ไม่น่าจำ? 5 แข้งดังคว้า “บัลลง ดอร์” แต่คนดันจำไม่ได้

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

บัลลง ดอร์ รางวัลยอดแข้งที่คนทั้งโลกให้ความสนใจ ไม่ว่าใครที่คว้ารางวัลนี้ไปครองต่างก็เป็นที่จดจำในวงการลูกหนัง ด้วยเวลาที่ผ่านมาเนิ่นนานนี่คือผู้เล่นที่ใครหลายคนอาจลืมไปแล้วว่าว่าพวกเขาก็เคยถูกยกย่องให้เป็นยอดแข้งประจำปีเช่นกัน

5. ไมเคิ่ล โอเว่น

Michael Owen (in pink) won the Ballon d

หากย้อนไปในช่วงต้นปี 2000 คงไม่มีใครไม่รู้จักดาวรุ่งที่น่าจับตามองมากที่สุดในโลกอย่าง ไมเคิ่ล โอเว่น

เด็กหนุ่มจากแดนผู้ดีแจ้งเกิดร่วมกับสโมสรลิเวอร์พูลตั้งแต่ปี 1977 และเพียงอีกไม่กี่ปีเขาก็แสดงให้ทั้งโลกเห็นได้ทันทีเลยว่าการเล่นด้วยพรสวรรค์มันเป็นอย่างไรด้วยการทำประตูสุดน่าจดจำในศึกฟุตบอลโลก

ด้วยรูปร่างที่ไม่ใหญ่โตเหมือนแข้งรายอื่นๆ ในยุโรป แต่เขาก็กลบข้อด้วยตรงนี้ด้วยทักษะและความเร็ว จนโดดเด่นเหนือ ราอูล และ โอลิเวอร์ คาห์น ที่ดังสุดๆ ในเวลานั้นและผงาดคว้ารางวัล บัลลงก์ ดอร์ มาครองในปี 2001

หลังจากขึ้นสู่จุดสูงสุดในโลกลูกหนังเพียงไม่นาน การแยกทางกับ ลิเวอร์พูล เพื่อไปร่วมงานกับ เรอัล มาดริด และอาการบาดเจ็บที่ตามเล่นงานก็ทำให้ชีวิตค้าแข้งของเขาดิ่งลงเรื่อยๆ จนแฟนบอลยุคใหม่ในสมัยนี้แทบจะลืมไปเลยว่า ไมเคิ่ล โอเว่น ก็เคยได้ยอดรางวัลนี้เช่นกัน

4. พาเวล เนดเวด

Pavel Nedved (second from left) receiving his 2003 Ballon d

ต่อกันด้วย พาเวล เนดเวด แข้งทัพม้าลายเซ็นสัญญามาเพื่อแทนที่ ซีเนดีน ซีดาน และแม้ว่าเขาจะสร้างผลงานไว้มากมายร่วมงานอดีตต้นสังกัด แต่ เนดเวด ก็เป็นผู้เล่นอีกคนที่แฟนบอลน้อยคนจะกล่าวถึงในยุคนี้

เริ่มด้วยฝีเท้าต้องยอมรับจริงๆ ว่าอดีตแข้งคนนี้อยู่ในขั้นไม่ธรรมดา แต่ที่นอกเหนือกว่านั้นก็คือวิสัยทัศน์ที่มีต่อเกม เขาคือผู้เล่นที่ทำมากกว่าการทำประตูและแอสซิส เพราะ เนดเวด นี่แหละคือหัวใจหลักของทัพม้าลายในยุคนั้น

พาเวล เนดเวด กลายเป็นส่วนสำคัญในการพา ยูเวนตุส คว้าแชมป์ เซเรีย อา 2 สมัยและพาทีมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปี 2003 ทว่านัดชิงถ้วยยุโรปปีดังกล่าวกับ เอซี มิลาน ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อดีตแข้งคนนี้กลับไม่ได้ลงสนามเนื่องจากติดโทษแบนและนั่นก็ทำให้ทัพม้าลายพ่ายจุดโทษไปอย่างน่าเสียดาย

อย่างไรก็ตาม เนดเวด ในปี 2003 ก็โดดเด่นเหนือกว่า เธียร์รี่ อองรี และผงาดคว้า บัลลง ดอร์ มาครองแม้ว่าจะมีสถิติทำประตูและแอสซิสที่ด้อยกว่าก็ตาม

3. มัทธีอัส ซามเมอร์

Matthias Sammer challenging for the ball

นานๆ ทีจะมีกองหลังสักคนผงาดคว้ารางวัลยอดแข้งอย่าง บัลลง ดอร์ ไปครอง ซึ่งรายล่าสุดก็คือ ฟาบิโอ คันนาวาโร่ ในปี 2006 ก็แทบจะไม่มีใครจำได้กันอยู่แล้ว และหากย้อนไปพูดถึงกองหลังคนก่อนหน้านั้นล่ะ?

มัทธีอัส ซามเมอร์ คือแนวรับคนก่อนหน้า คันนาวาโร่ ที่คว้ารางวัลยอดแข้งไปครองในปี 1996 ด้วยการเป็นผู้เล่นที่ทำหน้าที่ในตำแหน่ง “ริเบอโร่” ได้ดีที่สุดจนน่าจดจำ

ปี 1996 คือปีที่เขาทำผลงานได้ดีสุดๆ ด้วยการพาสโมสรอย่าง ดอร์ทมุนด์ คว้าแชมป์บุนเดสลีก้าสมัยที่สองติดต่อกันได้สำเร็จและยังพาทีมชาติเยอรมันคว้าแชมป์ยุโรปด้วยเช่นกัน ซึ่งนับตั้งแต่นั้นทัพเสือเหลืองก็ยังคว้าแชมป์ยูฟ่าไม่สำเร็จอีกเลย

2. อิกอร์ เบลานอฟ

Igor Bellanov (left) was a controversial winner of the 1986 Ballon d

สำหรับ อิกอร์ เบลานอฟ คงมีน้อยคนจริงๆ ที่จะจำหรือรู้จักอดีตแข้งรายนี้ได้ เพราะสตาร์ดังจากสหภาพโซเวียตในยุคนั้นที่จะมีชื่อให้คนกล่าวถึงทุกวันนี้นั้นแทบไม่หลงเหลือ

อิกอร์ เบลานอฟ ทำผลงานในระดับสโมสรได้อย่างโดดเด่นด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ลีก และทำประตูในศึกฟุตบอลโลกได้ถึง 4 ประตู ในปี 1986 จนทำให้เขาคว้ารังวัลยอดแข้งบัลลง ดอร์ ไปครอง

อย่างไรก็ตามการคว้ารางวัลในปีนั้นค่อนข้างจะมีข้อกังขาไม่น้อย เพราะความจริงแล้วผู้เล่นอย่าง ดีเอโก้ มาราโดน่า ในตอนนั้นถือว่าโดดเด่นที่สุดในโลกแต่ทว่าเนื่องจากเป็นคนอาร์เจนติน่าจึงไม่มีสิทธิ์ชิงรางวัลในตอนนั้น ซึ่งไม่แปลกเลยที่ชื่อของ อิกอร์ เบลานอฟ จึงไม่โดดเด่นจนถูกกล่าวถึงในยุคนี้

1. โอเล็ก บล็อกกิ้น

Oleg Blokhin was the winner of the Ballon d

โอเล็ก บล็อกกิ้น จัดเป็นอีกหนึ่งแข่งที่โดดเด่นสุดๆ ของ ดินาโมเคียฟ และเป็นความภาคภูมิใจของสหาภาพโซเวียดในช่วงยุคปลายๆ 1970 จนไปถึงปี 1980

อดีตยอดแนวรุกรายนี้ทำไปแล้วกว่า 42 ประตูจากการลงสนาม 112 นัดให้กับทีมชาติและทำสถิติ 266 ร่วมกับสโมสรดินาโม เคียฟ ด้วยฟอร์มเก่งแบบสุดๆ ทำให้เขาคว้ารางวัลบัลลง ดอร์ ไปครองในปี 1975

ในปีดังกล่าวเขาเอาชนะอีกสองผู้เข้าชิงรางวัลอย่าง ฟร้านซ์ เบ็คเคนเบาเออร์ และ โยฮัน ครัฟฟ์ ได้ขาดรอย แต่ด้วยการที่ไม่เคยได้ร่วมงานกับทีมยักษ์ใหญ่ทีมอื่นๆ ทำให้ประวัติศาสตร์ของเขาค่อยๆ จางหายไปจนในทุกวันนี้แทบไม่มีคนพูดถึง