มาซิอาร์ คูห์ยาร์: แข้งอัฟกันมีสิทธิ์ถูกประหารได้ทุกเมื่อ

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

มาซิอาร์ คูห์ยาร์ สร้างประวัติศาสตร์ให้กับตัวเองและประเทศชาติเมื่อเขาเป็นนักฟุตบอลชาวอัฟกานิสถานรายแรกที่ค้าแข้งในเกาะอังกฤษ

แต่ถ้าแข้งอัฟกันวัย 23 ปีรายนี้เดินทางกลับไปยังบ้านเกิด เขากลัวว่ากลุ่ม “ตาลีบัน” จะลากตัวเขาไปยังสนามกีฬาแห่งชาติในกรุงคาบูลเพื่อประหารเขา

อดีตปีกวอลซอลล์ ที่ปัจจุบันค้าแข้งให้กับทีมนอกลีกอย่าง เฮเรฟอร์ด ย้ายมายังอังกฤษพร้อมกับครอบครัวเมื่อปี 1999 ในฐานะผู้ลี้ภัยด้วยอายุเพียง 2 ขวบ

พ่อของเขา คาริมวัย 55 ปีคืออดีตนายทหารในกองทัพอัฟกันก่อนจะถูกกลุ่มตาลีบันเข้ายึดครอง แต่หลังจากนั้นเขากลับไปทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ด้านการเมืองของสหประชาชาติ UN โดยมีหน้าที่พัฒนาประเทศโครงสร้างของประเทศตัวเองและรับหน้าที่ที่ปรึกษาให้กับองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) อีกทั้งเขายังสอนภาษาเปอร์เซียให้กับกองรบของสหราชอาณาจักรอีกด้วย

และต่อไปนี้คือประวัติของครอบครัวชาวอัฟกัน ที่ต้องจำใจลี้ภัยออกจากประเทศที่ตัวเองรักเพื่อหลีกหนีจากภัยอันตรายที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ จากฝีมือของกลุ่มหัวรุนแรง “ตาลีบัน”


กลุ่มตาลีบันไม่ผ่อนปรน!

มาซิอาร์กล่าวว่า “พ่อของผมถูกมองในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิดและทุกคนในครอบครัวของผม รวมถึงตัวผมด้วย ล้วนมีสิทธิ์ถูกประหาร เรามีญาติ ๆ ที่ปัจจุบันจำเป็นต้องซ่อนตัว

“กลุ่มตาลีบันไม่เห็นด้วยอย่างสิ้นเชิงกับความเจริญของผู้คนในปี 2021 ถึงแม้ผมจะใส่กางเกงขาสั้น พวกเขาก็มีประเด็นกับเรื่องนี้

“พ่อของผมเคยถูกจับก่อนที่เราจะหนีออกมาเพราะเคราของเขายาวไม่เพียงพอ!

“เมื่อสามปีก่อนผมถอนตัวจากทีมชาติอัฟกานิสถานเพราะเกมกระชับมิตรกับปาเลสไตน์จัดการแข่งขันในกรุงคาบูล มันอันตรายและเสี่ยงมากที่จะกลับไปเพราะกลุ่มตาลีบันกำลังจ้องเขม็ง”

มาซิอาร์อาศัยอยู่ในเมืองเบอร์มิ่งแฮมพร้อมกับพ่อ, แม่ ลาติฟา, น้องชาย อัฟชิน, แซม และน้องสาว โลล่า วัย 16 ปี


ผู้หญิงไร้เสรีภาพอย่างสิ้นเชิง
เครื่องแต่งกายของผู้หญิงในประเทศอัฟกานิสถาน ณ ปัจจุบัน

และพวกเขากังวลกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันอย่างมาก

คาริม ที่หนึ่งในพี่น้องของเขาถูกฆ่าเสียชีวิตโดยกลุ่มตาลีบัน กล่าวว่า “โลล่าและแซมกำลังเรียนรู้ภาษาเปอร์เซียผ่านแอปพลิเคชัน Zoom จากผู้หญิงคนหนึ่งในกรุงคาบูล และในคืนนั้นกลุ่มตาลีบันถึงกับเดินทางมายังบ้านเพื่อนของเธอ

“พวกเขาอยากรู้ว่ามีผู้หญิงกี่คนที่อยู่ในนั้นและสั่งให้ผู้หญิงสองคนออกจากบ้านโดยบอกว่าพวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ค้างคืน พวกเขาพาผู้หญิงสองคนนั้นกลับบ้านของแต่ละคน

“นี่คือวันหนึ่งหลังจากที่กลุ่มตาลีบันอ้างว่าผู้หญิงจะได้รับการปฏิบัติอย่างปกติ แต่โชคไม่ดีที่นั่นเกิดขึ้นในบริบทของศาสนาอิสลาม

“พวกเขาไม่ให้ความเคารพผู้หญิงหรือเด็กสาว มันเป็นแค่การโฆษณาชวนเชื่อ พวกเขาแต่งตั้งผู้หญิงขึ้นรับตำแหน่งระดับสูงเพียงหยิบมือจนกระทั่งหน่วยงานต่างชาติถอนกำลังออกจากประเทศ พวกเขาก็กลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนอีกครั้ง

“ข้ออ้างของพวกเขาต่อองค์การนิรโทษกรรมสากล (แอมเนสตี้) ที่ทำงานให้กับคนอเมริกันและเกาะอังกฤษก็ไม่ใช่เรื่องจริงอีกเช่นกัน พวกเขาคงยิงผมทันที”

ลาติฟาเคยเป็นนักศึกษาด้านเภสัชกรแต่เมื่อกลุ่มตาลีบันเข้ายึดอำนาจ พวกเขาสั่งปิดมหาวิทยาลัยที่เธอศึกษาอยู่และสั่งห้ามผู้หญิงเข้ารับการศึกษา นับแต่นั้นเป็นต้นมาในเกาะอังกฤษ เธอศึกษาศาสตร์ดังกล่าวจนจบและทำงานด้านดูแลเด็ก ๆ

มาซิอาร์เคยเหยียบแผ่นดินอัฟกานิสถานเพียงสองครั้งในชีวิตสมัยที่พ่อของเขายังทำงานอยู่ที่นั่น และเขาจำได้ว่า “คุณอาจได้เห็นความก้าวหน้าที่แท้จริงเกิดขึ้นทั้งการสร้างโรงพยาบาล, คลินิก, โรงเรียน, ถนน และทั้งผู้ชายและผู้หญิงสามารถเดินไปมาบนถนนไได้อย่างอิสระและเท่าเทียม

“เหล่าป้าทั้งสามคนของผมล้วนมีงานทำ ตอนนี้พวกเขาต้องตกอยู่ในอันตราย”


‘ฟุตบอล’ คือสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวจิตใจชาวอัฟกัน
ฟุตบอลชายทีมชาติอัฟกานิสถาน

มาซิอาร์ติดทีมชาติ 6 นัดและอัฟกานิสถานอยู่ในอันดับ 153 ตามการจัดอันดับของฟีฟ่า และปีกรายนี้เชื่อว่าทีมชาติของพวกเขาน่าจะมีฝีเท้าพอ ๆ กับทีมในลีก ทู

“ทีมชาติของเราเต็มไปด้วยเหล่าผู้ลี้ภัยที่หนีมาจากกลุ่มตาลีบันพร้อมกับครอบครัว และพวกเขาอาศัยอยู่ที่ต่าง ๆ ทั่วโลก แม้กระทั่งโค้ชของเรา อานูช ดาสต์กีร์ ก็อาศัยอู่ในฮอลแลนด์” เขากล่าว

“เราเล่นเกมในบ้านที่กรุงโดฮา, ดูไบ และเพื่อนบ้านอย่างทาจิกิสถาน

“อนาคตทีมชาติของเรากลายเป็นเครื่องหมายคำถาม เราห่างจากการผ่านเข้ารอบสุดท้ายเอเชียน คัพเพียงหนึ่งนัดที่จะจัดขึ้นในปีหน้า

“ผมหวังว่าฟีฟ่าและสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียจะไม่เขี่ยเราออกจากการแข่งขันเพราะทีมชาติจะทำให้คนของพวกเรามีความหวังและเป็นสิ่งที่ยึดเหนียวเราไว้ด้วยกัน”


สนามฟุตบอลที่ไม่ต่างกับ “ลานประหาร”
เหตุการณ์ฉาวในปี 1999 เมื่อคุณแม่ลูกห้า ซาร์มิน่า ถูกประหารต่อหน้าประชาชนกว่า 30,000 คนในสนามกีฬากรุงคาบูล

แต่น่าเศร้าที่กลุ่มตาลีบันกลับไม่ความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับฟุตบอลเอาเสียเลย

คาริมกล่าวว่า “พวกเขามักจะใช้สนามฟุตบอลเป็นลานประหาร, ทรมานและตัดแขนตัดมือเหล่าวัยรุ่นที่ขโมยขนมปังมากกว่าจัดการแข่งขันซะอีก

“กลุ่มตาลีบันเคยแขวนแขนและขาไว้บนคานประตูในสนามกีฬาแห่งชาติที่กรุงคาบูลเพื่อเป็นการเตือนใจเหล่าโจรไม่ให้ทำผิด

“เหล่าผู้หญิงที่ไม่ซื่อสัตย์จะถูกยิงที่นั่นเพื่อเป็นการแสดงออกของกลุ่มตาลีบัน”


ถึงจะหนีจากอันตรายมาได้ แต่ยังต้องเจอปัญหา “เหยียดผิว”

มาซิอาร์มีไอดอลคือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ โรนัลดินโญ่ และเขารู้ตัวเองว่าอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพเมื่อครอบครัวของเขาย้ายมายังเมืองโคเวนทรี ซึ่งเป็นเมืองที่พ่อของเขาเปิดร้านอาหารขึ้นมา

เขาได้รับสัญญาครั้งแรกตั้งแต่เด็กกับโคเวนทรี ซิตี้ตามมาด้วยวอลซอลล์ และลงสนามไป 33 นัดให้กับฝ่ายหลังและทำได้ 3 ประตู

อย่างไรก็ตามมาซิอาร์ยังต้องเผชิญกับการเหยียดผิวอย่างรุนแรง “เราอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ของสภา และเด็กที่โตกว่ามักจะเรียกผมว่า ‘Paki’ (คำเรียกคนที่มาจากทวีปเอเชียใต้) และ ‘ไอ้พวกก่อการร้าย’ แถมยังไล่ให้ผม ‘กลับไปประเทศตัวเอง’

“แต่เรื่องสำคัญที่ต้องพูดคือผมไม่เคยได้รับอะไรแบบนั้นสมัยที่ค้าแข้งกับโคเวนทรีหรือวอลซอลล์เลย ทุกคนต้อนรับผมเป็นอย่างดี พวกเขาให้ความเคารพผมในฐานะนักฟุตบอล”


เหยียบเวมบลีย์ครั้งแรก
น่าเสียดายที่เฮเรฟอร์ดไม่สามารถคว้าแชมป์ในสนามเวมบลีย์ได้

มาซิอาร์ได้รับเกียรติให้ลงเล่นในสนามเวมบลีย์กับเฮเรฟอร์ดในเกม FA Trophy นัดชิงชนะเลิศกับฮอร์นเชิร์ชเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ต่อหน้าครอบครัวที่ภาคภูมิใจในตัวเขา

เขากล่าวว่า “ผมภูมิใจอย่างมากตอนที่คิดว่าผมอยู่ที่นั่น ในฐานะผู้ลี้ภัยชาวอัฟกันที่ได้ลงเล่นในสนามที่ได้ชื่อว่าเป็นบ้านแห่งฟุตบอล

“ผมได้รับบาดเจ็บที่เข่าจนทำให้เส้นทางกับวอลซอลล์ต้องหยุดชะงักลง แต่ตอนนี้ผมฟิตเต็มที่และอยากกลับไปวาดลวดลายในอีเอฟแอลแล้ว”

สุดท้ายแล้วครอบครัวของมาซิอาร์มีชีวิตที่สงบสุขและปลอดภัยในเกาะอังกฤษ ถึงแม้คาริมจะกล่าวว่า “ผมจะรักประเทศนี้และทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับผม, ภรรยาและลูก ๆ ตลอดไป แต่ไม่ได้จะกล่าวร้ายแต่อย่างใดนะ ที่นี่ไม่มีวันเป็นบ้านที่แท้จริงของผม อัฟกานิสถานจะอยู่ในใจผมเสมอ”