REWIND:จำได้ไหม? กับ”ยูเวนตุส”ชุดก่อนจะก้าวเข้าสู่ยุคเรืองรอง!

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา ‘ทัพม้าลาย’ ยูเวนตุสขึ้นแท่นนั่งบนบัลลังก์มหาอำนาจแห่งวงการลูกหนังอิตาลีมาโดยตลอด ถึงขนาดที่ว่าแม้จะโดนบอร์ดปลด แต่เมาริซิโอ ซาร์รี่ ก็ยังเป็นกุนซือคนล่าสุดที่สามารถพาทีมคว้าแชมป์สคูเด็ตโต้มาประดับตู้เกียรติยศได้

ทัพหญิงชราผงาดคว้าแชมป์เซเรีย อามาแล้วมากถึง 36 สมัย หรือมากกว่าคู่แข่งที่ใกล้เคียงพวกเขามากที่สุดอย่างเอซี มิลานและอินเตอร์ มิลานถึงสองเท่า(มิลานและอินเตอร์ 18 สมัยทั้งคู่)

อันเดรีย อันเญลลี่ ประธานสโมสรยูเวนตุส ทำให้ลีกสูงสุดแดนรองเท้าบู๊ทส์จำเจไปพอสมควร หลังนำทีมซิวแชมป์สบายใจถึง 9 สมัยซ้อน แถมยังเป็นทีมที่ไร้ผู้ต่อกรในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หากนับจากคู่แข่งในประเทศ (แม้ว่าตอนนี้จะไม่เป็นแบบนั้นแล้วก็ตาม

ทีมชุดที่แพ้ฟูแล่มในศึกยูโรป้าลีกเมื่อเดือนมีนาคมปี 2010 ทำให้รู้สึกเหมือนผ่านมาเนิ่นนานจนจำไม่ได้ ลูกทีมของอัลแบร์โต้ ซัคเคโรนี่ จบอันดับที่ 7 ในซีซั่นนั้น ส่วนฤดูกาลต่อมาก็เหมือนเดจาวู พวกเขาไม่ได้แย่หรือดีไปกว่าเดิมเลยภายใต้การคุมทีมของ ลุยจิ เดล เนรี่

แต่หลังจากนั้นต่างหากที่ทุกอย่างเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ยูเวนตุสไม่ได้สัมผัสคำอื่นอีกเลยนอกจากคำว่า ‘ความยิ่งใหญ่’ ฤดูกาล 2011/2012 คือจุดเริ่มต้นความเรืองรองของทัพเบียงโคเนรี่ ภายใต้สเตเดียมใหม่และกุนซือใหม่อย่างอันโตนิโอ คอนเต้ ที่เปิดหัวด้วยการคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อามาครองอย่างน่าชื่นชม

ว่าแต่อะไรกันที่ทำให้ก่อนหน้านั้นยูเวนตุสไม่ได้ขึ้นมาสัมผัสจุดนี้ อะไรกันแน่ที่เกิดขึ้นในยุคของเดล เนรี่? ก่อนที่คอนเต้จะเข้ามาพลิกชะตาทีมก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จในเวลาอันสั้น

ลุยจิ เดล เนรี่พาทีมทำผลงานน่าผิดหวัง จบอันดับที่ 7 ในซีซั่น 2010/2011 แถมยังบ้าบอตกรอบยูโรป้า ลีกตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งหากลองไปเจาะลึกชื่อชั้นของนักเตะชุดนั้น ยังไงจีจี้ก็ไม่สามารถงัดข้ออ้างอะไรมาพูดได้เลย กับความล้มเหลวที่เขาสร้างไว้ในปีดังกล่าว

ผู้รักษาประตู : จิอันลุยจิ บุฟฟ่อน
จำนวนนัดที่ลงเล่นในปี 2010/11 : 16
สโมสรปัจจุบัน : ยูเวนตุส

นายด่านวัย 33 ปีหายหน้าหายตาไปจากเสาประตูของยุเวนตุสพักใหญ่ หลังได้รับบาดเจ็บบริเวณหลังจากศึกฟุตบอลโลกปี 2010 แต่ก็ยังสามารถอดทนฝ่าฟันสู้กับอาการบาดเจ็บจนหายกลับมาเป็นสุดยอดผู้รักษาประตูของโลกอีกครั้งจนถึงทุกวันนี้

หลังจากโบกมือลาออกไปหาประสบการณ์ใหม่กับปารีส แซงต์ แชกแมง จอมหนึบระดับชั้นตำนานหวนกลับมาตูรินอีกครั้ง และในวัย 43 ปี เขายังคงรับใช้สีเสื้อแทบขาวดำตัวนี้เหมือนในวันวาน พร้อมสร้างสถิติยากทำลายในฤดูกาลนี้ เป็นนักเตะคนแรกที่ลงสนามครบ 650 นัดบนกัลโช่ เซเรียอา อิตาลี

แบ็คขวา : มาร์โก้ ม็อตต้า
จำนวนนัดที่ลงเล่นในปี 2010/11 : 22
สโมสรปัจจุบัน : เปอร์ซิย่า จาการ์ตา

มอตต้าแย่งชิงตำแหน่งแบ็คขวาตัวจริงอย่างดุเดือดกับฟูลแบ็คดาวรุ่งอย่าง เฟรดเดริก โซเรนเซ่น และก็สามารถพิสูจน์ให้โค้ชเห็นได้ว่าตัวเองมีดีกว่าเพื่อนร่วมทีมจากแดนโคนม

แต่แน่นอนว่านักเตะที่เคยถูกเรียกติดทีมชาติเพียงแค่นัดเดียวอย่างมอตต้าย่อมไม่ได้เป็นที่จดจำเท่าไหร่ อีกทั้งนั้นยังเป็นซีซั่นเดียวที่เขาได้ลงเล่นให้ทีมอย่างสม่ำเสมอ ก่อนที่คอนเต้จะเข้ามาโยนเขากลับไปเป็นอะไหล่ภายในทีม และแล้วการถูกปล่อยยืมตัวอย่างไม่เต็มใจก็เกิดขึ้น เมื่อวัตฟอร์ดตัดสินใจดึงตัวมอตต้าไปร่วมทีมลุยศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิพเมื่อปี 2015 ตามด้วยชาร์ลตันในเวลาต่อมา เขากลายเป็นนักเตะพเนจร เดินทางไปค้าแข้งทั้งในสเปนและไซปรัส ส่วนปัจจุบันอยู่ลีกอินโดนีเซียไม่ใกล้ไม่ไกลจากบ้านเรา

เซ็นเตอร์แบ็ค : อันเดรีย บาร์ซาญี่
จำนวนนัดที่ลงเล่นในปี 2010/11 : 15
สโมสรปัจจุบัน : แขวนสตั๊ด

แม้ว่าฤดูาล 2010/11 จะเป็นฤดูกาลที่น่าผิดหวัง เต็มไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัวสำหรับยูเวนตุส ทว่ามันกลับมีแสงประกายเล็กๆโผล่ขึ้นมาท่ามกลางความมืด และนั่นก็คือการได้ตัวบาร์ซาญี่เข้ามาเป็นหัวใจในเกมรับนั่นเอง

ป้อมปราการชาวอิตาเลียนย้ายจากโวล์ฟบวร์กเข้ามาร่วมทีมในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง ก่อนจะผนึกกำลังเป็นกำแพงที่แข็งแกร่งเคียงข้างกับจอร์จิโอ คิเอลลินี่และลีโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ในยุคของคอนเต้และอัลเลกรี

สำหรับบาร์ซาญี่ หลังจากคว้าแชมป์สคูเด็ตโต้ไปเชยชมถึง 8 สมัยรวด ในที่สุดเจ้าตัวก็ตัดสินใจเลือกที่จะพักผ่อน ประกาศแขวนสตั๊ดไปเมื่อปี 2019

เซ็นเตอร์แบ็ค : ลีโอนาร์โด้ โบนุชชี
่จำนวนนัดที่ลงเล่นในปี 2010/11 : 34
สโมสรปัจจุบัน : ยูเวนตุส

โบนุชชี่เป็นอีกคนที่ย้ายเข้ามาในซีซั่นนั้นพอดี มาถึงปุ๊ปก็สามารถสร้างฐานที่แข็งแกร่งให้กับเกมรับและส่อแววเป็นส่วนสำคัญในแผงหลังระดับเวิลด์คลาสของยูเวนตุสได้เลย

ดาวเตะเจ้าของสถิติลงเล่นทีมชาติอิตาลี 95 เกม สร้างชื่อกลายเป็นอัจฉริยะในหลังบ้านของยูเว่ ทั้งในยุคของคอนเต้รวมถึงอัลเลกรีด้วย ก่อนที่จะสร้างเซอร์ไพรซ์ช็อกวงการด้วยการย้ายข้ามไปเล่นให้กับคู่ปรับร่วมลีกอย่างเอซี มิลานเมื่อปี 2017

ทว่าการจากไปของโบนุชชี่ก็ไม่ต่างจากบุฟฟ่อนที่ไปเปแอสเชสักเท่าไหร่ เมื่อในที่สุดเจ้าตัวตัดสินใจหวนกลับมาตูรินอีกครั้ง หลังออกไปวางท่าทำซ่าส์ในเมืองหลวงได้เพียงปีเดียว

ซึ่งการไปร่วมทีมกับคู่แข่งครั้งนั้นก็ไม่ได้จะไปแบบสงบแน่นอน เมื่อเขาได้รับเสียงต้อนรับอย่างดุเดือดในครั้งที่กลับมาลงเล่นต่อหน้าแฟนที่ตูริน แถมยังเคยฉลองประตูดีใจอย่างบ้าคลั่งตอนที่ทำประตูใส่ยูเวนตุสอีกต่างหาก มาถึงวันนี้เขาโชคดีเหลือเกินที่สาวกม้าลายเลือกที่จะลืมและให้อภัยเรื่องในอดีตนั้น

แบ็คซ้าย : จอร์จิโอ คิเอลลินี่
จำนวนนัดที่ลงเล่นในปี 2010/11 : 32
สโมสรปัจจุบัน : ยูเวนตุส

ไม่อยากจะเชื่อใช่ไหมล่ะ ว่ายูเวนตุสที่มีกองหลังแน่นปึ้กขนาดนี้ จะทะลึ่งไปจบอันดับ 7 ได้ยังไง? ไม่เหมือนกับบาร์ซาญี่และโบนุชชี่ที่ยังต้องพิสูจน์ตัวเอง คิเอลลินี่เหมือนผลไม้ที่สุกงอม เป็นตัวหลักให้กับทีมมาตั้งแต่ก่อนปี 2010 จะมาถึงเสียอีก แม้กระทั่งตอนที่ม้าลายถูกปรับตกชั้น คิเอลลินี่ก็ยังเป็นคนที่จงรักภักดีตามไปรับใช้สโมสรต่อในกัลโช่ เซเรีย บีด้วย

ปราการหลังจอมเก๋าออกสตาร์ทซีซั่นนั้นด้วยบทบาทที่คอมโบเป็นคู่หูข้างโบนุชชี่ ก่อนที่จะถูกขยับไปยืนแบ็คซ้ายหลังการมาของบาร์ซาญี่ ที่น่าทึ่งคือนับตั้งแต่นั้นมา 10 ปี คิเอลลินี่ ในวัย 36 ปี ก็ยังคงเป็นคีแมนย์ของทีม ลงเล่นตัวจริงเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือปลอกแขนกัปตันทีม โดยที่ไม่มีใครสามารถมาเบียดเขาจากตำแหน่งตรงนั้นได้เลยตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา

กองกลางตัวรับ : ฟิลิเป้ เมโล่
จำนวนนัดที่ลงเล่นในปี 2010/11 : 29
สโมสรปัจจุบัน : พัลไมรัส

เมโล่ไม่ได้มีความทรงจำที่ดีเอาเสียเลยในช่วงซีซั่น 2010/11 นับตั้งแต่ย้ายจากฟิออเรนติน่าเข้ามาเมื่อปี 2009 ดาวเตะบราซิลไม่เคยได้รับคำชมใดๆทั้งสิ้น แถมยังได้รับรางวัล ‘ถังขยะทองคำ’ ที่จะถูกมอบให้นักเตะที่ทำผลงานน่าผิดหวังที่สุดในรอบปีปฏิทินอีกด้วย

สำหรับแฟนเกมฟีฟ่าอาจจะจดจำกันได้ว่าครั้งหนึ่ง เจ้าตัวเคยมีการ์ดของตัวเองในอัลติเมททีมเป็นตำแหน่งผู้รักษาประตู จากการไปรับบทนายทวารจำเป็นให้กาลาตาซารายแถมยังเซฟจุดโทษให้ทีมได้อีกต่างหาก

แต่ถ้าหากมีใครสักคนในทีมที่ไม่ได้เห็นดีเห็นงามกับการเป็นเพื่อนร่วมทีมกับเมโล่ จะเป็นใครอื่นไปไม่ได้เลย นอกจากจอร์จิโอ คิเอลลินี่ ที่ครั้งหนึ่งเคยออกมาให้สัมภาษณ์พูดถึงดาวเตะแซมบ้าว่า“เขาเปรียบเสมือนแอปเปิ้ลเน่า ฟิลิเป้ เมโล่เป็นคนที่แย่ถึงแย่ที่สุด เราต้องเสี่ยงมีเรื่องในสนามไม่รู้เท่าไหร่เพราะเขา”

ซึ่งเมื่อได้ฟังแล้วก็ไม่ได้ทำให้เจ้าตัวอยู่เฉย ออกมาตอบกลับปราการหลังชาวอิตาลีอย่างดุเดือดว่า” มาถึงตรงนี้ ผมไม่มีความเคารพใดๆให้เขา จะไม่มีอีกแล้ว เขาพูดว่าบาโลเตลลี่ควรจะโดนตบหน้าและก็ว่าผมว่าเป็นคนที่นิสัยแย่ ที่ชอบเอาตัวเองเข้าไปมีเรื่องตลอดเวลา แต่ก็นะ บางทีเขาอาจจะตัวแต่ขี้ขลาด เยี่ยวรดกางเกงตัวเองอยู่ก็ได้”

กองกลาง : อัลแบร์โต้ อาควิลานี่
จำนวนนัดที่ลงเล่นในปี 2010/11 : 33
สโมสรปัจจุบัน : แขวนสตั๊ด

ถูกดึงตัวเข้าไปแทนชาบี อลอนโซ่ที่ลิเวอร์พูล อาควิลานี่กลายเป็นความล้มเหลวที่แอนฟิลด์ แม้กระทั่งตอนที่รอย ฮอดสัน เข้ามารับตำแหน่งกุนซือแทนเบนิเตซเมื่อปี 2010 เขาก็ยังไม่ถูกชะตากับกองกลางรายนี้อยู่ดี แต่ก็เข้าใจได้ เพราะครั้งหนึ่งตอนทำงานในซาน ซิโร่ ฮอดสันก็เคยไม่ถูกชะตากับโรแบร์โต้ คาร์ลอสที่อินเตอร์ มิลานมาแลว เคสนี้จึงอาจไม่แปลกมากนัก

ดาวเตะแดนมะกะโรนีเดินทางกลับมาเยี่ยวยาจิตใจในแผ่นดินบ้านเกิดด้วยการย้ายซบยูเวนตุสด้วยสัญญายืมตัว แม้ว่าจะลงเล่นถึง 33 เกมให้กับม้าลายในปีนั้น แต่คอนเต้กลับส่ายหัวเมื่อถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจเรื่องเซ็นสัญญาถาวร

ซึ่งนั่นก็เป็นความคิดที่ถูกต้องแล้ว เพราะในยุคที่คอนเต้ดูแล พวกเขามีกองกลางที่ชื่อชั้นเวิลด์ คลาสอยู่แน่นทีมไม่ว่าจะเป็นพอล ป๊อกบา,อันเดรีย ปีร์โล่,อาร์ตูโร่ วิดัล และเคลาดิโอ มาร์คิซิโอ

กองกลาง : เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ
จำนวนนัดที่ลงเล่นในปี 2010/11 : 32
สโมสรปัจจุบัน : แขวนสตั๊ด

อีกหนึ่งแสงสว่างที่เฉิดฉายภายในทีม มาร์คิซิโอ ลูกหม้อจากศูนย์ฝึกเยาวชนของยูเวนตุส มีสไตล์การเล่นที่นิ่ง ไหลลื่นและดูง่ายดาย เหมือนลงไปเต้นระบำอยู่บนฟลอร์ ไม่ต่างอะไรจากแข้งสำคัญคนอื่นๆ มาร์คิซิโอรับบทเป็นคีแมนย์แห่งความสำเร็จของยูเวนตุสนับแต่เข้าก้าวเช้าช่วงปี 2010 จะมีก็แต่ฤดูกาล 2010/11 นั้นแหละที่เจ้าตัวต้องเล่นเคียงข้างเจ้าของรางวัลถังขยะทองคำและส่วนเกินของหงส์แดง ซึ่งไม่ว่าจะเต็มที่จะแบกหลังหักแค่ไหน แม้แต่เจ้าชายแห่งตูรินก็ไม่รอด

มาร์คิซิโอจัดว่าเป็นกองกลางที่ครบเครื่องเลยทีเดียว น่าเสียดายที่อาการบาดเจ็บทำให้เขาต้องเลิกเล่นไปเร็ว ทั้งๆที่น่าจะเล่นได้มากกว่านั้นอีก 4-5 ปีด้วยซ้ำ

ปีกขวา : ซิเมโอเน่ เปเป้
จำนวนนัดที่ลงเล่นในปี 2010/11 : 30
สโมสรปัจจุบัน : แขวนสตั๊ด

เปเป้ ถือว่าผ่านเกณฑ์การประเมินนักเตะคอนเต้ไปอย่างฉิวเฉียด ในที่สุดเขาก็ได้ไปต่อ พร้อมกับกลายเป็นความอันตรายทางฝั่งขวา ประสานงานกับแบ็คอย่างสเตฟาน ลิทส์สไตเนอร์ในช่วงปีแห่งการโหยหายุคทองเมื่อปี 2011/12 ก่อนต่อมาจะถูกดองจนลืมในที่สุด

แต่ก่อนที่จะมาเป็นลูกทีมของคอนเต้ ซีซั่นก่อนหน้า ในปีแรกที่สวมเสื้อยูเว่ เปเป้ถือว่าเป็นแข้งที่หวือหวาแพรวพราวเลยทีเดียว ปั่นป่วนริมเส้นด้วยเทคนิคที่คล่องแคล่ว จะได้รับฉายาจากสาวกหญิงชราว่า “เปเป้เจ้าแห่งความเร็ว”

ปีกซ้าย :ฟาบิโอ กวายาเรลล่า
จำนวนนัดที่ลงเล่นในปี 2010/11 : 17
สโมสรปัจจุบัน : ซามพ์โดเรีย

แม้ว่าอายุอานามจะปาเข้าไป 38 กระรัตแล้ว แต่กวายาเรลล่า ก็ยังคงเล่นฟุตบอลเหมือนเมื่อ 10 ปีที่แล้วไม่มีเปลี่ยน เมื่อปี 2018/2019 ดาวยิงจอมเก๋าผงาดคว้ารางวัลดาวซัลโวประจำศึกกัลโช่ เซเรีย อา แถมยังเทียบสถิติการยิงประตู 11 นัดต่อต่อกันในลีกของกาเบรียล ปาติสตูต้า ซึ่งเป็นสถิติที่ดีที่สุดตลอดกาลของลีกอิตาลีอีกต่างหาก

กองหน้า : อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่
จำนวนนัดที่ลงเล่นในปี 2010/11 : 33
สโมสรปัจจุบัน : แขวนสตั๊ด

ชื่อนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าแทบจะเป็นไอค่อนของยูเวนตุสเลยก็ว่าได้ เดล ปิเอโร่ คือนักเตะคนนั้นแหละ คนที่พร้อมจะเสพทั้งทุกข์สุขฉีกยิ้มตะลุยความลำบากไปกับสโมสร ซึ่งก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ไม่มีอะไรเว่อร์อวยเกินจริง

ยูเวนตุสถูกสั่งปรับตกชั้นเมื่อปี 2006 และเป็นดาวยิงเวิลด์ คลาส คนนี้ที่ตอนนั้นกำลังพีค ตัดสินใจไม่ทิ้งสโมสร รวมหัวจมท้ายช่วยสโมสรกลับขึ้นมาลีกสูงสุด จนคืนตำแหน่งหัวเรือของวงการฟุตบอลอิตาลีได้อย่างน่ายกย่อง

กองหน้าหมายเลข 10 สุดหล่อรายนี้ได้รับการยอมรับเรื่องความจงรักภักดีที่มีต่อยูเวนตุสในช่วงที่ทีมกำลังอยู่ในสถานกาณ์ตกต่ำ แต่แม้กระทั่งตำนานของสโมสรก็ยังไม่สามารถช่วยทีมให้รอดพ้นจากชะตากรรมอันน่าผิดหวังเมื่อปี 2010/11 ได้ เดล ปิเอโร่อยู่ลงเล่นที่ตูรินอีก 1 ปี พร้อมกับลิ้มรสความสำเร็จอันหอมหวานเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนออกเดินทางไปเรียกเรทติ้งที่ออสเตรเลีย