อย่าเผลอ! ส่องทัพเดนมาร์กกับ “ปฏิบัติการม้ามืด” ปาดซิวยูโร 2020

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

เดนมาร์กผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายยูโร 2020 ในซัมเมอร์นี้ด้วยผลงานรองแชมป์กลุ่มดีในเกมรอบคัดเลือก และที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือพวกเขาไม่แพ้ใคร

พวกเขาพลาดตำแหน่งแชมป์กลุ่มด้วยคะแนนที่น้อยกว่าจ่าฝูงอย่างสวิตเซอร์แลนด์เพียงแต้มเดียว และพวกเขาถือเป็นทีมที่แข็งแกร่งทีมหนึ่งในยูโรครั้งนี้

ด้วยขุมกำลังที่ว่ากันว่าเป็นหนึ่งในยุคทองของประเทศ จึงมีหวังไม่น้อยที่พวกเขาจะเจริญตามรอยยุคของกุนซือ ริชาร์ด โมลเลอร์ นีลเซน ที่คว้าแชมป์ยูโรอย่างยิ่งใหญ่เมื่อปี 1992 ด้วยขุนพลอย่าง ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล, ไบรอัน เลาดรูป, เฮนริค ลาร์สสัน และคนอื่น ๆ

และความหวังในการคว้าแชมป์ยุโรปคราวนี้ของพวกเขามีมากน้อยเพียงใด เรามาดูกัน…


แหล่งรวมดาวดังทั่วยุโรป

ผู้รักษาประตู: แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล

เหมือนกับผู้เป็นพ่อ เขาประสบความสำเร็จมากมายในฐานะนักเตะของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ทั้งพรีเมียร์ลีกรวมถึงแชมป์ล่าสุดอย่างเอฟเอ คัพในเกาะอังกฤษ

เขายังติดทีมชาติไปแล้ว 62 นัดและเก็บคลีนชีตได้ถึง 32 นัด แถมในช่วงลงเล่นรอบคัดเลือกกลุ่มดี เขายังเสียประตูไปเพียง 6 ครั้ง และครึ่งหนึ่งจากหกครั้งที่ว่ามาจากเกมที่เสมอกับสวิตเซอร์แลนด์ 3-3

ชไมเคิ่ลคว้าเบอร์หนึ่งเฝ้าเสาอย่างไม่ต้องสงสัย และเขาพร้อมลงสนามฟุตบอลยูโรสมัยแรกของตัวเองในซัมเมอร์นี้ โดยที่รายการก่อนอย่างฟุตบอลโลก 2018 เขาเก็บได้ 2 คลีนชีตรวมกับเกมที่เจอกับแชมป์อย่างฝรั่งเศสด้วย

แต่เขากลับไม่สามารถช่วยทีมรอดพ้นเงื้อมมือจากรองแชมป์อย่างโครเอเชีย ที่พลาดการดวลจุดโทษตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย

กองหลัง: ไซม่อน เคียร์

เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในปราการหลังมากประสบการณ์และจอมพเนจรคนหนึ่งของวงการ เขาย้ายทีมมาแล้ว 9 สโมสรกับ 6 ประเทศและลงเล่นทีมชาติครบ 100 นัดไปเมื่อปี 2020

เคียร์คือกำลังสำคัญของแนวรับ ‘โคนม’ และเขายังเป็นนักเตะเพียงคนเดียวที่เหลือรอดมาจากเกมที่พลิกเอาชนะเนเธอร์แลนด์ 1-0 ในยูโร 2012

กองกลาง: คริสเตียน อีริคเซ่น

ไม่ต้องพูดอะไรมากกับความเก่งกาจของแข้งอินเตอร์ มิลาน ที่เพิ่งคว้าแชมป์เซเรีย อามาหมาด ๆ หลังย้ายมาจากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์

เขาคือนักเตะที่สำคัญที่สุดของทีมอย่างแท้จริง แต่คราวนี้เขาไม่ต้องแบกทีมอยู่เพียงคนเดียวอีกต่อไป

เหลือเชื่อว่าจากนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ลงสนามในฟุตบอลโลก 2010 เขาพัฒนาตัวเองมาตลอด 11 ปีจนกลายมาเป็นหนึ่งในสุดยอดกองกลางของยุคด้วยผลงาน 36 ประตูจาก 106 นัดที่ลงเล่นให้กับทีมชาติ

แน่นอนว่าคู่ต่อสู้จะต้องพยายามหาวิธีจับตายการสร้างสรรค์เกมรุกของแข้งรายนี้ และการที่จะก้าวไปถึงถ้วยแชมป์ พวกเขาต้องหวังให้อีริคเซ่นท็อปฟอร์มที่สุดในชีวิต

กองหน้า: มาร์ติน เบรธเวท

หลายฝ่ายถึงกับคิ้วขมวดเมื่อยอดทีมอย่างบาร์เซโลน่าตัดสินใจเซ็นสัญญากับอดีตกองหน้ามิดเดิ้ลสโบรห์รายนี้เพื่อมาเป็นอะไหล่ของ อุสมาน เดมเบเล่ ที่มีอาการบาดเจ็บออด ๆ แอด ๆ

แต่ด้วยการฝึกซ้อมท่ามกลางเหล่าบรรดายอดแข้งอย่าง ลิโอเนล เมสซี่, อองตวน กรีซมันน์ รวมถึง หลุยส์ ซัวเรซ ทำให้เขาได้ประสบการณ์และทักษะมามากมายเพื่อช่วยเดนมาร์กให้ประสบความสำเร็จ

เขาลงสนาม 4 นัดเต็มให้กับทีมในฟุตบอลโลก 2018 และหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะทำประตูในรายการใหญ่เป็นครั้งแรกในยูโร 2020 ครั้งนี้


26 แข้งเดนมาร์กชุดลุยยูโร 2020

ผู้รักษาประตู: แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล (เลสเตอร์ ซิตี้), โยนาส ลอสเซิล (มิดทิลลันด์), เฟรเดริค รอวนาว (ชาลเก้ 04)

กองหลัง: ไซม่อน เคียร์ (เอซี มิลาน), อันเดรียส คริสเตนเซ่น (เชลซี), ยานนิค เวสเตอร์การ์ด (เซาแธมป์ตัน), โยอาคิม อันเดอร์เซ่น (ฟูแล่ม), มาธิอัส ยอร์เกนเซ่น (โคเปนเฮเก้น), ดาเนียล วาสส์ (บาเลนเซีย), เยนส์ สไตรเกอร์ ลาร์เซ่น (อูดิเนเซ่), โยอาคิม มาเอห์เล (อตาลันต้า), นิโกไล บอยเลเซ่น (โคเปนเฮเก้น)

กองกลาง: คริสเตียน อีริคเซ่น (อินเตอร์ มิลาน), โธมัส เดลานีย์ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์), ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบียร์ก (ท็อตแน่ม), มาธิอัส เยนเซ่น และ คริสเตียน นอร์การ์ด (เบรนท์ฟอร์ด), อันเดอร์ส คริสเตียนเซ่น (มัลโม่)

กองหน้า: แคสเปอร์ ดอลเบิร์ก (นีซ), โยนาส วินด์ (โคเปนเฮเก้น), อันเดรียส คอร์เนเลียส (ปาร์ม่า), มาร์ติน เบรธเวท (บาร์เซโลน่า), โรเบิร์ต สคอฟ (ฮอฟเฟ่นไฮม์), มิคเคล ดัมส์การ์ด (ซามพ์โดเรีย), ยุสซุฟ โพลเซ่น (แอร์เบ ไลป์ซิก), อันเดรียส สคอฟ โอลเซ่น (โบโลญญ่า)


ผู้จัดการทีม: แคสเปอร์ ฮยุลมันด์

นับตั้งแต่กุนซือแชมป์ยูโร 1992 นีลเซ่น วางมือไปในปี 1996 มีเพียงอีกสี่กุนซือเท่านั้นที่ได้รับงานคุมทีมชาติแบบเต็มตัว โดยผู้ที่รับงานคุมทีมนานสุดเป็น มอร์เทน โอลเซ่น ที่คุมทีมระหว่างเดือนกรกฎาคม 2000 – พฤศจิกายน 2015 ส่วนฮยุลมันด์คุมทีมได้เพียง 13 นัดเท่านั้นจนถึงตอนที่เขียนบทความนี้ (9 มิ.ย. 2564)

ฮยุลมันด์รับงานโค้ชครั้งแรกในปี 1996 กับสโมสรลิงบี้ที่บ้านเกิด แต่ไม่นานเขาย้ายไปนอร์ดเยลลันด์ในฐานะผู้ช่วยโค้ชก่อนรับหน้าที่คุมทีมชุดใหญ่เต็มตัว ซึ่งประสบความสำเร็จทันทีด้วยการพาทีมคว้าแชมป์เดนิช ซูเปอร์ลีก้า

ด้วยฝีมือที่ยอดเยี่ยมทำให้เขาไปเตะตาทีมจากบุนเดสลีก้าอย่าง ไมนซ์ 05 ที่เพิ่งเสีย โธมัส ทูเคิ่ล ให้กับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

แต่เขาอยู่ในตำแหน่งได้เพียง 24 นัดก่อนจะกลับไปที่นอร์ดเยลลันด์อีกครั้ง และเมื่อปี 2020 เขาเข้ารับงานกุนซือทีมชาติเดนมาร์กเต็มตัว

13 นัดที่คุมทีมชาติ เขาทำผลงานชนะ 9 เสมอ 2 แพ้ 2 ซึ่งความพ่ายแพ้ทั้งสองนัดเกิดขึ้นในเกมเนชันส์ ลีกที่เจอกับทีมแรงค์กิ้งฟีฟ่าอันดับหนึ่งอย่างเบลเยียมทั้งสิ้น


ลูกไม้หล่นใต้ต้นแท้จริง

ความทรงจำที่เดนมาร์กคว้าแชมป์ยูโร 1992 ยังคงชัดเจนในหัวของ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ที่ผู้เป็นพ่อของเขาได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ และเขาหวังที่จะเจริญรอยตามพ่อให้จงได้

“คุณต้องฝันให้ใหญ่ และคำถามที่เราต้องถามตัวเองคือ ‘ทำไมไม่เป็นเราล่ะ?’ มือกาวเลสเตอร์ ซิตี้ให้สัมภาษณ์เมื่อไม่นานมานี้

“เมื่อคุณดูไปที่ผลการแข่งขันที่เราคว้ามาได้ยามที่ถูกกดดันอย่างหนัก เรามีเหตุผลที่จะคิดบวกอยู่แล้ว”


ชำแหละแทคติคโคนม

จากปัจจัยที่ฮยุลมันด์ต้องเจอเมื่อมีโอกาสคุมทีมเพียงได้ระยะเวลาสั้น ๆ เขายังต้องมองหาแทคติคที่เหมาะสมสำหรับทีม

4-2-3-1 คือแผนที่เขาใช้มาตลอดในช่วงหลัง ซึ่งเป็นระบบที่ได้ผลดีในเกมกับทีมชาติอังกฤษเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน และเป็นแผนที่ส่งให้เพลย์เมกเกอร์อย่างอีริคเซ่นได้ปล่อยของเต็มที่

เมื่อเพลย์เมกเกอร์ยืนอยู่หลังแนวรุก ตำแหน่งปีกก็มีความสำคัญเช่นกันยกตัวอย่างเช่น เบรธเวทและโพลเซ่นเพื่อสนับสนุนกองหน้าตัวเป้าที่ปัจจุบันเป็น โยนาส วินด์ ที่ถือครองเสื้อเบอร์ 9 แต่คนอื่น ๆ อย่าง แคสเปอร์ ดอลเบิร์ก และ อันเดรียส คอร์นีเลียส ก็พร้อมแย่งตัวจริงเสมอ

นอกจากนี้พวกเขายังมีกองกลางที่ดีที่สุดทีมหนึ่งในยุโรปทั้งยอดฝีมืออย่างเดลานีย์และฮอยเบียร์กที่คอยสนับสนุนเพลย์เมกเกอร์หลังกองหน้า

ฮอยเบียร์กพัฒนาฝีเท้าตัวเองอย่างก้าวกระโดดเมื่อย้ายจากเซาแธมป์ตันมาอยู่กับท็อตแน่มก่อนเปิดฤดูกาล 2020/21 ส่วนเดลานีย์คือตัวหลักของดอร์ทมุนด์

แนวรับเป็นหน้าที่ของสองปราการหลังอย่างคริสเตนเซ่นและเคียร์ โดยเฉพาะฝ่ายแรกที่เพิ่งคว้าแชมเปียนส์ ลีกกับเชลซี ส่วนฝ่ายหลังก็พาเอซี มิลานไปเล่นบอลยุโรปถ้วยใหญ่ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี


ปฏิบัติการม้ามืดเริ่มต้น

แทบจะนับหัวได้ที่เชื่อว่าเดนมาร์กจะสร้างปาฏิหาริย์ได้เหมือนกับปี 1992

พวกเขาถูกยกให้เป็นรองเหล่าทีมเต็งแชมป์ทั้งหลายแหล่ โดยเฉพาะเรตราคาที่บ่อนพนันถูกกฎหมายชื่อดังอย่าง Sky Bet ให้ไว้ที่ 28/1 (แทง 1 จาก 28 ไม่รวมทุน)

ด้วยราคานั้น ทำให้เดนมาร์กคือเต็งสิบที่จะคว้าแชมป์รายการนี้

แต่บอลลูกกลม ๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้ เหมือนกับเมื่อ 29 ปีที่แล้วนั่นแหละ