RISING STAR : ‘ยูริ เรเฮียร์’ ดาวโรจน์ดวงล่าสุดของ ‘อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม’!

ผลผลิตอันน่าทึ่งที่คลานตามกันออกมาจากอะคาเดมี่ของ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดหรือชะลอลงเลย เรายังคงได้เห็นบรรดาแข้งหน้าอ่อนที่ดูดีมีอนาคตโผล่มาฉายแววเป็นดาวเด่นอยู่เรื่อยๆในช่วงหลายปีหลัง

ไรอัน กราเวนเบิร์ช และ เยอร์เรี่ยน ทิมเบอร์ ขึ้นชื่อว่าเป็นดาวรุ่งโฮมโกรนเพียง 2 รายเท่านั้น ที่แทรกตัวขึ้นมาคว้าแชมป์เอเรดิวิซี่ ลีก ในทีมของ เอริก เตน ฮาก ร่วมกับบรรดาแข้งดีกรีทีมชาติเนเธอร์แลนด์ที่อายุอานามยังไม่ทันแตะวัย 21 ปี

ถ้าหากถามถึงตำแหน่งหนึ่งในสนามที่อาแจ็กซ์ไม่เคยบกพร่อง เวลาผ่านไปเท่าไหร่ก็จะมีดาวรุ่งฝีเท้าเก่งกาจขึ้นมาทดแทนกันอยู่เรื่อยๆไม่ขาดสาย จะเป็นอื่นไปไม่ได้เลยนอกจาก ‘แบ็คขวา’

เซร์จิโน่ เดสท์, นูสแซร์ มาซราอุย และ เดวีน เรนช์ ต่างเติบโตขึ้นมาจนแข็งแกร่งเป็นกำลังหลักให้กับทีมชาติ ก็เพราะผ่านการบ่มเพาะจากอะคาเดมี่ดังแห่งเมืองอัมสเตอร์ดัม โดยเฉพาะ เดสท์ ที่ติดปิก ได้บินออกจากรังไปสร้างอนาคตของตัวเองกับบาร์เซโลน่า

มาซราอุย ก็เป็นอีกคนที่เชื่อกันว่าจะได้ย้ายออกจากสโมสรเพื่อเติบโตต่อหลังจบฤดูกาลนี้ จากสัญญาฉบับปัจจุบันที่กำลังจะหมดลงในช่วงเดือนมิถุนายน

ส่วน เดวีน เรนช์ ที่มีทักษะเกมรับที่ยอดเยี่ยม ถูกคาดการณ์ว่าจะขยับเข้ามายืนเป็นเซ็นเตอร์แบ็คในอนาคตอันใกล้นี้ นั่นหมายความว่าตำแหน่งแบ็คขวาของอาแจ็กซ์กำลังเหลือเป็นที่ว่างสำหรับใครบางคน

หากพิจารณาคนที่เหมาะสมจากฟอร์มในช่วงหลัง มีโอกาสไม่น้อยเลยที่ตำแหน่งแบ็คขวาที่กำลังจะว่าง จะตกเป็นของอีกหนึ่งผลผลิตจากอะคาเดมี่ ‘ยูริ เรเฮียร์’ เจ้าหนูวัย 18 ปีคือคำตอบของทีมชุดใหญ่ ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาเขาจะไม่เคยถูกมองว่าเป็นผู้เล่นเกมรับเลยก็ตาม

แรกเริ่มเดิมที การยืนเป็นมิดฟิลด์ คือตัวตนที่แท้จริงของเขา แต่ เรเฮียร์ กลับแสดงให้เห็นถึงความอัจฉริยะในการรับผิดชอบหน้าที่ได้มากมายหลายตำแหน่ง นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับ อาแจ็กซ์เมื่อปี 2017 ด้วยวัยเพียง 14 ปี

เขาเป็นแข้งสารพัดประโยชน์อย่างแท้จริง และด้วยสถานการณ์ในซีซั่นนี้ เจ้าตัวได้มีโอกาสสัมผัสกับศาสตร์การวาดลวดลายในตำแหน่งแบ็คขวา พร้อมกับถูกหมายมั่นให้เป็นดาวเตะรายต่อไปที่จะถูกดันขึ้นไปประจำการบนทีมชุดใหญ่ในอนาคตอันใกล้นี้

แม้ว่าจะเพิ่งเข้าสู่วัย 18 ปีอย่างเต็มตัวไปเมื่อเดือนสิงหาคม เรเฮียร์ มีประสบการณ์ไม่น้อยจากการสวมปลอกแขนกัปตันทีมให้ ยอง อาแจ็กซ์ (ทีมสำรอง) ที่ลงเล่นในลีกรองแดนกังหันลม เขาลงรับใช้ทีมไปแล้วมากกว่า 60 เกมในลีกระดับดิวิชั่น 2 อีกทั้งยังสร้างสถิติเป็นแข้งอายุน้อยที่สุดอันดับที่ 4 ที่เคยลงประเดิมสนามให้ อาแจ็กซ์ เมื่อช่วงต้นปี 2020

เรเฮียร์ ได้รับโอกาสสัมผัสประสบการณ์แรกกับทีมชุดใหญ่ในเกมบอลถ้วยที่ทีมเอาชนะ บีวีวี บาเรนเดร๊กท์ ซึ่งนับจากวันนั้น หลายสิ่งหลายอย่างที่เขาได้พบเจอ ก็ได้หล่อหลอมให้เด็กคนนี้อดใจรอไม่ไหวที่จะได้ก้าวขึ้นไปพิสูจน์ตัวเองเพื่อเป็นนักฟุตบอลอาชีพอย่างเต็มตัว

“ตลอดชีวิตของเขา เขาไม่เคยลองไปหยิบจับหรือทำอย่างอื่นเลย ตั้งแต่ตัวเล็กๆ เขาก็เริ่มเอาลูกบอลมาเล่นแล้ว” อาเรนด์ เรเฮียร์ คุณพ่อและอดีตมิดฟิลด์ของสโมสรเทลสตาร์ กล่าว

“การได้สนุกกับการเล่นฟุตบอลคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขาเสมอ ไม่ต่างอะไรจากที่เป็นอยู่ที่อาแจ็กซ์ตอนนี้เลย”

เรเฮียร์ คนลูก เริ่มต้นเรียนรู้เบสิคการเตะฟุตบอลจากสโมสรท้องถิ่นที่มีชื่อว่า เอสวี ซานด์ฟอร์ท แม้ว่าตามกฏแล้ว เด็ก 4 ขวบ จะไม่ได้รับอนุญาตให้ร่วมฝึกก็ตาม

“ในตอนที่ยังเป็นแข้งเยาวชน เขาชอบรับผิดชอบหน้าที่ไปหมดทุกอย่าง เดี๋ยวไปเล่นกองหน้าบ้าง เดี๋ยวไปเล่นหลังบ้าง และยังมีโอกาสได้ไปเข้าร่วมหลักสูตรการฝึกเป็นผู้รักษาประตู ถึงขนาดที่ว่าเขาไปได้แชมป์กลับมาในฐานะผู้รักษาประตูด้วยนะ!” คุณพ่อ กล่าวเสริม

ในวัย 12 ปี เรเฮียร์มีโอกาสได้ย้ายออกไปร่วมทีมกับ เอดีโอ เดน ฮาก หลังโดน อาแจ็กซ์ และ อาแซด อัคมาร์ ปัดตกจากการคัดตัว ทว่าสองปีถัดมา หลังจากที่แมวมองได้ไปเห็นฝีเท้าที่แท้จริงของเขาแบบเต็มๆตา ในที่สุดเจ้าหนูวัย 14 ปี ก็ได้ถูกชักชวนมาปูอนาคตอันสดใสที่เมืองหลวง

หลังจากโยกมาสวมเสื้ออาแจ็กซ์ สโมสรยักษ์ใหญ่เบอร์ 1 ของประเทศเนเธอร์แลนด์ โชคดีของ เรเฮียร์ ที่ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในบรรดานักเตะระดับฝีเท้าจัดจ้าน ล้วนแต่เต็มไปด้วยแข้งพรสวรรค์สูงไม่ว่าจะเป็น กราเวนเบิร์ช , เรนช์ ,นาซี อูนูวาร์, ไบรอัน บร็อบบี้ และ ซอนต์เจ ฮานเซ่น ซึ่งเป็นธรรมดาเวลาเข้าไปอยู่ในหมู่ดาวจรัสแสง เรเฮียร์ มักจะถูกแข้งเหล่านี้กลบรัศมี จากการวางตัวเป็นแข้งสารพัดประโยชน์ เดี๋ยวถูกโยกไปแทนคนนู้นคนนี้ รวมถึงมีสไตล์การเล่นที่เป็นผึ้งงาน ทุกอย่างเพื่อทีมก่อนเสมอ มากกว่าจะเป็นสายโชว์ทักษะ

แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไรเลย เมื่อการที่เขามักอาสาเต็มใจโดนโยกไปเล่นในตำแหน่งต่างๆในสนาม กลับกลายโอกาสที่เขาสามารถขึ้นไปทดแทนตำแหน่งที่ขาดบนทีมชุดที่เหนือกว่าที่เล่นอยู่ได้ ซึ่งเขาก็สามารถจัดการกับทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเป็นอย่างดี

ยกตัวอย่างในตอนที่ จอห์น ไฮทิงก้า อดีตโค้ชอาแจ็กซ์ชุด U-19 ต้องการนักเตะมาเล่นตำแหน่งกองหน้าตัวขวา ในเกมยูฟ่า ยูธ ลีก 2019-2020 รอบแบ่งกลุ่มพบ บาเลนเซีย ก็เป็น เรเฮียร์ ที่ถูกเรียกตัวขึ้นมาเล่น แม้ว่าตอนนั้นจะเพิ่งอายุครบ 16 ปีได้หยกๆ

และไม่ได้เข้ามายืนให้ครบคนไปอย่างนั้น เขาตอบแทนความเชื่อใจของโค้ชด้วยผลงานอันเกินความคาดหมาย จัดแฮตทริกพา อาแจ็กซ์ ถล่มทีมดังจากสเปน 5-3 โดยเฉพาะประตูแรกที่ขึ้นซัดด้วยท่าจักรยานอากาศ และต่อยอดด้วยการเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่ถูกเรียกติดทีมอัศวินสีส้มชุด U-17 เพื่อออกเดินทางไปอาละวาดในฟุตบอลโลก 2019 ที่ บราซิล

หลังจากพ่ายแพ้เจ็บปวดต่อทีมชาติญี่ปุ่น 3-0 ในนัดเปิดสนามเวิลด์ คัพ ขุนพลดัตช์ส่ง เรเฮียร์ลงสนามเป็นตัวจริง โดยมอบหมายให้ยืนเป็นกองกลางตัวโฮลด์บอลตลอดสองนัดที่เหลือในรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนที่รอบน็อคเอาท์จะถูกจับถอยลงเป็นเล่นเป็น เซ็นเตอร์แบ็ค ที่มีหน้าที่เก็บบอลไว้กับตัว จากทักษะเดิมที่เล่นเป็นกองกลางมาก่อน ทำให้เขาตอบโจทย์กับที่โค้ชต้องการ

อย่างไรก็ตาม ฝันร้ายของ เรเฮียร์ กลับเกิดขึ้นในรอบรองชนะเลิศกับเม็กซิโก เมื่อเจ้าหนูรายนี้ยิงไม่เข้าเป้าในช่วงดวลจุดโทษ ส่งผลให้ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ต้องโบกมือลาทัวร์นาเม้นที่หวังถึงแชมป์ และการพลาดจุดโทษสำคัญของ เรเฮียร์ ก็เป็นโมเมนต์ที่อาจทำลายความมั่นใจของเด็กคนนึงไปได้เลย

“ฟุตบอลโลกสะเทือนใจผมมากจริงๆ ผมทำใจไม่ได้เลยในช่วงวันแรกๆหลังจากเหตุการณ์นั้น” เรเฮียร์ กล่าว

“แต่ผมก็อยากลงเล่นกับอาแจ็กซ์ต่ออยู่ดี และผมทำได้สองประตูด้วย แมตช์นั้นคือจุดเปลี่ยน มันบอกผมว่าผมกำลังกลับมาสู่เส้นทางที่ถูกต้องอีกครั้ง”

หลังจากผ่านวันที่ใจสลาย ข่มตานอนแทบไม่ลง เรเฮียร์ กลับมาเป็นคนเดิมอีกครั้ง เขาอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้องอย่างที่ว่ามาตลอด ผลงาน 5 ประตูกับ 9 แอสซิสต์ให้ ยอง อาแจ็กซ์ ส่งเขาขึ้นเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของลีกรอง และยิ่งเจ๋งเข้าไปใหญ่เมื่อรู้ว่าตำแหน่งที่เขาลงเล่นเป็นประจำคือ มิดฟิลด์ตัวโฮลด์บอล ไม่ก็แบ็คขวา อารมณ์แบบโจชัว คิมมิช หรือ เซร์จี้ โรแบร์โต้

“ผมชอบเล่นเป็นเบอร์ 6 หรือไม่ก็เบอร์ 8 เป็นกองกลางบ็อกซ์-ทู-บ็อกซ์ น่ะ ปีนี้ผมได้เล่นเป็นแบ็คขวาเกือบจะเต็มตัว ถ้าคุณลองดูตัวเลขสถิติของผมในช่วงครึ่งแรกของซีซั่นนี้ มันยอดเยี่ยมเลยล่ะในตำแหน่งนั้น”

“ผมรู้ว่าผมพอมีโอกาสที่จะได้ทะยานขึ้นสู่อาแจ็กซ์ชุดใหญ่ในฐานะแบ็คขวา มากกว่าจะได้ขึ้นไปเล่นเป็นเบอร์ 6 เพราะฉะนั้นผมก็คงต้องมุ่งมั่นทำในสิ่งที่ผมทำได้เพื่อให้มันเกิดขึ้นจริง”

นอกเหนือจากเรื่องในสนามแล้ว เรเฮียร์ ยังเป็นเด็กที่อัธยาศัยดีคนหนึ่ง เหมือนที่คุณพ่อเขายืนยันว่าลูกชายนั้นสามารถเข้ากับทุกคนได้อย่างง่ายดาย

“เขาเป็นคนที่ติดดินมากเลยทีเดียว” คุณพ่อ กล่าว “บางครั้งถ้ามีเวลา เขาจะออกไปช่วยทีม ซานด์ฟอร์ดชุด U-21 จัดการเรื่องระบบการซ้อม ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมปลื้มเมื่อได้เห็น”

หลังจากทำผลงานได้เข้าตาอย่างต่อเนื่อง เรเฮียร์ ถูก เตน ฮาก มั่นหมายว่าจะเรียกขึ้นมามาเก็บตัวในแคมป์ซ้อมช่วงหน้าหนาวของอาแจ็กซ์ ก่อนที่ทริปเดินทางไปโปรตุเกสจะถูกยกเลิกกระทันหันจากการระบาดระลอกใหม่ของเชื้อไวรัสโควิด-19

ความผิดหวังนั้นไม่ได้ทำให้ เรเฮียร์ จิตใจจมแต่อย่างใด เมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา เขากลับไประเบิดฟอร์มกับยอง อาแจ็กซ์ ยิงประตูเปิดเกมใส่ เอฟซี อูเทร็คท์ พร้อมกับตำแหน่งใหม่ที่ ไฮทิงก้า จับวางให้สร้างสรรค์เกมเป็นเพลเมกเกอร์ เบอร์ 10 ได้ตำแหน่งใหม่มาอีกแล้ว…

“ยูริเป็นนักเตะที่สำคัญมากสำหรับเรา เขารับบทบาทเป็นผู้นำทั้งในเกมที่เราครองบอลเหนือกว่า และเกมที่ต้องลงไปตั้งรับ ไม่แปลกเลยที่เขาจะได้เป็นกัปตันของเรา” มิเชล ครีก ผู้ช่วยโค้ชของยอง อาแจ็กซ์ กล่าว

“เขาเป็นนักเตะหนุ่มที่มีความทะเยอทะยานอย่างน่าทึ่ง เล่นได้สารพัดประโยชน์ แถมยังรับผิดชอบหน้าที่ได้เหนือกว่ามาตรฐานในเกือบจะทุกตำแหน่งที่ลงเล่น ซึ่งแน่นอนว่านั่นคือความได้เปรียบเป็นอย่างมาก หากคุณสามารถสร้างความเชี่ยวชาญได้ในหลากหลายตำแหน่ง”

“ยูริมีโอกาสได้ลงประเดิมสนามกับทีมชุดใหญ่ไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้ เขามีศักยภาพมากพอ ถ้าหากเขาได้รับโอกาส ผมเชื่อมั่นว่าเขาจะสามารถเล่นได้เป็นอย่างดีในตำแหน่งแบ็คขวาของทีมชุดใหญ่”

สเต็ปต่อไปของ เรเฮียร์ คือการได้ประเดิมสนามในเอเรดิวิซี่ ลีก ซึ่งที่ผ่านมาเขาเคยแต่ได้ลงในบอลถ้วย และแน่นอนว่าเป้าหมายที่ใหญ่กว่าของเขาคือการได้กลายเป็นแข้งตัวหลักของอาแจ็กซ์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า แต่อนาคตตรงนั้นก็ยังเป็นเครื่องหมายคำถามอยู่ เมื่อสัญญาฉบับปัจจุบันกำลังจะหมดลงหลังจบซีซั่นนี้

“มันไม่ใช่ปัญหาสำหรับผมเลย ผมเก็บเรื่องนี้ไว้ในใจดีกว่า” เรเฮียร์ให้สัมภาษณ์หลังมีข่าวว่าการคุยสัญญานั้นดำเนินไปได้ด้วยดี

“แน่นอน การลงเล่นให้อาแจ็กซ์ชุดใหญ่คือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผม แต่เดี๋ยวในเร็วๆนี้ก็น่าจะได้รู้กันแล้วว่าอนาคตจะเป็นยังไงต่อ”

อาแจ็กซ์เองหวังว่า เรเฮียร์ จะยังอยู่กับสโมสรเพื่อพัฒนาประสบการณ์ของตัวเองในช่วงหลายเดือนต่อจากนี้ เขามีพรสวรรค์และศักยภาพมากพอในการขึ้นมาทดแทนตำแหน่งให้กับทีมพลังหนุ่มที่น่าตื่นเต้นที่สุดของยุโรปทีมนี้ ไม่ว่าจะเป็นแบ็คขวาหรือส่วนอื่นก็ตาม…