5 ทีมยักษ์ใหญ่ที่หาฟอร์มเก่งไม่เจอหลังศึกฟุตบอลโลก

5 ทีมยักษ์ใหญ่ที่หาฟอร์มเก่งไม่เจอหลังศึกฟุตบอลโลก

วงการลูกหนังกลับมาคึกคักอีกครั้งหลังจากการแข่งขันในลีกกลับมาอีกครั้ง ทุกทีมต่างก็ตั้งหน้าตั้งตาทำผลงานที่ดีต่อไปเพื่อคว้าความสำเร็จ แต่นี่คือ 5 ทีมยักษ์ใหญ่ที่ทำผลงานได้ไม่ดีนับตั้งแต่จบศึกฟุตบอลโลก

5. ลิเวอร์พูล

โมฮาเหม็ด ซาลาห์

เริ่มกันด้วยทีมยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ ลีก อย่าง ลิเวอร์พูล ทีมที่ทำผลงานได้ไม่สมกับความคาดหวังของแฟนๆ หลังจากจบศึกฟุตบอลโลก 2022 ด้วยสถิติแพ้ไปถึง 3 และเสมอไป 1 นัดตลอด 6 นัดล่าสุด พวกเขากลับมาจากศึกฟุตบอลโลกและต้องเจอกับความผิดหวังด้วยการพ่ายให้กับ แมนฯ ซิตี้ ในศึก อีเอฟแอล คัพ รอบ 16 ทีมด้วยสกอร์ 3-2

จริงอยู่ที่พวกเขากลับมาสร้างความมั่นใจได้ด้วยการเก็บชัยสองนัดรวดในศึก พรีเมียร์ ลีก ด้วยการเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 และ แอสตัน วิลล่า 3-1 แต่ฟอร์มเก่งก็ไม่ได้ยืดยาวนักและต้องมาสะดุดเสียความมั่นใจอีกครั้งด้วยการพ่ายแพ้ให้กับ เบรนท์ฟอร์ดถึง 1-3 ในวันที่ 1 มกราคม วันแรกของปี

อย่างไรก็ตาม การเจอกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน ในศึก เอฟเอ คัพ รอบที่ 3 ณ ถิ่นแอนฟิลด์ นั้นก็ทำได้เพียงแค่เสมอกันไป 2-2 ตามมาด้วยความพ่ายแพ้อย่างน่าอับอายด้วยการโดน ไบรท์ตัน ถล่มไปถึง 0-3 ในวันที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมา

4. เอซี มิลาน

เอซี มิลาน

ข้ามมาที่ฝั่งของ เซเรีย อา กันบ้าง เอซี มิลาน ทีมแชมป์เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ในปีนั้นพวกเขาทำผลงานได้ดีตั้งแต่ต้นจนจบ ขณะที่ปีนี้นั้นหลังจากผ่านไป 18 นัดพวกเขาทำได้เพียงตำแหน่งรองจ่าฝูง โดยมี นาโปลี นำอยู่มากถึง 9 แต้ม ซึ่งแม้แต่สร้างความกดดันให้จ่าฝูงพวกเขายังไม่สามารถทำได้เลย

นับตั้งแต่กลับมาจากศึกฟุตบอลโลก 2022 เอซี มีลาน เล่นไปแล้วทั้งหมด 4 เกม โดยพวกเขาแพ้ไปหนึ่งครั้ง เสมอไปสองครั้งและชนะไปได้เพียงนัดเดียว และการเสมอกับกับ โรม่า 2-2 ในวันที่ 8 มกราคมทำให้พวกเขาเปิดทางให้ นาโปลี ทำคะแนนขึ้นนำไปได้

อย่างไรก็ตาม หลังจากเหตุการณ์นั้นอีก 4 วัน โตริโน่ ก็มาคว้าชัยพวกเขาด้วยสกอร์ 1-0 ในศึก โคปปา อิตาเลีย และด้วยการตามหลังนาโปลีถึง 9 แต้ม ดูเหมือนว่าการรักษาแชมป์ปีนี้ของพวกเขาจะเป็นอะไรที่ยากพอสมควร

3. แมนเชสเตอร์ ซิตี้

เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์

หนึ่งในทีมที่น่ากลัวที่สุดในโลก พวกเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเสมอและถูกยกให้เป็นอีกหนึ่งทีมที่รักษาฟอร์มโหดไว้ได้นานที่สุด แต่หลังจากกลับมาจากศึกฟุตบอลโลกนั้น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ทำไม่ได้เป็นทีมที่โหดเหมือนดั่งที่ใครๆ คิดเพราะเขาแพ้ไปถึง 2 เสมอไป 1 นัด นับตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคมปีที่ผ่านมา

ย้อนไปในวันที่ 31 ธันวาคม ซิตี้ เสมอกับ เอฟเวอร์ตัน 1-1 และนั่นก็ทำให้พวกเขาไม่สามารถสร้างความกดดันให้กับทีมจ่าฝูงอย่าง อาร์เซน่อล ได้เลย ซึ่งหลังจากนั้นในวันที่ 11 มกราคม พวกเขาก็ดันมาพลาดท่าพ่ายให้กับ เซาธ์แฮมป์ตัน 0-2 ในศึก อีเอฟแอล คัพ รอบรองชนะเลิศ

หนึ่งในความพ่ายแพ้ที่เจ็บปวดมากที่สุดนั้นเกิดขึ้นในนัดที่เจอกับคู่ปรับอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในวันที่ 14 มกราคม แม้ว่า แจ็ค กรีลิช จะเป็นฝ่ายทำประตูขึ้นนำให้กับทีมได้ก่อนในนาทีที่ 60 แต่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส และ มาร์คัช แรชฟอร์ด ซัดกันไปคนละตุงพาทีมปีศาจแดงคว้าชัยไปได้ในที่สุด จุดที่น่าสังเกตุมากที่สุดก็คือ เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ จอมถล่มประตูประจำทีมของพวกเขานั้น ไม่สามารถทำประตูได้สักประตูเดียวตลอด 3 นัด ก่อนที่นัดล่าสุดจะซัดไปหนึ่งประตูในนัดที่เจอกับ สเปอร์ส

2. ปารีส แซงต์ แชร์กแมง

ลิโอเนล เมสซี่ เปแอสเช

ก่อนศึกฟุตบอลโลกจะมาถึง ยักษ์ใหญ่แห่ง ลีก เอิง อย่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทำผลงานได้อย่างน่ายอดเยี่ยม พวกเขาไม่แพ้เลยสักเกมในทุกรายการที่ลงแข่งขัน ส่งผลให้พวกเขานำอยู่จ่าฝูงในขณะนี้ด้วยการมี 47 คะแนน แต่หลังจากที่ฟุตบอลกลับมาแข่งขันกันอีกครั้ง ผลงานของพวกเขาก็ไม่เหมือนเดิม

หลังจากกลับมาจากศึกฟุตบอลโลกครั้งล่าสุด พวกเขาพ่ายไปถึง 2 นัด ซึ่งความพ่ายแพ้นั้นเกิดขึ้นตอนเจอกับ ลองส์ ในวันที่ 1 มกราคม ซึ่งในนัดนั้นก็พอเข้าใจได้เพราะขาดผู้เล่นตัวหลักอย่าง เนย์มาร์ และ ลิโอเนล เมสซี่ จึงเป็นธรรมดาที่โอกาสในเกมรุกจะขาดหายไปอย่างเห็นได้ชัด

ไม่เพียงแค่นั้นในวันที่ 15 มกราคม พวกเขาต้องเจอกับ แรนส์ โดยเกมวันนั้นพวกเขาได้สามตัวรุกคนสำคัญมาลงสนามพร้อมหน้าพร้อมตากัน แม้ว่าจะมีผู้เล่นอย่าง เนย์มาร์ เมสซี่ และ เอ็มบัปเป้ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้จนถึงแพ้ไปด้วยสกอร์ 0-1

1. เรอัล มาดริด

คาริม เบนเซม่า

เรอัล มาดริด คือทีมที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในฤดูกาลที่ผ่านมา ด้วยการคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ลา ลีก้า และ สแปนิช ซูเปอร์ คัพ ดังนั้นในฤดูกาลนี้พวกเขาจึงเป็นอีกหนึ่งทีมเต็งที่หลายคนคาดหวังว่าจะยังคงทำผลงานได้ดีต่อไป แต่มันก็ไม่เป็นไปดั่งหวังเพราะหลังจากกลับมาจากศึกฟุตบอลโลก พวกเขาได้กลายเป็นอีกทีมไปแล้ว

ในวันที่ 7 มกราคม ราชันชุดขาวต้องมาพ่ายให้กับ บียาร์เรอัล ด้วยสกอร์ 2-1 และนับว่าเป็นความพ่ายแพ้นัดที่สองในลีกของพวกเขาสำหรับฤดูกาลนี้ ซึ่งนั่นก็ทำให้พวกเขาตามหลัง บาร์เซโลน่า ทีมจ่าฝูงอยู่ 3 แต้ม แต่ความน่าผิดหวังของพวกเขานั้นมันไม่ได้มีแค่นั้น

อีกหนึ่งความผิดพลาดอย่างร้ายแรงที่สุดของพวกเขาก็คือ ในวันที่ 15 มกราคม พวกเขาต้องพลาดท่าพ่ายให้กับ บาร์เซโลน่า ทีมคู่ปรับตลอดกาลด้วยสกอร์ 1-3 ในศึก สแปนิช ซูเปอร์ คัพ รอบชิงชนะเลิศ ซึ่งภายในเกมนั้นหากไม่ได้ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ที่เซฟช่วยทีมไปถึง 3 ครั้ง เชื่อเหลือเกินว่าสกอร์มันจะไม่ได้ออกมาด้วยการแพ้ไปแค่ 2 ประตู