั้งแต่ปี 2019 จากแซงต์-เอเตียง แต่เขายังไม่ได้รับโอกาสลงสนามแม้แต่นัดเดียวเพราะถูกปล่อยยืมตัวถึงสามครั้งสามครา

ครั้งแรกกับแซงต์-เอเตียงเองที่ต้องการแข้งรายนี้ไว้ใช้งานต่ออีกหนึ่งฤดูกาล ตามมาด้วยตลาดซื้อขายหน้าหนาวปี 2020 ที่ปล่อยให้นีซยืมตัวครึ่งฤดูกาล

มาในฤดูกาลล่าสุด 2021/22 ปืนใหญ่ก็ยังไม่เรียกแข้งรายนี้มาใช้งานสักทีจนปล่อยให้โอลิมปิก มาร์กเซยใช้งานอีกหนึ่งฤดูกาลจนถึงปี 2022

ทำให้แฟนปืนใหญ่ต้องอดใจรอฝีเท้าแข้งรายนี้ในปีหน้า


พังพินาศ!

นิโกล่า เปเป้: 72 ล้านปอนด์

เจ้าของสถิติค่าตัวมากที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร แต่กลับทำผลงานได้ไม่แตกต่างจากคนอื่นเท่าไหร่นับตั้งแต่ดึงมาจากลีลล์ด้วยค่าตัวมหาศาล 72 ล้านปอนด์

ปีกกึ่งกองหน้าชาวไอวอรี โคสต์วัย 26 ปีดูเหมือนจะเฉิดฉายความเป็นซุปตาร์ได้ในบางนัด แต่บางนัดเขากลับเงียบเป็นเป่าสากแทบไม่มีส่วนร่วมกับเกม

จากผลงานที่คาดเดาไม่ได้นี่จึงเป็นเม็ดเงินที่ปืนใหญ่เสียไปอย่างมหาศาลแบบชนิดที่น่าเสียดาย

ดาวิด ลุยซ์: 8 ล้านปอนด์

ลุยซ์ถูกดึงมาจากเชลซีด้วยความหวังให้เป็นเสาหลักท่ามกลางบรรดาน้อง ๆ ในทีม แต่กลายเป็นเขากลับทำตัวเหมือนเด็กไม่รู้จักโตซะเอง

ตลอดสองฤดูกาลที่อยู่ในถิ่นเอมิเรตส์ เขาถูกไล่ออกถึง 4 ครั้งกับลิเวอร์พูล, เชลซี, แมนเชสเตอร์ ซิตี้และวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส

และถึงแม้เขาจะมีภาวะความเป็นผู้นำและเป็นรุ่นพี่ที่น่าเคารพยกย่องภายในทีม แต่จากฟอร์มเกมรับที่ยุ่ยเป็นทิชชูเปียกน้ำ ทำให้อาร์เซน่อลก็ไม่อยากเก็บแข้งรายนี้ไว้กับทีมอีกต่อไป

จึงไม่น่าแปลกใจเมื่อปืนใหญ่ตัดสินใจไม่ต่อสัญญาที่หมดลงในซัมเมอร์นี้

ปาโบล มารี: 10 ล้านปอนด์

เหมือนจะดีแต่ก็ไม่ดีสำหรับตำแหน่งปราการหลังฝั่งซ้ายในแผนหลังสามเมื่อฤดูกาลก่อน

แข้งชาวสเปนขาดความเร็วในการไล่ตามกองหน้าและนี่คือจุดอ่อนสำคัญที่เจ้าตัวโดนเล่นงานอยู่บ่อยครั้ง ที่เห็นได้ชัดคือเกมในฤดูกาลนี้กับเบรนท์ฟอร์ดและเชลซีที่โดน อิวาน โทนีย์ และ โรเมลู ลูกากู เผาซะเกรียม

หลังจากได้รับการยกย่องฝีเท้าจากสโมสรบ้านเกิด ฟลาเมงโก้ อาการบาดเจ็บบริเวณเข่ายังทำให้เขาไม่สามารถโชว์ผลงานได้อย่างที่เขาต้องการในฤดูกาลแรก

อเล็กซ์ รูนาร์สสัน: 2 ล้านปอนด์

ตอนที่ปืนใหญ่ปล่อย อเมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ออกจากทีม โค้ชผู้รักษาประตู อินากิ กาน่า ต้องหานายทวารมาอุดช่องว่างตรงนี้ และหวยไปออกที่มือกาวชาวไอซ์แลนด์ ที่เซ็นมาจากดิฌง

แต่เขาแทบจะไม่ได้รับโอกาสลงสนาม นอกจากนี้ยังสร้างความผิดพลาดแบบไม่น่าให้อภัยในเกมคาราบาว คัพรอบ 8 ทีมสุดท้ายกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เขารับลูกฟรีคิกของ ริยาด มาห์เรซ เข้าประตูตัวเองซะอย่างนั้น

วิลเลียน: ฟรี

ใคร ๆ ก็ว่าปังหลังย้ายมาจากเชลซีแบบไร้ค่าตัว แข้งวัย 31 ปีฝากผลงานที่น่าประทับใจให้กับสิงห์บลูส์ในฤดูกาลก่อนหน้านั้น และปี 2020 ปืนใหญ่ฝากความหวังให้กับปีกชาวบราซิเลียนไว้อย่างมาก

อย่างไรก็ตามพวกเขาต้องแลกมาด้วยการทุ่มค่าเหนื่อยถึง 200,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ และผลงานในสนามก็แทบจะไม่คุ้มค่าแต่อย่างใด

เขาทำได้เพียงหนึ่งประตู และประตูที่ว่าต้องรอถึงช่วงเดือนสุดท้ายของฤดูกาลที่ผ่านมา จากการลงสนามทั้งหมด 37 นัด

ปัจจุบันปืนใหญ่ตัดสินใจปล่อยให้แข้งรายนี้กลับบ้านเกิดกับสโมสรโครินเธียนส์แบบไม่มีค่าตัว ถือเป็นการประหยัดเงินค่าเหนื่อยไปมากโขทีเดียว


แถม! ความผิดพลาดของเอดู

เอเมเลียโน่ มาร์ติเนซ

มือกาวชาวอาร์เจนไตน์ต้องรับบทเป็นตัวแทนของ แบรนด์ เลโน่ ที่มีอาการบาดเจ็บ แต่เจ้าตัวโชว์ฟอร์มเซฟสุดยอดจนช่วยให้อาร์เซน่อลคว้าแชมป์เอฟเอ คัพในฤดูกาล 2019/20

อย่างไรก็ตามอาร์เตต้าและเอดูกลับเลือกเลโน่ยืนเป็นมือหนึ่งต่อไป ก่อนจะขายให้แอสตัน วิลล่าด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์

ด้วยฝีมือที่เพียบพร้อมเขาจึงโชว์ผลงานเซฟโหดอย่างไม่ต้องสงสัยและเป็นหนึ่งในแข้งวิลล่าที่โชว์ฟอร์มได้ดีที่สุดคนหนึ่งเมื่อฤดูกาลก่อน จนทำให้แฟนปืนใหญ่หลายคนบ่นเสียดาย

และที่แย่ไปกว่านั้นคือการดึงรูนาร์สสันและ แมทท์ ไรอัน ที่ฝีมือไม่ถึงเข้ามาแทน

ปัจจุบันตำแหน่งนี้ตกไปอยู่ในมือของ อารอน แรมสเดล ที่ปืนใหญ่ดึงเข้ามาในซัมเมอร์นี้ แถมค่าตัวยังมากกว่าที่ปล่อยมาร์ติเนซออกไปถึง 4 ล้านปอนด์

เมซุต โอซิล

หนึ่งในแข้งที่อาภัพที่สุดของอาร์เซน่อล

ไม่มีใครสงสัยฝีเท้าของแข้งรายนี้แต่อย่างใด แต่เจ้าตัวกลับถูกดองยาวแบบไม่มีชื่อแม้กระทั่งตัวสำรองพร้อมกับกินเงินค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 350,000 ปอนด์

สุดท้ายเขาต้องเก็บของย้ายไปร่วมทีมเฟเนร์บาห์เช่เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาหลังถูกต้นสังกัดยกเลิกสัญญา

แต่โอซิลก็มิวายยังพูดถึงแต่เรื่องดี ๆ ของเอดูจากการย้ายทีมในครั้งนี้ว่า “ผมอยากขอบคุณ เอดู การปาร์ สำหรับความช่วยเหลืออย่างมืออาชีพในการหาทางออกในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา”

ถึงแม้ปืใหญ่จะได้โอเดการ์ดเข้ามาเสริมทัพ แต่ศักยภาพอย่างโอซิลแทบจะหาตัวแทนได้ยากในวงการฟุตบอลปัจจุบัน