ชะตาเล่นตลก! “ลี โรเช” จากอดีตแข้งผีชุดชปล. สู่กรรมกรแบกหาม

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

เมื่อวันที่ 18 มีนาคมปี 2003 ลี โรเช ลงสนามให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีกนัดแรกของเจ้าตัว ที่พ่ายเดปอร์ติโบ ลา กอรุนญา 2-0

ห้าปีถัดมาเขาตัดสินใจปิดฉากอาชีพนักฟุตบอล และปัจจุบันเขากำลังทำงานให้กับไซต์ก่อสร้างต่อเติมฉนวนผนังเพื่อลดการสูญเสียความร้อน และเป็นช่างประปาผู้มีประสบการณ์

หลังจากค้าแข้งกับทั้งเร็กซ์แฮม, เบิร์นลีย์ และดรอยส์เดน อดีตดาวรุ่งรายนี้ต้องวางแผนชีวิตตัวเองใหม่ทั้งหมดด้วยความช่วยเหลือของสมาคมนักเตะอาชีพของอังกฤษ

ด้วยวัยเพียง 27 ปี เขาตัดสินใจที่จะเลิกเล่นฟุตบอลอย่างเป็นทางการ…


หมดแพสชั่น
ลี โรเช (ปัจจุบัน) อายุ 40 ปี กับอาชีพช่างประปาและแรงงานไซต์ก่อสร้าง

เขาถูกเร็กซ์แฮมปล่อยยืมตัวให้กับเบิร์นลีย์ด้วยสัญญายืมตัว ก่อนจะกลับมายังต้นสังกัดอีกครั้ง และด้วยอาการบาดเจ็บที่ต้องแบกรับมาตลอด ทำให้อดีตแข้งทีมชาติอังกฤษชุด U21 ถึงกับถอดใจ

“ผมจะกลับบ้านและไม่ดูฟุตบอลผ่านทางทีวีอีกแล้ว” เขาให้สัมภาษณ์กับ Planet Football ถึงแพสชั่นของฟุตบอลที่เหือดหายไปจนหมดสิ้น

หลังจากถูกสโมสรจากเวลส์ปล่อยตัว เขาลงฝึกซ้อมกับรอยัล อันท์เวิร์ปภายใต้กุนซือ วอร์เรน จอยซ์ ที่เคยเป็นดาวรุ่งของปีศาจแดง

แต่เมื่อการย้ายทีมไม่ประสบความสำเร็จ เขาเลือกเซ็นสัญญากับทีมนอกลีกอย่างดรอยส์เดนในปี 2007

และที่นั่นเขาเริ่มที่จะคิดถึงชีวิตนอกสนามหลังสิ้นสุดอาชีพค้าแข้ง


โอกาสที่สองในชีวิต
โรเช ขณะกำลังพูดคุยกับสมาชิกสมาคมนักฟุตบอลอาชีพ ดอน กูดแมน

เขากลายเป็นคนว่างงาน จนได้รับการช่วยเหลือจากสมาคมนักฟุตบอลอาชีพของอังกฤษในการหางานให้อดีตแข้งปีศาจแดงรายนี้ทำ

ปัจจุบัน โรเชคือช่างประปาฝีมือดีและเปิดธุรกิจเกี่ยวกับ “ฉนวนผนังโพรงใช้เพื่อลดการสูญเสียความร้อนผ่านผนังโพรง”

“ผมมีเพื่อนร่วมงานที่ไซต์ก่อสร้างเข้ามาถามผมถึงยูไนเต็ดและทำไมผมถึงมาอยู่ในจุดนี้” เขากล่าวต่อ

“มันค่อนข้างน่าเบื่อ ผมเลยไม่ค่อยจะประกาศปาว ๆ ว่าผมเคยเล่นให้กับยูไนเต็ด ผมคิดจริง ๆ ว่าเยาวชนสมัยนี้จะต้องได้รับการฝึกฝนบางอย่าง เพื่อที่พวกเขาจะได้รู้ความจริงเกี่ยวกับโลกใบนี้

“ซึ่งส่วนใหญ่น่าจะไม่มีแผนสองในชีวิตถ้าพวกเขาไม่สามารถขึ้นชั้นเป็นมืออาชีพได้”


โดน ‘ป๋า’ จับมาฆ่า
โรเชและคานู ขณะกำลังดวลฝีเท้ากัน

โรเชเคยลงเป็นตัวจริงให้กับยูไนเต็ดถึงสองนัด แต่ทั้งสองนัดกลับกลายเป็นฝันร้ายสำหรับเขา

ในปี 2001 เขาได้ลงเล่นในรายการเวอร์ธิงตัน คัพ (ลีก คัพ) กับอาร์เซน่อล และถูกพลพรรคปืนใหญ่ถล่มเละเทะ 4-0 โดยที่เพื่อนร่วมทีมส่วนใหญ่ของเขาคือดาวรุ่งและทีมชุดสำรอง

“ซิงแว็ง วิลตอร์ ทำแฮตทริคและผมจำได้ว่า (เอ็นวานโก) คานู มีส่วนร่วมมาก ผมเอาชนะเขาไม่ได้จริง ๆ ” โรเชกล่าว

“มีจังหวะนึงเขากระดกบอลข้ามหัวผมและวอลเลย์เต็มข้อแต่บอลเหินข้ามคาน มิเช่นนั้นคงจะเป็นประตูที่ยอดเยี่ยมไม่มีวันลืมแน่นอน

“ไม่มีไดร์เป่าผมจากเซอร์ อเล็กซ์ (เฟอร์กูสัน) หลังเกมนั้นเพราะเขารู้ว่าเราต้องเจอกับใคร ผมคว้าบทเรียนเท่าที่จะผมคว้าได้และพยายามเรียนรู้จากเกมนั้น”

ปีถัดมาโรเชได้ลงเป็นตัวสำรองในเกมกับนิวคาสเซิ่ลต่อหน้าแฟนบอลของตัวเองที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ซึ่งเกมนั้นพวกเขาเอาชนะไป 5-3

“มันน่าทึ่งมาก การลงสนามต่อหน้าแฟนบอลกว่า 75,000 คนที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด” เขากล่าว

“ผมพอเอาตัวรอดได้ แต่ผมจำได้ที่เซอร์ อเล็กซ์พูดกับผมหลังจากนั้นเพราะ อลัน เชียเรอร์ เอาชนะผมและแย่งโหม่งได้แถว ๆ เสาสอง ดังนั้นเขาพูดกับผมให้ลุกขึ้นสู้และอย่าให้กองหน้าคนนั้นทำกับผมแบบนั้นอีก”


ผิดใจกับ ‘ป๋า’
โรเช กับเกมในแชมเปี้ยนส์ ลีกนัดแรกของเขาในชีวิต

เกมที่ 4 และ 5 ของเขากับยูไนเต็ดเกิดขึ้นในแชมเปี้ยนส์ ลีก

เขาลงเล่นในเกมกับเดปอร์ติโบ ที่สมัยนั้นคือผู้ท้าชิงแชมป์ลา ลีก้าตัวฉกาจกับเรอัล มาดริดและบาร์เซโลน่า

การได้ลงเล่นในแผนหลังสามคนพร้อมกับ ลอร็องต์ บล็องก์ และ จอห์น โอเชีย ดูเหมือนปีศาจแดงจะเชื่อมกันไม่ติด

โรเชถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามในช่วงพักครึ่ง ขณะที่ปีศาจแดงมีสกอร์ตามหลังอยู่ 1-0

“ผมต้องเจอกับ (อัลเบิร์ต) ลูเก และคิดว่าผมก็ทำได้ค่อนข้างดี แต่ผมไม่อยากถูกถอดออกและเริ่มมีปากเสียงกับเซอร์ อเล็กซ์” เขากล่าว

“กิ๊กซี่ (ไรอัน กิ๊กส์) บอกให้ผมยืดอกไว้และบอกว่าผมไม่ได้ทำอะไรผิด เซอร์ อเล็กซ์ไม่ยอมบอกเหตุผลว่าทำไมผมถึงถูกเปลี่ยนตัวออก แต่ผมไม่อยากคิดอะไรมาก”


ถ้าย้อนเวลากลับไปได้…

ถึงแม้เส้นทางอาชีพของเขาต้องจบลงแบบนี้ แต่โรเชยังรู้สึกขอบคุณช่วงเวลาที่เขาอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ถึงแม้เขาจะไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาอยากแก้ไข

“ผมไม่เสียใจเลย” โรเชกล่าว

“สิ่งเดียวที่ผมอยากบอกคือเพื่อนร่วมทีมรู้ว่าผมเป็นคนเก็บตัว บางทีผมน่าจะกล้าแสดงออกและพูดคุยล้อเล่นกับเพื่อน ๆ มากกว่านี้

“ผมเดินทางกลับบ้านทันทีหลังจากเสร็จสิ้นการฝึกซ้อมเพื่อเที่ยวกับเพื่อนของผม ผมมองกลับไปในตอนนี้ที่เพื่อนร่วมทีมของผมอย่างจอห์น (โอเชีย) และ ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ และคิดว่าผมน่าจะเป็นเหมือนกับพวกเขาและออกไปมีสังคม

“ผมคิดว่าผมน่าจะมีชีวิตที่ดีกว่านั้นตอนอยู่ที่นั่น”