“โธมัส ปาร์เตย์” : ใช่หรือไม่กับคำว่าห้องเครื่องตัวรับอาชีพที่”ปืนใหญ่”ตามหา?

ปัญหาของอาร์เซน่อลในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ยาวมานับตั้งแต่สมัยอาแซน เวงเกอร์ นั่นคือการขาดมิดฟิลด์ตัวรับอาชีพ…จนเกิดเป็นที่มึนงงในหมู่สาวก ว่าปัญหาที่เด่นชัดขนาดนี้ทำไมถึงไม่มีใครในสโมสรมองเห็นหรือคิดจะทำอะไรสักอย่าง?

นับตั้งแต่อเล็กซ์ ซง เป็นต้นมา พวกเขาขาดนักเตะที่เรียกได้ว่าเป็นกองกลางตัวรับคอยเก็บกวาดเกมรุกคู่แข่งอยู่หน้าแผงแบ็คโฟร์ ซึ่งหากจะบอกว่าไม่มีใครตรงนั้นเลย ก็คงจะไม่ถูกสักทีเดียว เพียงแต่นักเตะที่สลับหมุนเวียนกันมาประจำตำแหน่งดังกล่าวกลับไม่ใช่คำตอบที่สโมสรต้องการ

หลายซีซั่นที่ผ่านมาอาร์เซน่อลตกเป็นข่าวกับกองกลางตัวรับหลายราย ไม่ว่าจะเป็นเอ็นโกโล่ ก็องเต้ , ฌ็อง มิเชล เซรี่ ,อาเดรียน ราบิโอต์,หรือ คาร์ลอส โซแลร์ แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่เสียงซุบซิบ จนมาถึงหน้าร้อนนี้ที่ถึงคิวของกองกลางพันธุ์ดุจากแอตเลติโก้ มาดริดอย่าง โธมัส ปาร์เตย์ จะได้จองพื้นที่บนหน้าหนังสือพิมพ์บ้าง

อาร์เซน่อลมีข่าวแสดงความต้องการอยากได้ตัว โธมัส ปาร์เตย์ ไปประจำการในแผงมิดฟิลด์ ซึ่งหากคำนึงจากเจตนารมณ์ของนักเตะเองบวกกับค่าฉีกสัญญา 45 ล้านปอนด์ที่อยู่ในเกณฑ์สมเหตุสมผล นี่อาจเป็นหนึ่งในดีลที่คุ้มค่าที่สุดประจำตลาดซื้อขายซัมเมอร์นี้เลยก็ว่าได้

นอกจากนี้ ยิ่งการที่คุณพ่อของปาร์เตย์เคยออกมาแอบเชียร์ลูกชายให้ย้ายไปสวมเสื้อเดอะ กันเนอร์สแล้วนั้น ยิ่งทำให้สาวกแอบมีความหวังว่าจะได้เห็นสโมสรแก้ปัญหาคาราคาซังนี้ลงเสียที

“อาร์เซน่อลจะต้องดีสำหรับเขา พวกเขามีฐานแฟนบอลมากมายเลยในกาน่า ลูกชายผมจะต้องมีความสุขแน่นอนถ้าได้ไปอาร์เซน่อล” จาค็อบ คุณพ่อของปาร์เตย์กล่าวผ่านวิทยุในกาน่า

ส่วนทางด้านต้นกังกัดอย่างทัพตราหมีก็ไม่ได้อยากเสียแข้งตัวสำคัญรายนี้ออกไปจากทีมเสียเท่าไหร่ ยินดีที่จะต่อสัญญาฉบับใหม่กับปาร์เตย์หากนักเตะต้องการ ด้วยข้อเสนอที่ยั่วยวนใจ เพิ่มค่าเหนื่อยจากเดิมทีที่รับอยู่ 65,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ขึ้นเป็นสองเท่า อีกทั้งจะอัพค่าฉีกสัญญาเป็นเท่าตัว แตะ 90 ล้านปอนด์เพื่อกันท่าสโมรอื่นที่คิดจะมาลุ่มล่าม

โดยที่ผ่านมาไม่ได้มีเพียงอาร์เซน่อลเท่านั้นที่เทความสนใจจับจ้องมาที่อดีตเยาวชนจาก โอโดเมต้า เอฟซี ในลีกกาน่ารายนี้ หากแต่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและยูเวนตุสเองก็ต่างเฝ้าดูพัฒนาการของดาวเตะหนุ่มรายนี้อยู่ตลอดมาเช่นกัน

ซึ่งโอกาสของอาร์เซน่อลในการสมหวังได้ตัวมิดฟิลด์รายนี้มาร่วมทีม มันดันไปสอดคล้องกับคำถามที่ว่า “ปัญหาวิกฤตสภาพคล่องทางการเงินของแอต. มาดริด จะส่งผลต่อการย้ายทีมของปาร์เตย์ในซัมเมอร์นี้หรือไม่?”

อย่าลืมว่าแอต.มาดริดเพิ่งย้ายมาใช้รังเหย้าใหม่อย่าง ว่านต๋า เมโทรโปลิตาโน่ได้เพียงไม่กี่ปี และแน่นอนพวกเขายังมีหนี้ค้างจ่ายบริษัท อินเบอร์ซ่า ที่มีเจ้าของเป็นเศรษฐีชาวเม็กซิกัน อยู่เป็นจำนวน 178 ล้านปอนด์ เพื่อนำมาอำนวยความสะดวกในการย้ายสนามเหย้าจากวิเซนเต้ กัลเดร่อน มาที่นี่ ซึ่งจะมีกำหนดชำระเสร็จสิ้นก็ปาไปปี 2028 นู้น

ไม่เพียงแค่นั้น พวกเขายังเป็นสโมสรที่จ่ายค่าเหนื่อยให้ผู้จัดการทีมอย่างดิเอโก้ ซิเมโอเน่ สูงที่สุดในโลกอีกต่างหาก ซึ่งถึงแม้ว่ากุนซือชาวอาร์เจนติน่า จะยอมให้สโมสรหั่นค่าเหนื่อยของเขาออกไปถึง 70 เปอร์เซนต์แล้ว แต่ดูเหมือนทัพตราหมีก็ยังเป็นทีมที่ได้รับผลกระทบทางการเงินจากสถานการณ์ไวรัสระบาดมากกว่าสโมสรทั่วไปอยู่ดี ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ ในระยะเวลาไม่ถึงปี จะเพิ่งโชว์ความมั่งคั่งด้วยการซื้อตัว ชูเอา เฟลิกซ์ จากเบนฟิก้าในราคา 113 ล้านปอนด์มาร่วมทัพอยู่เลย

“ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าแต่ละสโมสรได้สุญเสียความมั่นคงทางการเงินจากสถานการณ์ปัจจุบันไปมากน้อยขนาดไหน”เกรแฮม ฮันเตอร์ กูรูฟุตบอลเมืองกระทิงกล่าว

“จริงๆแล้ว แอต.มาดริดควรจะได้โกยเงินมากพอสมควรจากผลงานอันยอดเยี่ยมในแชมเปี้ยนส์ลีก แต่เงินรางวัลตรงนั้นต้องถูกลดหย่อนลงไป ทำให้พวกเขาต้องหวังไกลถึงรอบรองชนะเลิศ หากหวังอยากจะได้เงินรางวัลที่สูงกว่านี้จากทางยูฟ่า”

“ตอนนี้ผมเดาว่าพวกเขาน่าจะแตะเกือบๆ 70 ล้านยูโรแล้ว จากผลงานและความสำเร็จในแชมเปี้ยนส์ลีกซีซั่นนี้ ซึ่งก็ต้องยกเครดิตให้โครงสร้างการลงทุนอันยอดเยี่ยมของพวกเขาด้วย”

“แต่ด้วยภาระหนี้สินที่ยังค้างจ่าย ทำให้หลายสโมสรอาจใช้ช่องทางนี้ ในการเดินเข้าหาแอต. มาดริดเพื่อหว่านล้อมให้พวกเขาปล่อยนักเตะออกมาแบบไม่มีทางเลือก มากกว่าจะเข้ามาเพราะเหตุผลอื่น”

แอต.มาดริดสามารถวาง มาร์กอส ญอเรนเต้ ไว้เป็นตัวแทนของปาร์เตย์ได้เลยหรือไม่?

ในแมตช์ก่อนฟุตบอลจะหยุดทำการแข่งขันชั่วคราวเพราะปัญหาเชื้อไวรัสแพร่ระบาด คือค่ำคนที่ชายนามว่า มาร์กอส ญอเรนเต้ได้ประกาศให้โลกรู้ว่าเขาสามารถเป็นตัวแทนของปาร์เตย์ได้อย่างหายห่วง แม้ว่าจะยิงได้เพียง 3 ประตูเมื่อก่อนหน้านี้ แต่ 2 ช็อตงามๆที่เขาตะบันผ่านมืออาเดรียนที่แอนฟิลด์ กลับมีความหมายกับสโมสรมากกว่าที่เขาคิดเสียอีก

โดยปกติแล้วปาร์เตย์จะลงเล่นเป็นตัวต่ำ คอยมอบอิสระให้ญอเรนเต้ได้ขึ้นไปจอยเกมรุก แต่ฮันเตอร์กลับเชื่อว่าศักยภาพธรรมชาติในเกมรับของญอเรนเต้จะเฉิดฉายออกมาอย่างแน่นอน หากทัพตราหมีตัดสินใจปล่อยตัวทำลายล้างอย่างปาร์เตย์ออกไป

“จากที่มองแอตเลติโก้แล้ว แม้ว่าปาร์เตย์จะประจำการเป็นหัวใจหลักของทีมมาอย่างยาวนาน แต่ดูเหมือนว่าทิศทางอาจเปลี่ยนไปได้เหมือนกันในสักวัน จากการที่มาร์กอส ญอเรนเต้เองก็พร้อมที่สอดแทรกอย่างแทบจะรอไม่ไหวแล้ว “

“ปาร์เตย์ทำได้ดีในตำแหน่งที่เขารับผิดชอบ คอยควบคุมที่ทิศทางของเกม สกัดบอลและสตาร์ทการโจมตีให้กับทีมอีกครั้ง”

“แต่กับญอเรนเต้ เขาไม่ใช่นักฟุตบอลสไตล์นั้นเลย เขาปราดเปรียวกว่า เขาต้องการที่จะเรียกหาบอลอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะในสถานการณ์ไหน และที่สำคัญเขาเพิ่งยิงประตูสำคัญที่แอนฟิลด์มาด้วย “

“เขาคือนักเตะที่แบกอลาเบสไว้บนหลังในช่วงที่ถูกมาดริดส่งยืมตัวออกไป ซึ่งมาร์กอสก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า ตัวเขานั้นเป็นผู้เล่นท็อปคลาสจริงๆตลอดระยะเวลาที่อยู่ที่นั่น”

“ตอนที่เขากลับไปเรอัล มาดริด ผมรู้ว่าทุกคนก็แอบสงสัยเหมือนกันว่าสาเหตุอะไรที่ทำให้เขากับซีดานไม่ลงรอยกัน แต่ก็ช่างมันเถอะ ตอนนี้เขากำลังเข้าซีซั่นที่สองกับแอต.มาดริดแล้ว และมีหนึ่งสิ่งที่เขาเหมือนกับปาร์เตย์เลย นั่นก็คือการได้พัฒนาตัวเองอย่างจริงจังภายใต้การเรียนรู้ประสบการณ์จากกุนซืออย่างซิเมโอเน่”

“เพราะต้องบอกว่า พัฒนาการของปาร์เตย์ภายการดูแลของซิเมโอเน่นั้นถือว่าไม่ธรรมดาเลย แต่การมีอยู่ของญอเรนเต้บอกเราได้ว่า อาจถึงเวลาแล้วที่แอต.มาดริดต้องเลือกระหว่างปล่อยแข้งดีกรีทีมชาติกาน่าออกจากทีมไปและโกยเงินจากดีลที่คาดหวังได้จากอาร์เซน่อล หรือเก็บเจ้าตัวไว้ใช้งานต่อ “

“ซึ่งหากลองคิดดูเล่นๆว่าตราหมีนั้นยังไม่มีนักเตะอย่างญอเรนเต้อยู่ในทีม คำตอบที่พวกเขาจะยอมเสียปาร์เตย์ไป คงท้าทายมากกว่าตอนนี้หลายเท่าตัว”

ปาร์เตย์จะเข้ามาเป็นจิ๊กซอว์ส่วนไหนให้กับอาร์เซน่อลได้บ้าง?

คนที่มีแนวโน้มจะต้องเสียตำแหน่งของตัวเองไปมากที่สุดคงหนีไม่พ้น กรานิต ชาก้า หากอาร์เตต้าสามารถปิดดีลดึงตัวแข้งวัย 26 ปีเข้ามาเอมิเรตส์ สเตเดียมได้จริงๆ

อาร์เซน่อลคงไม่ชี้เป้ามาที่ตัวปาร์เตย์แน่ หากสิ่งที่พวกเขามองหาคือมิดฟิลด์ตัวสร้างสรรค์เกม เพราะจากสถิติการสร้างสรรค์โอกาสให้เพื่อนทำประตูของปาร์เตย์ที่ 17 ครั้ง ดูเหมือนนี่อาจจะไม่ใช่จัดแข็งของเขาเสียเท่าไหร่ หากเทียบกับเพื่อนร่วมทีมอย่าง โกเก้ (56 ครั้ง) หรือ เฮคเตอร์ เอร์เรร่า (20 ครั้ง)

จุดเด่นของเขาคือความแข็งแกร่งในการเข้าปะทะ ซึ่งเป็นสิ่งที่หาไม่ได้ในอาร์เซน่อล และหากนับสถิติจากกองกลางทุกคนในลา ลีก้า พบว่ามีเพียงอดีตแข้งจอมดุจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้อย่างเฟอร์นานโด คนเดียวเท่านั้นที่ได้รับใบเหลืองมากกว่าปาเตย์ จากการรับหน้าที่เก็บกวาดความอันตรายให้เซบีย่า

“ปาร์เตย์พูดภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่ว นั่นจึงไม่ใช่ปัญหาถ้าเขาจะไปพรีเมียร์ลีก อีกทั้งเขายังอยู่ในช่วงอายุที่สามารถรับมือกับความเร็วและความหนักหน่วงของฟุตบอลอังกฤษได้แบบหายห่วง จริงอยู่ที่เขาไม่ใช่คนที่เร็วที่สุด แต่เขาคือนักกีฬาประเภทที่ไม่เคยคิดหยุดพัฒนา”

“แน่นอนเขาคงไม่ได้เติบโตมาจากการมีมิเกล อาร์เตต้าเป็นไอดอลหรอก แต่ด้วยความนิยมการถ่ายทอดสดฟุตบอลอังกฤษในกาน่าและบทบาทในตำแหน่งมิดฟิลด์ของอาร์เตต้าสมัยเป็นนักเตะพรีเมียร์ลีก ผมเชื่อเหลือเกินว่าปาร์เตย์จะรู้สึกถึงการทำงานร่วมกับโค้ชที่สามารถถ่ายทอดศิลปะการจัดการแผงมิดฟิลด์ให้ราบรื่นได้อย่างแน่นอน”

พิษร้ายจากวิกฤติไวรัสระบาดจะมีผลต่อดีลนี้มากน้อยขนาดไหน?

ไม่ต่างจากธุรกิจหรือวงการไหนบนโลกใบนี้ ฟุตบอลเองก็ไม่รอดพ้นพายุที่ถาโถมจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัส และจุดที่เราสังเกตได้ชัดที่สุดเลยนั่นก็คือ “การเสริมทัพนักเตะ”

ปัญหาสภาพคล่องทางการเงินเรียกได้ว่าโดนเหมือนกันหมด ความหนักหนาสาหัสคงขึ้นอยู่กับขนาดของสโมสรและโครงสร้างฐานทางการเงินของแต่ละทีมว่าได้รับมือกับมันไว้ดีแค่ไหน ทุกทีมต้องหันเข้ามาสู่โหมดประหยัดรัดเข็มขัดกันแบบไม่มีข้อแม้ ซึ่งนั่นทำให้ค่าฉีกสัญญา 45 ล้านปอนด์ของปาร์เตย์นั้นเป็นตัวเลือกที่ใครตาดีได้ตาร้ายเสีย

“ไม่ต้องสงสัยเลยว่าตลาดซื้อขายรอบนี้ได้ถูกกำหนดทิศทางเอาไว้แล้วโดยผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส แต่ละทีมจำเป็นต้องหาวิธีการต่างๆด้วยตัวเองในการระดมทุนขึ้นมาใหม่ เพื่อทดแทนช่วงที่พวกเขาอาจจะต้องใช้บัดเจ็ทที่จำกัดจำเขี่ยไปอีกสักระยะ”

“การจะลงทุนกับนักเตะสักคนอาจต้องมีการหารือและรอบคอบมากขึ้น อ้างอิงจากบัญชีภายในก่อนเป็นหลัก ซึ่งนั้นอาจจะรวมไปถึงหลายๆทีมที่กำลังเตรียมลดขนาดทีมลงในช่วงซัมเมอร์นี้ ในขณะที่อีกหลายๆสโมสรก็จะไม่ทุ่มเงินมหาศาลเพื่อซื้อนักเตะเหมือนที่ตั้งใจไว้เมื่อก่อนหน้านี้ เพราะยังไงความมั่นคงทางการเงินภายในสโมสรก็ต้องมาก่อน “

จริงๆแล้วค่าฉักสัญญาของปาร์เตย์ที่แอต. มาดริดตั้งไว้นั้น สำหรับสโมสรที่จะมาซื้อถือว่าดูยังไงก็คุ้ม ซึ่งเป็นเรื่องปกติมากในสเปน จนทัพตราหมีเริ่มรู้สึกว่ามันถูกเกินไปและพยายามที่จะต่อสัญญาใหม่เพื่อเพิ่มค่าฉีกให้สูงขึ้นกว่าเดิมให้ได้ก่อนล็อคดาวน์ด้วยซ้ำ”

แต่ถ้าเกิดขายออกไป ก็นับว่าเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นสำหรับตัวเขาเอง สำหรับแอต.มาดริดและสโมสรที่กำลังอยู่ในช่วงขาลงอย่างอาร์เซน่อล เพราะต้องอย่าลืมว่านักเตะที่ไอ้ปืนใหญ่ตามจีบนั้นเป็นถึงแข้งคีแมนย์ของแอตเลติโก้ มาดริด อีกทั้งยังสารพัดประโยชน์ สามารถขยับไปเล่นเป็นเซ็นเตอร์แบ็คหรือแบ็คขวาได้อีกด้วย “

“และน่าเซอร์ไพรซ์มากเมื่อมีอยู่เกมหนึ่งในช่วงต้นฤดูกาลที่ปาร์เตย์ถูกดันขึ้นไปเล่นเป็นกองหน้าตัวต่ำ ตอนที่ซิเมโอเน่ต้องการประตู และก็เป็นดาวเตะเบอร์ 5 รายนี้ที่ตอบแทนความไว้วางใจด้วย 1 ประตูพร้อมเสียงเฮจากบรรดาสาวกตราหมี”

ลากาแซตต์จะเป็นส่วนหนึ่งของดีลนี้ได้ไหม?

เมื่อเดือนเมษยนที่ผ่านมา มีรายงานออกมาจากสื่อจอมขยันอย่างเดอะ ซันว่าอาร์เซน่อลนั้นยินดีที่จะแนบลากาแซตต์เป็นข้อแลกเปลี่ยนในการคว้าตัวปาร์เตย์ ในขณะที่สื่อแดนกระทิงเผยว่า ลากาแซตต์ได้ติดต่อไปหาอองตวน กรีซมันน์ เพื่อนร่วมชาติ เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับสไตล์การทำทีมของซิเมโอเน่มาแล้ว

ทั้งนี้เองลากาแซตต์ได้ออกมาปฎิเสธข่าวดังกล่าวผ่านทางโซเชี่ยล มีเดีย ในขณะที่ฮันเตอร์เอง ที่มองว่าแอตเลติโก้ มาดริดนั้นควรเร่งหาวิธีเพิ่มจำนวนการทำประตูให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ และเชื่อว่าดาวยิงวัย 29 ปีอย่างลากาแซตต์นั้นอาจยังไม่ตรงสเป็คทีทีมต้องการเสียเท่าไหร่

“สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน แอต.มาดริดต้องการเพิ่มความมั่นคงทางการเงินให้ได้เสียก่อน และผมคิดว่าการปล่อยนักเตะเพื่อแลกกับเงินจะดูเป็นอะไรที่น่าสนใจกว่า”

“แต่ก็จริงที่ปัญหาของทีมในตอนนี้คือการทำประตู ซึ่งมันเป็นปัญหาที่กวนใจพวกเขามาระยะหนึ่งแล้ว แอต.มาดริดยิงไป 43 ประตูจากเกมลีก 33 นัด มันเฉลี่ยออกมามากกว่าเกมละลูกไปแค่นิดเดียวเอง”

“ใช่แล้วเกมรับพวกเขายังทำได้ดี แม้อาจจะไม่ดีอย่างที่เคยทำได้ก็เถอะ แต่เกมรุก ดูอย่างบาร์เซโลน่า(74) ที่ทำประตูมากกว่าแอต.มาดริดเกือบ 2 เท่าสิ ไหนจะมาดริด (60) ที่ยิงได้มากกว่าตั้ง 17 ลูกอีก ซึ่งเหล่านั้นคือตัวเลขที่คุณควรจะเอื้อมให้ถึงหากหวังเป็นทีมลุ้นแชมป์หรือจบท็อปโฟร์ในลา ลีก้า

“ปัจจุบันแอต.มาดริดกำลังอยู่ในเส้นทางต่อสู้เพื่อแชมป์เปี้ยนส์ลีกปีหน้า ซึ่งแน่นอนว่าการชวดตั๋วใบสำคัญจะส่งผลเสียต่อสโมสรอย่างมหาศาล และจะยิ่งซ้ำเติมสภาพทางการเงินให้แย่ลงไปอีก “

“พวกเขาต้องการแข้งใหม่ที่สามารถทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำ และไม่ว่าลากาแซตต์จะเป็นคำตอบหรือไม่? ก็ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ติดเป็นปัญหา นั่นก็คือการที่ทัพตราหมีนั้นไม่ค่อยจะซื้อหัวหอกที่มีอายุอานามขนาดนี้”

“ซึ่งถ้าหากลองมองย้อนไปดูกองหน้าตัวหลักที่แอต. มาดริดซื้อเข้ามาในช่วงหลัง พวกเขามักหยิบผู้เล่นในวัย 20 ต้นๆ เข้ามาใช้งาน และบ่อยครั้งที่พวกเขาโชว์สายตาเหยี่ยว จิ้มคนไหนคนนั้นคือโหด “

“ลากาแซตต์มีความสามารถสูง มีความเร็วจัดจ้าน เรื่องสัญชาติญาณกองหน้าอันนี้แทบจะไม่ต้องถามให้เสียเวลาเลย ติดเพียงก็แค่ค่าเหนื่อยมหาศาลของดาวยิงแดนน้ำหอมเท่านั้น ที่จะเป็นอุปสรรคของทีมดังจากเมืองหลวงในการเปลี่ยนหมีธรรมดากลับไปเป็นหมีบ้าคลั่งที่กระซวกประตูคู่แข่งแบบไม่ไว้หน้าได้เหมือนเดิม”