ย้ายให้เสียดายเล่น! ขุด 7 แข้งเรือลาทีมหลังไม่ได้รับโอกาสลงสนาม

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

แมนเชสเตอร์ ซิตี้มีความฝันด้วยการบันดาลความสำเร็จเพื่อพ้นร่มเงาความยิ่งใหญ่ของเพื่อนบ้านอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และพวกเขาก็ทำได้

แต่กว่าจะทำได้ พวกเขาต้องใช้เม็ดเงินไปมหาศาล และเม็ดเงินเหล่านั้นเกิดขึ้นจากการกว้านซื้อนักเตะระดับชั้นนำเข้ามาเสริมทัพมากมาย

ใช่ พวกเขาคว้าความสำเร็จมาได้มากมายในประเทศทั้งพรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ และคาราบาว คัพ รวมถึงผลงานระดับทวีปที่เพิ่งเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

แต่เบื้องหลังความสำเร็จดังกล่าวต้องแลกมาด้วยความผิดหวังของบรรดานักเตะจากอคาเดมีที่แทบไม่ได้รับโอกาสลงเล่นทีมชุดใหญ่เท่าที่ควร จนทำให้ต้องตัดสินใจเก็บข้าวของเพื่อหวังเดินตามความฝันที่ตั้งใจไว้

จึงเป็นเหตุให้เกิด 7 แข้งดังกล่าว ที่ประสบความสำเร็จมากมายเพื่อพวกเขาคิดถูกในการตัดสินใจย้ายทีม จนทำให้เรือใบต้องพิจารณาตัวเองว่าพวกเขาคิดถูกหรือไม่ในการปล่อยแข้งเหล่านี้ออกจากทีมในขณะนั้น…


เจดอน ซานโช

เมื่อเพียง 4 ปีก่อน เจดอน ซานโช ย้ายออกจากอคาเดมีของแมนเชสเตอร์ ซิตี้อย่างเงียบ ๆ เพื่อไปเล่นให้กับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

หลายคนอาจไม่รู้ว่าแข้งวัย 17 ปีรายนี้คือส่วนหนึ่งของทีมชาติอังกฤษที่คว้าแชมป์โลกชุด U-17 ในปี 2017

ปัจจุบันแข้งรายนี้มีค่าตัวมากกว่า 100 ล้านปอนด์เข้าไปแล้วจากผลงานสุดสะแด่วแห้ว 48 ประตูกับ 62 แอสซิสต์จากการลงสนามให้กับเสือเหลืองเพียง 134 นัดเท่านั้น

เขาได้รับความสนใจจากบรรดายักษ์ใหญ่ทั่วยุโรปทั้งลิเวอร์พูล, เรอัล มาดริด และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ซึ่งฝ่ายหลังเกือบจะได้ตัวแข้งรายนี้มาร่วมทีมในช่วงต้นฤดูกาล 2020/21 แต่ปีศาจแดงกลับไม่สู้ค่าตัวที่พุ่งสูงถึง 108 ล้านปอนด์ในตอนนั้น


แคสเปอร์ ชไมเคิล

มือกาวผู้ที่เป็นบุตรชายของตำนานผู้รักษาประตูแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปีเตอร์ ชไมเคิล เคยลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของเรือใบมาแล้ว 10 นัด ถึงแม้จะถูกปล่อยยืมตัวให้กับสโมสรอื่นใช้งานถึง 5 ครั้งก็ตาม

ทั้งกับดาร์ลิงตัน, บิวรี, ฟัลเคิร์ก, คาร์ดิฟฟ์และโคเวนทรี นายทวารชาวเดนมาร์กตัดสินใจย้ายซบน็อตส์ เคาน์ตีอย่างถาวรเมื่อปี 2009

เขาพัฒนาฝีมือการเซฟเรื่อยมาจนไปเตะตาเลสเตอร์ ซิตี้เข้า

ชไมเคิลคือหนึ่งในกำลังหลักของทัพจิ้งจอกที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2015/16 ซึ่งเป็นเพียงแค่หนึ่งปีหลังจากรอดตกชั้นแบบหวุดหวิด

ปัจจุบัน ชไมเคิลผู้ลูกได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูที่ฝีมือดีที่สุดคนหนึ่งของโลก ไม่แพ้พ่อของเขา


อาเดรียน ราบิโอต์

แข้งชาวฝรั่งเศสรายนี้เป็นส่วนหนึ่งของทัพเรือใบชุดเยาวชนเมื่อปี 2008 แต่เขาได้รับอนุญาตให้ย้ายออกจากทีม จนเขาเลือกไปซบตักยักษ์ใหญ่ที่บ้านเกิดอย่างปารีส แซงต์-แชร์กแมง

นับแต่นั้นมาเขาคว้าความสำเร็จมากมายถึง 16 ถ้วยรวมถึงแชมป์ลีก เอิง 4 สมัย ก่อนจะย้ายไปยังยูเวนตุสเมื่อปี 2019

ราบิโอต์คว้าแชมป์เซเรีย อาได้ทันทีที่ย้ายไปเล่นในอิตาลี และงัดฟอร์มเก่งกลับมาอีกครั้งและงัดกับกุนซือคนก่อนอย่าง เมาริซิโอ ซาร์รี

อนึ่ง ซิตี้มีข่าวเซ็นฟรีราบิโอต์อีกครั้งเมื่อฤดูกาล 2018/19 ก่อนที่เจ้าตัวจะจำฝังใจในถิ่นเอติฮัดและเลือกไปอิตาลีแทน


คีแรน ทริปเปียร์

ทริปเปียร์ร่วมทีมอคาเดมีเรือใบตั้งแต่ปี 1999 ด้วยอายุเพียง 9 ขวบ แต่เขามีโอกาสได้ลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่เพียงแค่นัดเดียวในเกมกระชับมิตรกับบาร์เซโลน่า

แบ็คขวารายนี้ถูกปล่อยให้บาร์นสลีย์ยืมตัวเป็นเวลาสองปี ก่อนจะย้ายซบเบิร์นลีย์แบบถาวร

หลังมีฤดูกาลที่ดี เขากลายเป็นหนึ่งในแบ็คขวาที่เปิดบอลได้ดีที่สุดคนหนึ่ง จนกระทั่งได้ลืมตาอ้าปากกับทีมใหญ่อย่างท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์

เขากลายเป็นกำลังสำคัญของทีมทันที จนทำให้ คายล์ วอล์คเกอร์ ต้องย้ายไปเป็นตัวจริงกับซิตี้แทน

เขายังทำผลงานได้ดีในฟุตบอลโลก 2018 จนช่วยให้ทีมชาติอังกฤษเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ และซัดฟรีคิกได้ในรอบเดียวกันจนเกือบพาทีมเข้าชิง

ทริปเปียร์กลายเป็นนักเตะที่สร้างโอกาสได้มากที่สุดในรายการนั้น แต่เขาตัดสินใจไม่รีรอความสำเร็จกับรังไก่จนย้ายไปร่วมทีมแอตเลติโก มาดริดในปีถัดมาจนทำให้ทัพตราหมีใกล้จะได้ชูถ้วยลา ลีก้าในฤดูกาล 2020/21


ดาเนียล สเตอร์ริดจ์

สเตอร์ริดจ์เริ่มต้นอาชีพกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยซัดไป 6 ประตูจากการลงสนาม 32 นัด

แต่เขาไม่พอใจนักกับตำแหน่งที่มักจะถูกจับไปยืนเป็นปีกขวา จนทำให้เขาย้ายไปเล่นให้กับเชลซีเมื่อปี 2009 และช่วยให้สิงห์บลูส์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก, แชมเปี้ยนส์ ลีก และเอฟเอ คัพอีกสองสมัยจนถูกขายให้กับลิเวอร์พูลในปี 2013

ในปีแรกของเขากับหงส์แดง เขาพร้อมกับคู่หูกองหน้า หลุยส์ ซัวเรซ ช่วยให้ทีมเกือบจะคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้สำเร็จ ถ้าไม่เกิดเหตุ “เจอร์ราร์ดลื่น” เสียก่อน ก่อนที่เจ้าตัวจะถูกขายในปี 2019

ปัจจุบันสเตอร์ริดจ์กลายเป็นฟรีเอเยนต์หลังถูกสโมสรจากตุรกี แทรปซอนสปอร์ ยกเลิกสัญญาเมื่อเดือนมีนาคม 2020


เจสัน เดนาเยอร์

เดนาเยอร์คือนักเตะค่าตัวแพงที่ซิตี้ทุ่มทุนมาเมื่อปี 2013 หลังทำผลงานได้ดีในฐานะดาวรุ่งที่เบลเยียม

แต่เขากลับไม่เคยได้รับโอกาสให้ลงเล่นในนามทีมชุดใหญ่ก่อนจะถูกปล่อยให้เซลติก, กาลาตาซารายและซันเดอร์แลนด์ยืมตัว จนถูกขายถาวรให้กับโอลิปิก ลียงเมื่อปี 2018

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เดนาเยอร์กลายเป็นกำลังสำคัญของสโมสรและทีมชาติ จนช่วยให้เบลเยียมคว้าฟีฟ่าแรงค์กิ้งอันดับหนึ่งมาได้สำเร็จ

ปัจจุบันเดนาเยอร์วัย 25 ปีติดทีมชาติไปแล้ว 20 นัด แต่น่าเสียดายที่เขาไม่มีชื่อติดทีมชาติไปลุยฟุตบอลโลกปี 2018 ที่เจ้าตัวถูกดองเค็มกับแมน ฯ ซิตี้ในเวลานั้น

แต่เดนาเยอร์แก้แค้นอดีตต้นสังกัดได้สำเร็จเมื่อลียงเขี่ยซิตี้ตกรอบก่อนรองชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีกในฤดูกาล 2019/20


บราฮิม ดิอาซ

ถึงแม้จะไม่ใช่แข้งที่เก่งกาจระดับโลก แต่ดิอาซฉายแววความเป็นซูเปอร์สตาร์ได้ตั้งแต่ยังเด็ก

ดิอาซลงสนามให้เรือใบ 15 นัด และ 5 นัดที่เกิดขึ้นมาจากการลงสนามในพรีเมียร์ลีก

แนวรุกรายนี้ถูกขายให้กับเรอัล มาดริดในปี 2018 ที่ที่เขาได้รับโอกาสลงสนาม 21 นัดและทำได้ 2 ประตู

ปัจจุบันเขาถูกปล่อยให้เอซี มิลานยืมตัวในฤดูกาล 2020/21 และทำได้ 4 ประตูจากการลงสนาม 25 นัด

กับอายุเพียงแค่ 21 ปี ดิอาซยังมีเวลาพัฒนาฝีเท้าของตัวเองอีกมาก และเจ้าตัวหวังอย่างยิ่งที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าเรือใบคิดผิดที่ปล่อยตัวเขาออกมา