ไปอื่นดีกว่า ! คัด 5 ดาวรุ่งควรเผ่นหนีต้นสังกัดก่อนโลกลืม !

แน่นอนว่าทุกครั้งที่มีนักเตะดาวรุ่งดวงใหม่โผล่ขึ้นมาจากอะคาเดมี่ พวกเขาย่อมเป็นความตื่นเต้นสำหรับแฟนบอล ไม่แพ้การได้นักเตะใหม่มาร่วมทีมเลยทีเดียว

เรื่องฝีไม้ลายมือ จริงอยู่ที่ต้องใช้เวลาอีกสักระยะในการพิสูจน์ แต่หากเป็นด้านของความรักที่นักเตะเหล่านี้มีให้สโมสร พวกเขาย่อมไร้ข้อกังขา แถมยังเข้าอกเข้าใจสไตล์การเล่นและทิศทางของสโมสรเป็นอย่างดีอีกต่างหาก

แต่ถึงแม้บรรดานักเตะลูกหม้อของสโมสรจะมีคุณสมบัติเหล่านั้นเป็นข้อได้เปรียบ แต่ในโลกที่อะไรก็ไม่แน่นอน บ่อยครั้งสิ่งแวดล้อมมันกลับไม่ได้เป็นไปตามอย่างที่พวกเขาหวัง

บางคนถึงไม่ได้รับโอกาสลงเล่น แต่ก็ยังฝืนอยู่กับสโมสร (โดยเฉพาะทีมใหญ่) ด้วยความหวังลึกๆว่าวันของพวกเขาจะต้องมาถึงในสักวัน ซึ่งนั่นอาจเป็นการเผาความฝันของตัวเองไปแบบไม่รู้ตัวก็มีให้เห็นมาแล้วนับไม่ถ้วน การตัดสินใจในลักษณะนี้ หลายคนอาจจะมองว่าเด็ดเดี่ยว ต้องแบบนี้สิถึงมีเลือดสโมสรอยู่ใน DNA แต่หารู้ไม่ว่ามันมีโอกาสไปขัดขวางและยับยั้งพัฒนาการในช่วงต้นอาชีพค้าแข้งของดาวรุ่งเหล่านั้นก็เป็นได้

นักเตะวัยละอ่อนเหล่านี้ ต้องการเวลาลงเล่นให้มากที่สุดเท่าที่จะมีได้ เพื่อขับเอาพลังและความสามารถที่แท้จริงออกมาใช้และช่วยทีมในสนาม วันนี้เราจะพามาดูนักเตะดาวรุ่งที่อาจจะต้องฝืนใจยอมออกจากคอมฟอร์ทโซน เพื่อทะยานสู่ก้าวต่อไปบนเส้นทางลูกหนังอาชีพ

#5 รีสส์ เนลสัน

รีส เนลสัน เดินเข้าออกประตูรั้วเอมิเรตส์ สเตเดียมตั้งแต่ปี 2007 ก่อนที่ปีกสัญชาติอังกฤษจะได้เดบิวต์กับ อาร์เซน่อล อย่างเป็นทางการเมื่อปี 2017 วันนั้น เนลสัน ถือว่าเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก แต่ผ่านไปแล้ว 5 ปี ชื่อของเขากลับยังไม่ใกล้เคียงการตอกตะปูยึดตำแหน่งตัวจริงเลย

เนลสัน หมดเวลาไปเยอะกับการถูกปล่อยยืม ไม่ก็ลงเล่นในทีมชุดสำรอง ซึ่งไม่ว่าจะย้ายไปเล่นที่ไหน แข้งวัย 22 กะรัตรายนี้จะทำผลงานดี ประทับใจต้นสังกัดอยู่เสมอ แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอสำหรับ มิเกล อาร์เตต้า หรือแม้แต่ อูไน เอเมรี่ กุนซือคนก่อนหน้า ที่เชื่อใจให้ เนลสัน ได้ลงเป็นตัวจริงประจำ

เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เจ้าตัวสามารถซัดไป 4 ประตู กับอีก 7 แอสซิสต์ ในช่วงส่งยืมตัวเล่นกับ เฟเยนูร์ด รวมถึงมีส่วนช่วยพาทีมสร้างเซอร์ไพรส์ทะลุเข้าชิงชนะเลิศศึก ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก แม้จะแพ้ต่อ โรม่า ที่มีเพื่อนร่วมทีมปืนใหญ่อย่าง เอนสลี่ย์ เมทแลนด์-ไนลส์ อยู่ก็ตาม

อาร์เซน่อล ซัมเมอร์นี้กำลังไล่เสริมผู้เล่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ส่วนดาวรุ่งที่โตมาจาก เฮล เอนด์ ด้วยกันอย่าง เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์, บูกาโย้ ซาก้า หรือ เอมิล สมิธ โรว์ ก็มาแรงแบเบอร์เป็นส่วนสำคัญของทีมไปแล้ว เชื่อว่ากับวันนี้ ในวัยที่เหมาะสม อาจจะถึงเวลาของ รีส เนลสัน แล้วที่จะออกไปเสี่ยงดวงนอกลอนดอนเหนือบ้าง

#4 อันโตนิโอ บลังโก้

ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ซีซั่นที่ผ่านมา เจ้าหนู อันโตนิโอ บลังโก้ จากทัพราชันชุดขาว ถูกหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าจะเป็นผู้สืบทอดของ คาเซมิโร่ ในระยะยาว มิดฟิลด์อนาคตไกลรายนี้ทำผลงานได้ยิ่งกว่าน่าพอใจกับทีมชุด B ของเรอัล มาดริด และแน่นอนว่ากับทีมชาติสเปนชุดเยาวชนเขาก็คือตัวคีย์แมนคนสำคัญมาตลอด

บลังโก้ ถูกเรียกขึ้นมาใช้งานในทีมชุดใหญ่ในช่วงท้ายซีซั่น 2020/21 และก็ทำผลงานได้ไม่ขี้เหร่เลย แต่เหมือนว่าเขาจะยังไม่ใช่คำตอบที่ มาดริด ต้องการ เมื่อสโมสรดังจากเมืองหลวงไปทุ่มเงินซื้อตัว ออเรเลียง ชูอาเมนี่ และ เอดูอาร์โด คามาวิงก้า มาเสริมทัพ ซึ่งทั้งสองคนเป็นนักเตะพรสวรรค์ที่สามารถฉายเดี่ยวก็ได้หรือจะประสานงานร่วมกันในตำแหน่งตัวต่ำก็ดูจะลงตัวไม่แพ้กัน

ในขณะที่ คาเซมิโร่ เองก็กำลังฟิตปึ๋งปั๋ง ยิ่งเล่นยิ่งดี อายุอานามก็เพิ่งจะ 30 ถ้วน ถือว่ายังใช้งานได้อีกหลายปี และคงเป็นเรื่องยากสำหรับ บลังโก้ ที่จะเบียดขึ้นมาแทนที่ในเร็วๆนี้

แข้งวัย 21 ปีมีชั้นเชิงสูงในทักษะการคอนโทรลบอล แถมยังมีวิสัยทัศน์ในการจ่ายบอลที่กว้างไกลและเฉียบขาด นักเตะที่มีทั้งเทคนิคแพรวพราวและเก่งกาจแบบนี้ มีหรือจะรอดพ้นสายตาสโมสรต่างๆในแดนกระทิง บางทีการออกไปจาก เบอร์นาเบว อาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับตัวเขาในตอนนี้

#3 เลียม ดีแลป

เลียม ดีแลป ถูกมั่นหมายให้ขึ้นมาสานเจตนารมณ์ต่อจากตำนานสโมสรอย่าง เซร์คิโอ กุน อเกวโร่ และนั่นคือความคาดหวังที่เกิดขึ้น ก่อนทัพเรือใบสีฟ้าจะรูดบัตรซื้อสองกองหน้าดาวรุ่งชั้นนำของโลกอย่าง ยูเลี่ยน อัลบาเรซ และ เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ มาเสริมความเฉียบขาดในแผงแนวรุก และนั่นหมายความว่า ดีแลป ในวัย 19 ปีมีโอกาสสูงที่จะถูกมองข้ามอีกครั้ง

หากแวะไปเจาะลึกสถิติของเขาในหลายๆซีซั่นที่ผ่านมา มันบ่งบอกชัดเจนว่า ดีแลป ดีเกินไปกว่าจะลงเล่นในลีกสำรอง เขายิงไป 32 ประตูกับอีก 7 แอสซิสต์ ใน 30 นัดที่ลงสนามช่วยทีมเรือใบในพรีเมียร์ลีก 2

อย่ามาเสียเวลาอยู่ตรงนี้เลย ถึงเวลาออกตามหาสโมสรในแชมเปี้ยนชิพ หรือ ไม่ก็ทีมกลางตารางในพรีเมียร์ลีก เพื่อเฉิดฉายแล้ว

#2 ริกิ ปูอิก

ริกิ ปูอิก ควรจะได้เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของอะคาเดมี่ ลามาเซีย ต่อจาก เซร์จี้ โรแบร์โต้ แต่พอเอาเข้าจริง มันกลับไม่ใช่แบบนั้น ปูอิก ไม่ได้รับความไว้วางใจจาก โรนัลด์ คูมัน เช่นเดียวกันกับ ชาบี เอร์นานเดซ ที่เข้ามารับงานต่อ ก็ไม่ได้ดูจะชอบพอหรือปลื้มอกปลื้มใจกับมิดฟิลด์รายนี้เท่าไหร่นัก

สองซีซั่นที่ผ่านมา แทนที่มันจะเป็นปีทองเขา ได้ขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่ยึดตัวหลักเต็มตัว กลับกลายเป็นว่า ปูอิก แทบจะไม่ได้โชว์ของหรือแม้แต่ลงเล่นเลย พัฒนาการของเขาหยุดชะงักไปดื้อๆ และมันชัดเจนเสียยิ่งกว่าอะไรว่าอนาคตของห้องเครื่องชาวสเปนช่างน่าเป็นห่วง

ดาวเตะวัย 22 ปีรายนี้ เป็นนักฟุตบอลที่มีพรสวรรค์และความสามารถสูงไม่เบา แต่ทั้งนี้ก็ต้องได้รับการพัฒนาที่ถูกทางเหมือนกับคนอื่นๆ แต่คงยากหน่อยถ้าคาดหวังสิ่งนั้นที่บาร์ซ่า วันนี้ ปูอิก ตกเป็นตัวเลือกท้ายๆในทัพต่างดาว ไล่หลัง เปดรี้ , กาบี้ และ นิโค กอนซาเลซ

จริงอยู่ที่ ปูอิก อาจจะมีใจรักสโมสรบาร์เซโลน่า แบบเข้าเส้น แต่หากต้องการพัฒนาฝีเท้าตัวเองไปมากกว่านี้ ก็พิจารณาย้ายไปเล่นกับสโมสรใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องพะวงหน้าพะวงหลัง

1# คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย

ด้วยความที่ชื่อของ คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย นั้นขึ้นมาให้ได้ยินกันพักใหญ่แล้ว แต่หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเขาเพิ่งจะอายุ 21 ปีเท่านั้น อดีตแข้งทีมชาติอังกฤษคือนักเตะที่ฝีเท้าจัดอยู่ในระดับจัดจ้าน แต่แทบจะไม่ได้รับโอกาสลงเล่นเลย

เขาขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของทีมเชลซีชุดใหญ่ ถึงวันนี้ก็เกือบ 5 ปีแล้ว แต่ยังไม่สามารถยึดตัวจริงอย่างสม่ำเสมอ และนั่นเป็นผลพวงมาจากการที่ เชลซี นั้นใช้จ่ายเงินเสริมทัพหมดไปกับแข้งแนวรุกแทบจะทุกซัมเมอร์ โดยที่ไม่แม้แต่จะมองว่าจริงๆแล้ว โอดอย ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าบรรดาแข้งใหม่เท่าไหร่เลย

แม้กระทั่งในตลาดซื้อขายรอบนี้ เชลซีก็ยังจัดสรรงบเพื่อคว้าตัว ราฮีม สเตอร์ลิ่ง มาร่วมทีม ตรงนี้เราสามารถเดาล่วงหน้าได้เลยว่า ทูเคิ่ล ไม่ได้เล็งเห็นถึงความสามารถของเขาเลย

ที่ผ่านมา ฮัดสัน-โอดอย เหมือนถูกสตาฟการพัฒนาเอาไว้ เพื่อนร่วมชาติในรุ่นราวคราวเดียวกันอย่าง จาดอน ซานโช่ , ฟิล โฟเด้น และ เอมิล สมิธ โรว์ เหมือนจะนำหน้าเขาไปหลายก้าว ในขณะที่เขายังรอสักปีที่จะได้ฉายแสงให้เห็นจะๆอยู่เลย

น่าเสียดายสำหรับเขา แต่ดูเหมือนว่าวันเวลาที่จะได้แจ้งเกิดเป็นซูเปอร์สตาร์ในสแตมฟอร์ด บริดจ์ นั้นมีโอกาสจะมาถึงริบหรี่เหลือเกิน