แฉ! เบื้องหลังบอลโลก 2022 ที่ต้องแลกมาด้วย ‘เลือดและซากศพ’

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

แรงงานข้ามชาติจากอินเดีย, ปากีสถาน, เนปาล, บังกลาเทศ และ ศรีลังกากว่า 6,500 คนหรือมากกว่าต้องสังเวยชีวิตเพื่อประเทศที่ไม่ใช่ของตัวเอง

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา การแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดอย่างฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือกเริ่มต้นขึ้นทั่วโลกโดยมีอภิมหาเศรษฐีอย่างกาตาร์ รับบทเป็นเจ้าภาพ

อย่างไรก็ตาม นอร์เวย์และเยอรมนีประกาศตัวชัดเจนในการเรียกร้องความเป็นธรรมกับสิทธิมนุษยชนของแรงงานข้ามชาติที่เข้าไปทำงานก่อสร้างสนามและความพร้อมอื่น ๆ ในกาตาร์เพื่อรองรับมหกรรมกีฬาที่จะมีขึ้นในปีหน้า

แล้วสาเหตุใดล่ะที่ทำให้ทั้งสองประเทศนี้ต้องออกมาประท้วงการทำงานของเจ้าภาพ?


อภิมหาบิ๊กโปรเจ็คต์ 12 ปีแห่งการนองเลือด

หลังจากได้รับการคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกเมื่อปี 2010 กาตาร์วางแผนสร้างสนามอย่างที่ไม่เคยปรากฎขึ้นมาก่อนในวงการฟุตบอลเพื่อรองรับการเป็นเจ้าภาพในปี 2022 ประกอบไปด้วย 7 สนามใหม่, สิ่งก่อสร้างหลอกหลายที่แล้วเสร็จหรือกำลังก่อสร้างอยู่รวมถึงสนามบินแห่งใหม่, ถนน, ระบบขนส่งสาธารณะ, โรงแรม, และเมืองแห่งใหม่

แต่นั้นต้องแลกมาด้วยชีวิตแรงงานเกือบหมื่นคนในช่วงสิบปีที่ผ่านมา…

นั่นหมายความว่ามีผู้เสียชีวิตในช่วงเวลาดังกล่าวประมาณ 12 คนต่อสัปดาห์นับตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2010 เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จในการได้โควต้าจัดการแข่งขันรายการดังกล่าวของประเทศกาตาร์ ซึ่งไม่เกี่ยวอะไรกับประเทศของเหล่าแรงงานเลยแม้แต่น้อย

ข้อมูลจากอินเดีย, บังกลาเทศ, เนปาล, และศรีลังกา ชี้ให้เห็นว่ามีแรงงานข้ามชาติเสียชีวิต 5927 คนนับตั้งแต่ปี 2011-2020 โดยไม่รวมข้อมูลจากสถานทูตปากีสถานประจำประเทศกาตาร์ ที่รายงานจำนวนผู้เสียชีวิตอีกราว 824 คนระหว่างปี 2010-2020

นิค แม็กกีฮาน ผู้อำนวยการโปรเจ็คต์ FairSquare ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิแรงงานบริเวณคาบสมุทรอารเบียน กล่าวว่า “สัดส่วนผู้เสียชีวิตของแรงงานข้ามชาติตั้งแต่ปี 2011 มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญเพราะกาตาร์ได้สิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก”

ผลการศึกษาดังกล่าวทำให้รู้ว่ากาตาร์ไม่สามารถปกป้องแรงงานข้ามชาติราว 2 ล้านคนหรือแม้แต่จะสืบสวนเหตุเสียชีวิตได้เลย โดยเฉพาะตัวเลขส่วนใหญ่ที่มาจากแรงงานอายุน้อย

เบื้องหลังสถิติดังกล่าวมีเรื่องราวมากมายที่คนทั่วโลกไม่ทราบ ทั้งครอบครัวที่ต้องสูญเสียหัวเรือใหญ่ในการหาเงินเข้าบ้าน และไม่ทราบชะตากรรมของผู้ที่เป็นที่รัก


การเสียชีวิตที่เต็มไปด้วยคำถาม?

กาล ซิงห์ ไร จากเนปาลต้องหาจ่ายเงินถึง 1,000 ปอนด์เพื่อคว้าตำแหน่งคนทำความสะอาดในแคมป์แรงงานที่กำลังสร้างสนาม Education City World Cup stadium และหลังจากรับงานเพียงเวลาหนึ่งสัปดาห์ เขาตัดสินใจพรากชีวิตของตัวเอง

โมฮัมมัด ชาฮิด มีอาห์ จากบังกลาเทศถูกไฟช็อตในที่พักของเหล่าแรงงานหลังจากที่สายไฟเปลือยสัมผัสเข้ากับน้ำ

ที่อินเดีย ครอบครัวของ มาธู โบลลาพัลลี ยังสงสัยการเสียชีวิตของชายอายุ 43 ปีที่มีสุขภาพดีผู้นี้ที่ทราบแต่เพียงว่าสาเหตุการตายคือ ‘เสียชีวิตโดยธรรมชาติ’ ขณะทำงานที่กาตาร์ ร่างของเขาถูกพบที่พื้นในหอพักของเขา

สาเหตุการเสียชีวิตมีหลากหลายสาเหตุที่ถูกระบุไว้ในรายงานทั้งการถูกของแข็งกระทบจากที่สูง, ภาวะการขาดอากาศหายใจจากการถูกแขวนคอ และที่ระบุสาเหตุการตายไม่ได้เนื่องจากร่างกายเน่าเปื่อย

แต่สาเหตุการตายยอดฮิตคือ ‘การเสียชีวิตโดยธรรมชาติ’ ที่มักจะเป็นภาวะหัวใจล้มเหลว และจากข้อมูลที่ได้รับ 69 เปอร์เซ็นต์ของผู้เสียชีวิตมาจากสาเหตุนั้น

เมื่อปี 2019 คลื่นความร้อนที่หนักหน่วงในกาตาร์คือสาเหตุหลักที่ทำให้แรงงานเสียชีวิต และจากรายงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศระบุว่าอย่างน้อย 4 เดือนจากปีดังกล่าวมีอาการเครียดจากความร้อนเมื่อต้องทำงานกลางแจ้ง

ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตอื่น ๆ แบ่งออกเป็นอุบัติเหตุทางรถยนต์ (12%), อุบัติเหตุในที่ทำงาน (7%) และฆ่าตัวตายที่มากถึง 7 เปอร์เซ็นต์

อย่งไรก็ตาม โรคระบาดในยุคนี้อย่างโควิด-19 กลับไม่ส่งผลกระทบต่อตัวเลขการเสียชีวิตมากเท่าใดนัก เมื่อมีการเปิดเผยว่าผู้ที่เสียชีวิตจากโรคดังกล่าวมีเพียง 250 คนเท่านั้น


เสียชีวิตไม่ว่า เสียหน้าไม่ได้

นอกจากนี้ยังพบว่ารัฐบาลกาตาร์มีความพยายามปกปิดตัวเลขผู้เสียชีวิตด้วยเหตุผลด้านการเมือง จากการเปิดเผยของนักวิจัยคาบสมุทรอารเบียนที่ทำงานในองค์การนิรโทษกรรมสากล เมย์ โรมานอส ว่า “มีการขาดความชัดเจนและความโปร่งใสกับตัวเลขผู้เสียชีวิต กาตาร์ต้องเสริมสร้างความมั่นคงมาตรฐานในด้านสุขภาพและความปลอดภัย”

เมื่อถูกถามถึงตัวเลขผู้เสียชีวิตระหว่างการก่อสร้างสนาม คณะกรรมการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกที่กาตาร์กล่าวว่า “เราเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นและสืบสวนแต่ละเหตุการณ์เพื่อรับประกันว่าเราจะได้รับบทเรียน

“เรายังรักษาความโปร่งใสในเรื่องนี้อยู่เสมอ และขอปฏิเสธข้ออ้างที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับผู้เสียชีวิตในแผนงานของเรา”

ด้านโต้โผใหญ่ของรายการอย่างฟีฟ่าได้ออกแถลงการณ์ถึงเรื่องนี้เช่นกัน โดยยืนยันว่าองค์กรพร้อมปกป้องสิทธิ์ของแรงงานที่ขึ้นตรงกับโครงการของฟีฟ่า

“กับมาตรการเกี่ยวกับสุขภาพและความปลอดภัยที่เข้มงวดในเขตก่อสร้าง ความถี่ของการเกิดอุบัติเหตุในการก่อสร้างสนามมีจำนวนลดลงหากเทียบกับโครงการระดับเดียวกันทั่วโลก” ฟีฟ่าออกแถลงการณ์โดยไร้ซึ่งหลักฐานใด ๆ