ไม่ยอมใคร! 5 สถิติทีมชาติ “โด้-เมสซี่” ที่ยากจะทำลายกันและกันได้

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ลิโอเนล เมสซี่ คือคู่ปรับตัวฉกาจของกันและกันมาตลอดในช่วงต้นศตวรรษที่ 21 นับตั้งแต่ฝ่ายแรกย้ายจากสปอร์ติ้ง ลิสบอนมาอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ถึงแม้จะประสบความสำเร็จมากมายในระดับสโมสร แต่ระดับทีมชาติทั้งสองคนต้องเจออุปสรรคที่หนักหนายิ่งกว่า ทั้งกับการแข่งขันฟุตบอลโลกและฟุตบอลยูโรที่จัดการแข่งขันสี่ปีครั้งและเพื่อนร่วมทีมที่มีอยู่อย่างจำกัด

แต่กลายเป็นโรนัลโด้ที่แซงหน้าไปก่อนหลังจากคว้าแชมป์ยูโรกับโปรตุเกสเมื่อปี 2016 และนั่นทำให้สถานะความเป็น “อันดับหนึ่ง” ตกไปอยู่ที่เขานับตั้งแต่นั้น

ส่วนเมสซี่นับตั้งแต่เทิร์นโปรจนถึงปี 2020 เขายังไม่เคยประสบความสำเร็จกับทีมชาติชุดใหญ่แม้แต่ครั้งเดียวจนมาถึงปี 2021 ที่เขาพาอาร์เจนตินาคว้าแชมป์โกปา อเมริกาได้สำเร็จ

พวกเขาทั้งสองคนสร้างสถิติที่ยากจะทำลายไว้มากมายทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ ซึ่งแน่นอนว่าการสร้างสถิตินั่นหมายความว่าจะต้องมีเพียงหนึ่งเดียวที่จะได้เฉิดฉาย บวกกับสถิติของแต่ละคนที่ยากจะทำลายด้วยกันเอง

เรามาดูกันว่าสถิติเหล่านั้นมีอะไรบ้าง…


สถิติของ ลิโอเนล เมสซี่

1. นักเตะเพียงคนเดียวที่ทำได้อย่างน้อย 1 แอสซิสต์จากการลงสนามฟุตบอลโลก 4 สมัย

เมสซี่ถือครองสถิติดังกล่าวในการลงสนามฟุตบอลโลกนับตั้งแต่ปี 2006, 2010, 2014 และ 2018 โดยผลงานในแต่ละปีมีดังนี้

2006: 1 ประตู 1 แอสซิสต์
2010: 0 ประตู 1 แอสซิสต์
2014: 4 ประตู 1 แอสซิสต์
2018: 1 ประตู 2 แอสซิสต์

น่าเสียดายสำหรับเมสซี่ที่ไปไกลสุดในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2014 ก่อนจะแพ้ให้กับเยอรมนีในที่สุด

ส่วนโรนัลโด้ทำได้ 1 ประตูกับ 1 แอสซิสต์จากฟุตบอลโลกปี 2010 และ 2014

2. นักเตะที่คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเกมมากที่สุดในรายการระดับทวีปรายการเดียว

เมสซี่ต้องแบกทัพฟ้าขาวมาโดยตลอด และถึงแม้เจ้าตัวจะโดนวิจารณ์อย่างหนักมาหลายต่อหลายครั้งจนเจ้าตัวถึงกับตัดสินใจเลิกเล่นทีมชาติไปพักหนึ่ง แต่เมื่อเขาได้โอกาสเขาก็ทุ่มเทอย่างเต็มร้อยทุกครั้ง

เมสซี่คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเกมสี่นัดหลังสุดรวมถึงโกปา อเมริกา 2021 ที่ผ่านมา เขายังทำได้แบบนั้นในโกปา อเมริกาเมื่อปี 2015 อีกด้วย

ส่วนโรนัลโด้เคยได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมสองครั้งในยูโร 2012 และ 2016

3. นักเตะเพียงคนเดียวที่ทำประตูได้ในช่วงอายุ 10, 20 และ 30 ปีในฟุตบอลโลก

เมสซี่รักษามาตรฐานของตัวเองในฐานะนักเตะระดับโลกมาอย่างยาวนานถึง 15 ปี ซึ่งฟุตบอลโลกปี 2006 ถือเป็นเวทีแจ้งเกิดของแข้งอาร์เจนไตน์รายนี้อย่างเต็มตัว

เขาทำประตูสุดท้ายในเกมถล่มเซอร์เบียและมอนเตเนโกร 6-0 เมื่อฟุตบอลโลกปี 2006 ขณะที่เขามีอายุเพียง 18 ปี 358 วัน

ในฟุตบอลโลกปี 2014 เขาทำ 4 ประตูจากการลงสนาม 7 นัด ซึ่งขณะนั้นเขามีอายุ 27 ปี

และมาในฟุตบอลโลกปี 2018 เขาทำได้อีก 1 ประตู นั่นทำให้เขากลายเป็นนักเตะเพียงคนเดียวที่ทำประตูในฟุตบอลโลกได้ในช่วงอายุ 10, 20 และ 30 ปี

4. นักเตะที่ได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำการแข่งขันเกมทีมชาติระดับเมเจอร์มากที่สุด

เป็นอีกสถิติหนึ่งที่ชี้ให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมและความคงเส้นคงวาของเมสซี่ในระดับทีมชาติ

เขาคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำการแข่งขันทั้งกับฟุตบอลโลกปี 2014, โกปา อเมริกาปี 2015 และโกปา อเมริกาปี 2021

ถึงแม้เมสซี่จะปฏิเสธรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมในโกปา อเมริกาปี 2015 หลังจากที่แพ้ให้กับชิลีในนัดชิงชนะเลิศ แต่ความเป็นจริงกับรางวัลที่เขาได้รับในอีกสองรายการที่เหลือคือเครื่องพิสูจน์ฝีเท้าของเขาได้ดี

5. นักเตะเพียงคนเดียวที่คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเกมมากที่สุดในฟุตบอลโลกสมัยเดียว

ในฟุตบอลโลก 2014 ที่อาร์เจนตินาเข้าใกล้คำว่า ‘แชมป์’ มากที่สุด ถือเป็นปีที่เมสซี่ท็อปฟอร์มถึงขีดสุดด้วยการแบกทีมหลังแอ่นตั้งแต่นัดแรกจนถึงนัดสุดท้าย

เมสซี่คว้าแมนออฟเดอะแมตช์ถึง 4 นัดทั้งในรอบแบ่งกลุ่มกับบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา, อิหร่านและไนจีเรีย ต่อด้วยนักเตะยอดเยี่ยมประจำเกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายกับสวิตเซอร์แลนด์

ส่วนโรนัลโด้เคยได้นักเตะยอดเยี่ยมเพียงสามนัดแบ่งเป็นสมัยละหนึ่งนัดในปี 2010, 2014 และ 2018


สถิติของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

1. นักเตะที่ทำแฮตทริคได้มากที่สุด

โรนัลโด้ทำไปแล้ว 56 แฮตทริคตลอดอาชีพการเล่น และจาก 56 แฮตทริคที่ว่ามา 9 ครั้งเกิดขึ้นกับการลงสนามให้กับทีมชาติโปรตุเกส

อีกด้านหนึ่ง เมสซี่ทำได้ 6 แฮตทริคกับอาร์เจนตินา

2. นักเตะทำประตูในฟุตบอลโลกมากสมัยที่สุด

โรนัลโด้ทำประตูในฟุตบอลโลกได้สี่สมัยตั้งแต่ปี 2006, 2010, 2014 และ 2018 เทียบเท่าตำนานอย่าง เปเล่, มิโรสลาฟ โคลเซ่ และ อูเว ซีเลอร์

ส่วนเมสซี่ทำได้เพียง 3 สมัยเท่านั้น (2006, 2014, 2018)

และหากพิจารณาถึงฝีเท้าและอายุของทั้งสองคน พวกเขายังมีสิทธิ์ได้ลงเล่นฟุตบอลโลกในปี 2022 ที่จะถึงนี้ แต่นั่นอาจเป็นฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของพวกเขา

3. นักเตะอายุมากสุดที่ทำแฮตทริคได้ในฟุตบอลโลก

โรนัลโด้โชว์ฟอร์มระดับสุดยอดในฟุตบอลโลกเมื่อปี 2018 ในเกมนัดเปิดสนามกับสเปน และนับเป็นเกมสุดมันส์ที่สุดเกมหนึ่งในรายการนั้น

เขาซัดแฮตทริคโดยเฉพาะฟรีคิกลูกสุดท้ายในนาทีที่ 88 ช่วยให้โปรตุเกสตีเสมอได้สำเร็จ และนั่นกลายเป็นแฮตทริคในประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นจากฝีเท้าของนักเตะอายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก (33 ปี 130 วัน)

อย่างไรก็ตาม เมสซี่ยังมีโอกาสทำลายสถิตินี้ได้ในฟุตบอลโลก 2022 หากเขายังตัดสินใจลงเล่นทีมชาติจนถึงตอนนั้น

4. นักเตะคนแรกที่ทำประตูในการแข่งขันระดับทีมชาติติดต่อกันยาวนานที่สุด

โรนัลโด้ทำประตูในนามทีมชาติติดต่อกันยาวนานที่สุดที่ 11 นัดตลอด 15 เส้นทางอาชีพ 15 ปีที่ผ่านมา

โรนัลโด้ทำประตูได้ในฟุตบอลยูโร 2004, 2008, 2012, 2016, 2020 และฟุตบอลโลก 2006, 2010, 2014 และ 2018 อีกทั้งยังทำประตูได้ในเนชันส์ ลีก 2018 และฟีฟ่า คอนเฟเดอเรชันส์ คัพปี 2017 อีกด้วย

นับเป็นบทพิสูจน์ความสม่ำเสมอของผลงานและฟอร์มการเล่นได้เป็นอย่างดี

5. นักเตะที่ทำประตูในนามทีมชาติมากที่สุดในโลก

โรนัลโด้ทาบสถิติทำประตูทีมชาติมากที่สุดหลังจบยูโร 2020 เทียบเท่าตำนานทีมชาติอิหร่าน อาลี ดาอี ที่ 109 ประตู และโรนัลโด้ยังมีสิทธิ์ทำประตูแซงหน้าได้ทุกเมื่อต่อจากนี้

ส่วนเมสซี่ถึงแม้จะทำได้สี่ประตูจากโคปา อเมริกา 2021 แต่เขายังทำไปเพียง 76 ประตูกับทีมชาติอาร์เจนตินา ซึ่งยังตามหลังโรนัลโด้อีกห่างไกลถึง 33 ประตู

หากจะไล่ตามทัน เขาต้องบ้าคลั่งถล่มประตูในช่วงเส้นทางอาชีพที่เหลือนี้