5 แข้งพรีเมียร์ลีก ไม่คู่ควรฟันค่าเหนื่อยสูงสุดสโมสร พร้อมเหตุผลว่าทำไม!

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

เมื่อลา ลีก้าสเปน ไม่มีทั้งคริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ลีโอเนล เมสซี่ ที่เป็นเหมือนตัวชูโรงให้กับลีกแล้ว แน่นอนว่าพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ย่อมรั้งเบอร์ 1 สำหรับลีกฟุตบอลอาชีพที่ได้รับความนิยมสูงสุดของโลก

การแข่งขันมีแต่จะสูงขึ้นทุกปี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องในและนอกสนาม ผลการแข่งขัน รายละเอียดในเกมหรือแม้แต่เงินลงทุนต่างๆ กำไรก็ตกมาอยู่ที่คนดูที่จะได้ชมเกมสนุกๆ การแข่งขันที่ลุ้นระทึกขับเคี่ยวกันอย่างสูสี

หลายทีมเริ่มทุ่มเงินอย่างมหาศาลเพื่อสร้างความได้เปรียบในแข่งขันชิงชัยกับคู่แข่ง ทั้งในแง่ของอะคาเดมี่เยาวชน การเสริมทัพผู้เล่นใหม่ หรือการโชว์ใจปล้ำยื้อนักเตะเดิมไว้ด้วยค่าเหนื่อยมหาศาล

แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนหรอกที่ฟอร์มการเล่นหรือผลงานที่ออกมาจะคุ้มค่าแก่เม็ดเงินที่ลงทุนไป มีอีกหลายคนที่ไม่ได้คู่ควรกับค่าเหนื่อยก้อนโตที่ได้รับในแต่ละสัปดาห์ ไม่ว่าจะเหตุผลด้วยเรื่องของประสิทธิภาพในสนาม การทุ่มเท ความเป็นมืออาชีพ หรือแม้แต่การวางตัวเองในฐานะนักเตะที่แฟนบอลศรัทธา

ยกตัวอย่างเช่น ฮาเมส โรดริเกวซ ที่เพิ่งย้ายจากเอฟเวอร์ตัน ไปอยู่กับ อัลเรย์ยาน ในลีกกาตาร์ เขาไม่ได้คู่ควรกับการเป็นนักเตะที่มีค่าเหนื่อยแพงที่สุดของสโมสร และน่าสนใจคือมันไม่ได้มีแค่เขาคนเดียวเท่านั้นในลีกสูงสุดของอังกฤษที่อยู่ในสถานะนี้ ไม่ว่าจะเหตุผลใดก็ตาม และนี่คือ 5 นักเตะพรีเมียร์ลีกที่ไม่คู่ควรแก่การเป็นเบอร์ 1 ของสโมสรในแง่ของรายรับเข้ากระเป๋า

ฮาเมส โรดริเกวซ – เอฟเวอร์ตัน

การย้ายหนีไปลีกกาตาร์อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ต้องรู้สึกผิดอะไรสำหรับเขา แต่การมีชื่อเป็นนักเตะที่ครองค่าเหนื่อยสูงสุดในทีมอาจเป็นเรื่องที่เจ้าตัวก็แอบละอายใจ ฮาเมส ย้ายจากเรอัล มาดริด มาอยู่กับเอฟเวอร์ตัน พร้อมความตื่นเต้นในหมู่สาวกทอฟฟี่ว่านี่จะเป็นการยกระดับทีมครั้งใหญ่ การมีคาร์โล อันเชล็อตติ เป็นกุนซือจะช่วยดึงดูดนักเตะระดับท็อปแบบนี้เข้ามาสู่ทีมได้อีกมากมาย และไม่แน่วันนึง สโมสรแห่งนี้อาจจะมีโอกาสขึ้นไปลุ้นแชมป์ลีกกับเขาก็เป็นได้ เส้นทางมันถูกปูแล้วเหลือแต่สานต่อ

ทว่าหลังจากการย้ายกลับไปเรอัล มาดริด หนที่สอง ของคาร์โล อันเชล็อตติ เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน ฮาเมสก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นอะไหล่ราคาแพงในทีม จากแนวทางการเล่นของสโมสรแห่งเมอร์ซี่ไซด์ที่เน้นการขยับตัว ขยันวิ่งเติมเกม และเน้นการจัดวางแนวรับที่เป็นระเบียบมีวินัย อีกทั้งยังมีเรื่องการมาของกุนซือใหม่ ราฟาเอล เบนิเตซ ที่ไม่ได้กระตือรือร้นอยากจะใช้งานเขาเท่าไหร่

ฮาเมส ไม่ได้เพียงแต่มีอายุอานามแตะเลข 3 แต่เขายังเป็นเจ้าของค่าเหนื่อย 200,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์หรือรับมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรนับตั้งแต่ก่อตั้ง แต่ที่สิ่งที่เขาพกติดตัวมาด้วยคืออาการบาดเจ็บเรื้อรังที่ไม่หายขาด พร้อมกำเริบตลอดเวลา และเป็นนักเตะที่วิ่งน้อยที่สุดในบรรดาตัวรุกทุกคนของเอฟเวอร์ตัน …สำหรับคนที่ไม่ได้เห็นด้วยในตอนแรก หวังว่าจะเริ่มเห็นภาพมากขึ้น

ถ้าคิดว่าการวิ่งน้อยไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่ เพลเมกเกอร์ก็ต้องเล่นแบบนี้แหละ งั้นมาลองดูสิ่งที่บ่งบอกว่าเขาหมดใจกับเอฟเวอร์ตันกันก่อน ระหว่างที่ดาวเตะโคลอมเบีย ไม่ได้ลงเล่นให้เอฟเวอร์ตันเลยแม้แต่นัดเดียวในซีซั่นนี้ เขาก็ใช้เวลาอยู่บ้านกินค่าเหนื่อยสูงสุดนี้อย่างสบายใจ เล่นเกม Call of duty สตรีมเกมพูดคุยกับแฟนๆในโลกออนไลน์ พร้อมประกาศว่าตัวเองโสดหลังเลิกรากับแฟนคนล่าสุดที่มีชื่อว่า แชนนอน เดอ ลิม่า

นอกจากนี้ก็ยังปรากฏภาพของเขาที่กำลังปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ล่องเรือยอร์ชเที่ยวอยู่ที่ทะเลอิบิซ่า ในช่วงปฏิทินฟีฟ่าเดย์ นั่งพ่นควันบุหรี่ไฟฟ้า ทำเอาแฟนบอลทอฟฟี่เมน ไม่พอใจอย่างยิ่ง เพราะดูเขาจะไม่ได้สนใจกับโอกาสที่จะคัมแบ็คสู่สนามสักเท่าไหร่

การลงเอยในลีกกาตาร์ของเขา คือทางออกเดียวที่เหลืออยู่ในการเก็บข้าวของออกจากสโมสรทอฟฟี่ เนื่องจากตลาดเอเชียยังเปิดอยู่จนถึงสิ้นเดือนนี้ และสำหรับนักเตะที่ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าสัปดาห์นี้ต้นสังกัดมีโปรแกรมลงเตะกับใคร(เจ้าตัวยอมรับเองผ่านไลฟ์สด) ก็ไม่ควรได้รับค่าเหนื่อยสูงสุดจากสโมสรจริงไหม?

ดีลย้ายไปอัล เรย์ยานของอดีตดาวซัลโวฟุตบอลโลก ช่วยให้ทีมระดับเอฟเวอร์ตันสามารถลดภาระค่าเหนื่อยไปได้มาก และยังส่งผลให้เพื่อนร่วมชาติอย่างเยอร์รี่ มิน่า ขึ้นแท่นแข้งที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงสุดประจำถิ่นกูดิสัน พาร์ค ต่อทันทีที่ 125,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค – ลิเวอร์พูล

งานนี้ต้องขอร้องให้สาวกช่วยใจเย็นลงก่อน อย่าเพิ่งฉุนเฉียวด่ากัน เข้าใจว่าชื่อของเวอร์จิล ฟาน ไดจ์คย่อมไม่ควรมีข้อครหา แต่อาจจะไม่ใช่กับประเด็นนี้ที่เรากำลังพูดถึง ดาวเตะชาวดัตช์คือแข้งที่มีความสามารถในเชิงฟุตบอลที่สูงมาก ค่าเหนื่อย 220,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ก็ถือว่ายังน้อยอยู่ดี หากเทียบกับบรรดาดาวเตะซูเปอร์สตาร์ ที่ทีมอื่นยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อตอบแทนความสามารถและพรสวรรค์ที่ยากหาใครมาทดแทน

การขาด ฟาน ไดจ์ค ยืนคุมแผงหลังส่งผลกระทบด้านลบต่อทีมแบบ ไม่น่าเชื่ออย่างอย่างที่เราเห็นแล้วเมื่อซีซั่นก่อน หรือในเกมกับมิลานที่แอนฟิลด์เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มันบ่งชี้ได้ชัดเจนเลยว่า ฟาน ไดจ์ค มีความสำคัญต่อทีมมากขนาดไหน

ในความเป็นจริง เขากลับไม่ใช่นักเตะที่ดีที่สุด ไม่ใช่ตัวชี้เป็นชี้ตาย หรือเป็นดั่งลมหายใจของคล็อปป์ในทีมชุดนี้ ในตำแหน่งของฟาน ไดจ์ค ยังพอมีนักเตะหงส์คนอื่นๆ ที่สามารถทดแทนและทำหน้าที่นั้นได้ เพียงแต่อาจจะไม่ได้เทียบมาตรฐานของอดีตแข้งนักบุญเท่านั้นเอง

แต่ในขณะเดียวกัน อย่าลืมว่าไม่มีนักเตะคนไหนอีกแล้วในทีมลิเวอร์พูล หรือแม้แต่ในโลกนี้ที่สามารถเทียบอิมแพ็คของ โมฮาเหม็ก ซาล่าห์ ได้อีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสถิติอันน่าทึ่งที่เขาทำไว้อย่างสม่ำเสมอในทุกๆปี ความสามารถในการยกระดับแนวรุกหงส์แดงให้ทวีคูณอันตราย ทิ้งให้คู่แข่งต้องหวาดระแวงตลอด 90 นาที หรือแม้แต่การฉีกแนวรับเป็นชิ้นๆด้วยน้ำมือตัวเอง

ถ้านักเตะที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงสุดในพรีเมียร์ลีกมีอายุแตะ 36 ปี ก็คงไม่ใช่ปัญหาเลยที่แข้งจากแดนฟาห์โรที่จะมีอายุครบ 30 ในซัมเมอร์ถัดไป จะโกยค่าเหนื่อยไม่น้อยหน้าไปกว่าใคร ซาล่าห์ยังอยู่ในช่วงพีคของอาชีพค้าแข้ง ตัวเลขสถิติในสนามของเขาบ่อยครั้งถูกมองข้าม นี่คือนักเตะที่ควรได้รับเครดิตและการยกย่องมากกว่าที่เป็นอยู่ และนี่คือเหตุผลว่าทำไม ฟาน ไดจ์ค ไม่ใช่คนที่คู่ควรกับรายได้สูงสุดในสีเสื้อหงส์แดง

โจลินตัน – นิวคาสเซิ่ล

จอนโจ เชลวี่ และ อัลล็อง แซงต์-มักซีแม็ง ต่างอยู่ในบรรดารายชื่อหัวแถวของนักเตะที่รับค่าเหนื่อยสูงสุดในสโมสรนิวคาสเซิ่ล ในขณะที่โจ วิลล็อค ที่เป็นทั้งความหวังและขวัญใจคนใหม่ของสาวกทูน อาร์มี่ ก็ขึ้นชื่อว่ามีรายรับที่สูงเอาเรื่องนับตั้งแต่ย้ายจากอาร์เซน่อลมาสู่เซนต์ เจมส์ พาร์ค ด้วยสัญญาถาวร

แต่ใครจะนึกถึง เมื่อคนที่หอบเงินกลับบ้านไปฝากครอบครัวได้มากที่สุดในทีมสาลิกาดงกลับเป็นโจลินตัน บ้างก็อาจจะมองว่านี่คือเรื่องล้อเล่นหรือเปล่า? เป็นเพียงแค่มีมขำขันหรือประชดใช่ไหม? ไม่เชื่อก้ต้องเชื่อว่าทุกอย่างคือความจริง แถมยังเป็นไอเดียที่ตลกสิ้นดีอีกต่างหาก

กองหน้าจากแดนกาแฟซัดประตูในสนามสโมสรนิวคาสเซิ่ลไปเพียงแค่ 10 ประตูเท่านั้นตลอด 70 กว่านัดที่ลงเล่น ซึ่งทำให้เขามีสถิติพังประตูเทียบเคียงกับบรรดาแข้งล้มเหลวตลอดกาลของสโมสรอย่าง คีแรน คล้าก หรือ ลีออน เบสต์ ลูกแอสซิสต์ให้ อัลล็อง แซงต์-มักซีแม็ง คือการป้อนบอลให้เพื่อนสำเร็จครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว เรียกได้ว่าถ้าไปอยู่ในทีมของโซลชาก็คงจะไม่ได้รับการชื่นชมความดีงามนี้แน่นอน โจลินตันเหลือสัญญากับสาลิกาดงอีก 3 ปี ดูแล้วท่าทางจะมีแต่เรื่องสนุกรออยู่ไม่เว้นแต่ละวัน

มุสซ่า ซิสโซโก้ – วัตฟอร์ด

แม้จะมีตำแหน่งเป็นมิดฟิลด์ นี่เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่ยิงประตูได้มากกว่าโจลินตันเสียอีกในสมัยที่ค้าแข้งกับนิวคาสเซิ่ล ซ้ำเติมความแย่ของหอกแซมบ้านเข้าไปอีก

มุสซ่า ซิสโซโก้ ออกสตาร์ทชีวิตใหม่ของเขาที่วัตฟอร์ดแบบแทบอยากจะย้อนเวลากลับไปใหม่ ด้วยการประเดิมสนามพ่ายต้นสังกัดที่เพิ่งจากมาอย่างท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส และโดนวูล์ฟซ้ำเติมการมาถึงของเขาด้วยการปล้นชัยชนะคาบ้านไปอีก

แต่แล้วพวกเขาก็ถึงเวลาปล่อยพิษ เมื่อนอริชเผลอเข้ามาแหย่รังแตน ด้วยการเล่นของซิสโซโก้ในตำแหน่งกองกลางตัวต่ำรับหน้าที่คุมเกม นำมาซึ่งชัยชนะ 3-1 เหนือนกขมิ้น

ชัยชนะนี้สวยงามก็จริง แต่มันกลับเป็นซีนโดดเด่นของอิสไมล่า ซาร์ ต่างหาก ถ้าหากจะพูดว่านักเตะที่ดีที่สุด ควรได้รับค่าเหนื่อยสูงสุด ก็คงไม่มีโอกาสไหนเหมาะกว่าการมาพูดที่วิคาเรจ โร้ด อีกแล้ว

การอยู่รอดจากการตกชั้นของวัตฟอร์ดในปีนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคงต้องฝากความหวังไว้ที่จรวดความเร็วสูงอย่างซาร์ มากกว่าเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ และมีนักเตะเพียง 6 คนเท่านั้นในลีกใหญ่ของยุโรปที่โดนคู่แข่งตัดฟาล์วมากกว่าเขา บ่งบอกได้ชัดถึงความอันตรายและความเร็วสายฟ้าที่ไม่มีใครกล้าประมาท

เคิร์ท ซูม่า – เวสต์แฮม ยูไนเต็ด

มีเสียงแว่วว่าการมาจากเชลซีของเคิร์ท ซูม่า ได้เข้ามาทำลายบรรยากาศที่ดีในห้องแต่งตัวของเวสต์แฮมไม่มากก็น้อย เซนเตอร์แบ็คเจ้าของแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย และเหรียญแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในฐานะตัวสำรองที่ไม่ถูกใช้งาน ได้สร้างปรากฏการณ์ใหญ่ในรั้วลอนดอน สเตเดียม ด้วยการฟันค่าเหนื่อยตามรายงานถึง 6 หลักต่อสัปดาห์ สร้างความสั่นคลอนในแง่ความสามัคคีที่เดวิด มอยส์พยายามประคับประคองให้รอดฝั่งมาตลอด ชื่อชั้นไม่ได้ใหญ่โต แต่ค้าจ้างเกินหน้าเกินตา แบบนี้ก็ไม่แปลกที่ปัญหาภายในจะเริ่มผุดขึ้นมา

อย่างน้อย มิคาอิล อันโตนิโอ ในฐานะกองหน้าคนเดียวในทัพขุนค้อน อาจเป็นคนหนึ่งแล้วที่มีคำถามคาใจมากมาย โดยเฉพาะปีนี้ที่เจ้าตัวดูจะขึ้นมาเป็นความหวังสูงสุดของทีมอย่างเต็มตัว หรือไม่ก็ ดีแคลน ไรซ์ ที่คู่ควรกับค่าจ้างที่สูงกว่าใครเพื่อนหากเขาตัดสินใจต่อสัญญาฉบับใหม่ภายใต้เสื้อสีเลือดหมู อย่าง อาร์ตูร์ มาซูอากู ก็คงไม่หนีอันดับกันไปไกลเช่นกัน

“แต่ถามเพื่อให้แน่ใจอีกทีว่าใครคือนักเตะที่ค่าเหนื่อยแพงที่สุดในลอนดอน สเตเดียมนะ? โอเค ก็เคิร์ท ซูม่าไง”