5 แข้งเวิลด์คลาสที่ “บาร์เซโลน่า” เกือบชวนมาร่วมก๊วนสำเร็จ

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

บาร์เซโลน่า สโมสรที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก แม้ว่าชื่อชั้นและดีกรีของพวกเขาจะสูงส่งแค่ไหน แต่พวกเขาก็ยังพลาดโอกาสคว้าตัวแข้งฝีเท้าดีมาร่วมทีม

5. แวงซองต์ กอมปานี

Barcelona tried to sign Vicent Kompany on many occasions.

เริ่มกันด้วยกองหลังอย่าง แวงซองต์ กอมปานี หนึ่งในผู้เล่นสุดแกร่งที่เกือบย้ายมาร่วมงานกับ บาร์เซโลน่า โดยสโมสรจาก ลา ลีกา จับตามองเขาตั้งแต่ปี 2006 ในสมัยที่ยังร่วมงานกับ ฮัมบรูก ที่ประเทศเยอรมนี

อย่างไรก็ตามในการเจรจาครั้งแรกในปี 2006 ทางอดีตต้นสังกัดไม่ยอมปล่อยแข้งรายนี้ไปง่ายๆ แต่ทางทัพต่างดาวก็ไม่ได้ลดละความตั้งใจ พวกเขายื่นข้อเสนอไปอีกครั้งในปี 2008 ซึ่งผลปรากฏว่า แวงซองต์ กอมปานี เลือกย้ายไปร่วมงานกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แทน

“ผมเกือบจะเซ็นสัญญากับ บาร์เซโลน่า อยู่สองสามครั้ง แต่อย่างไรก็ตามผมก็ไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้เท่าไหร่” กอมปานี เผยกับสื่อเมื่อปี 2014

4. ฆวน มาต้า

The midfielder would've been a perfect fit in the Blaugrana's system.

ต่อกันด้วย ฆวน มาต้า ผู้เล่นที่ทำผลงานจนถูกยกให้เป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ที่ดีคนหนึ่งในยุโรป ทั้งมุมมองในการเล่น การหาจังหวะจ่ายบอล รวมไปถึงทักษะส่วนตัว ด้วยองค์ประกอบเหล่านี้ทำให้ไปเข้าตาของสโมสรอย่าง บาร์เซโลน่า

หลังจากโดนฝีเท้าและลีลาของมิดฟิลด์รายนี้สะกดในสมัยที่อยู่กับ บาเลนเซีย บาร์เซโลน่า ก็พยายามดึง ฆวน มาต้า มาร่วมทีมอยู่หลายครั้งหลายครา แม้ว่าเกือบจะได้เขามาร่วมทีมในถิ่นคัมป์ นู แล้ว แต่ท้ายที่สุดเขากลับลงเอยกับ เชลซี เมื่อปี 2011

บาร์เซโลน่า ยังไม่ยอมแพ้ พวกเขาพยายามยื่นข้อเสนอต่อสิงห์บลูส์เพื่อคว้าตัว มาต้า มาร่วมทีม แต่ก็เหมือนเดิมเขากลับตอบรับขอเสนอของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 2014 และนับตั้งแต่นั้นมาเขาก็ลงสนามให้ทีมปีศาจแดงไปแล้ว 274 นัด ทำไป 51 ประตูกับ 47 แอสซิส ในทุกรายการ

3. เมซุต โอซิล

The midfielder ended up joining Barcelona's arch-rivals Real Madrid.

อีกหนึ่งผู้เล่นที่น่าจะตรงจริตแนวทางการเล่นของ บาร์เซโลน่า มากที่สุด นั่นก็คือ เมซุต โอซิล มิดฟิลด์เลือดเบียร์ที่เกือบจะย้ายมาร่วมงานในถิ่น คัมป์ นู ในปี 2010 ซึ่งมีรายงานมาแล้วว่าทัพต่างดาวได้บรรลุข้อตกลงกับ แวร์เดอร์เบรเมน ด้วยมูลค่า 7 ล้านปอนด์

อย่างไรก็ตามแม้จะมีรายงานยืนยันดังที่กล่าวข้างต้น แต่ในช่วงท้ายของการเจรจา บาร์เซโลน่า นั้นไม่สามารถโน้มน้าวประธานสโมสร เบรเมน ได้ และอดีตต้นสังกัดของมิดฟิลด์ตาปรือยังทำแสบด้วยการตอบรับข้อเสนอของสโมสรคู่อริอย่าง เรอัล มาดริด ในวันที่ 17 สิงหาคม ปี 2010

ดูเหมือนว่าการตัดสินใจเมื่อปี 2010 นั้นจะเป็นการตัดสินใจที่ดีเพราะหลังจากร่วมงานกับ เรอัล มาดริด เขาก็คว้าแชมป์มาแล้วมากมายทั้ง ลา ลีกา โคปา เดล เรย์ รวมไปถึงรายการอื่นๆ โดยตลอด 159 นัดที่ลงสนามให้กับทีมราชันชุดขาวเขาทำไป 27 ประตูกับอีก 80 แอสซิส

2.เดวิด เบ็คแฮม

Beckham turned down the chance to switch to Camp Nou.

มาถึงคิวของซูเปอร์สตาร์ประจำวงการลูกหนังอย่าง เดวิด เบ็คแฮม ที่ใครเล่นคนก็ทราบกันดีอยู่แล้วเกี่ยวกับเส้นทางการค้าแข้งของผู้เล่นรายนี้

เดวิด เบ็คแฮม ทำผลงานร่วมกับ เรอัล มาดริด ได้อย่างดี ตลอดปี 2003-2007 เขาทำไป 20 ประตู 51 แอสซิสตลอดการลงสนาม 159 นัด แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่าในปี 2003 ปีเดียวกับที่เขาตัดสินใจแยกทางกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บาร์เซโลน่า ได้กลายเป็นอีกหนึ่งสโมสรที่พยายามคว้าตัวแข้งรายนี้ไปร่วมทีม แต่บทสรุปของดีลนี้กลายเป็นทีมราชันชุดขาวที่ได้ตัวเขาไปร่วมงานแทน

Image

อย่างไรก็ตามหลังจากผิดหวังกับดีลสตาร์ดังหน้าหล่อ ทัพต่างดาวก็เดินหน้าเต็มกำลังเพื่อคว้าตัว โรนัลดินโญ่ ก่อนที่แข้งแซมบ้ารายนี้จะเข้ามาแก้สถานการณ์และพาสโมสรคว้าความสำเร็จอีกมากมายในภายหลัง

1. คริสเตียโน่ โรนัลโด้

Barcelona were offered the chance to sign Cristiano Ronaldo for just €17 million.

ปิดท้ายกันด้วยซูเปอร์สตาร์อีกราย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และหลายคนคงอาจยังไม่รู้ว่าก่อนที่เขาจะย้ายมาร่วมงานกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บาร์เซโลน่า เกือบจะเป็นฝ่ายโฉบคว้าตัวแข้งรายนี้ไปร่วมงานแทน

ย้อนไปในปี 2003 บาร์เซโลน่าได้รับข้อเสนอในการดึงตัว โรนัลโด้ ในวัยละอ่อนมาร่วมทีมขณะที่พวกเขากำลังเจรจาคว้าตัวแข้งอีกรายอย่าง เดโก้ มาร่วมทีม โดยทาง โจน ลาปอร์ต้า ได้ออกมาเผยเกี่ยวกับดีลดังกล่าวในภายหลังว่า

“โรนัลโด้ อยู่กับ สปอร์ติง ในขณะนั้น ซึ่งก่อนจะย้ายไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เราได้คุยกับเอเยนต์ของเขาเรื่องซื้อตัว เดโก้”
“เราบอกเขาไปว่าเราไม่สามารถใช้เงินได้เยอะในขณะนั้น เขาเสนอเด็กที่น่าสนใจมาอย่าง โรนัลโด้ เราเสนอเขาไป 17 ล้านยูโร แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด ปิดดีลไปด้วยราคา 19 ล้านยูโร”