“โธมัส ทูเคิ่ล” กับช่วงสั้นๆ ในการกลายร่าง “สิงห์บลูส์” กลับมาโหดอีกครั้ง

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

แฟรงค์ แลมพาร์ด อดีตแข้งที่ขยับขึ้นมารับหน้าที่กุนซือในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ เขาต้องการเพียงเวลาในการแก้สถานการณ์ของทีม แต่การมาของ โธมัส ทูเคิ่ล เขาใช้เวลาเพียงแค่วันเดียวหลังเข้ามารับหน้าที่

How Thomas Tuchel reacts to Chelsea adversity will determine Champions  League ambitions - football.london

หลังจากที่กุนซือคนใหม่เข้ามารับหน้าที่แทน แฟรงค์ แลมพาร์ด เขาก็ใช้เวลาเพียง 6 สัปดาห์เพื่อพาทีมทยานสู่ท็อปโฟร์ แสดงให้หลายคนรู้ว่าสิงห์บลูส์ได้กลับมาแล้ว และอาจเป็นหนึ่งในทีมที่ แมนฯ ซิตี้ ต้องระวัง

พวกเขาเพิ่งเอาชนะ ลิเวอร์พูล เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาด้วยสกอร์ 1-0 แม้มันอาจไม่ใช่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยทำมา แต่ก็นับว่าพวกเขาโชว์ฟอร์มได้อย่างดีโดยแทบจะครองเกมได้ทั้งหมดรวมไปถึงประตูชัยสุดสวยจาก เมสัน เมาท์ เหนือกว่านั้นพวกเขาแทบไม่ปล่อยโอกาสให้ ลิเวอร์พูล หาจังหวะตีเสมอได้เลย

Liverpool 0-1 Chelsea: Reds 'cannot rely on the past' - Andy Robertson -  BBC Sport

“ลิเวอร์พูล หาโอกาสได้น้อยมากตลอด 90 นาที” เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตแข้งลิเวอร์พูล กล่าว ขณะเดียวกัน แอชลี่ย์ โคล อดีตผู้เล่นเชลซีก็ได้เผยว่า “นี่คือหนึ่งในฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดที่ผมเคยเห็นจาก เชลซี “

อย่างที่กล่าวมาข้างต้นเกมนัดนี้มันมากกว่าการเอาชนะทีมหงส์แดง แต่นี่มันคือการแสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขาพร้อมจะเผชิญหน้ากับทีมยักษ์ใหญ่ทุกทีม

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าฤดูกาลนี้ เชลซี เต็มไปด้วยความคาดหวังอย่างมาก เพราะพวกเขาลงทุนไปกันอัพเครื่องใหม่อย่างหนัก โดยเฉพาะเกมรุก แต่ก่อนหน้านี้ภายใต้การคุมทีมของกุนซือคนเก่าทัพสิงห์บลูส์ก็ยังคงไร้ทิศทางอย่างเห็นได้ชัด ด้วยสถิติแพ้ถึง 5 นัดจาก 8 นัดล่าสุดและร่วงลงไปอยู่ที่ 10 ของตาราง

ทันทีที่ โธมัส ทูเคิ่ล เข้ามารับหน้าที่แทน พวกเขาก็ได้รับการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าทึ่งทันทีด้วยการประเดิมระบบใหม่กับนัดแรกที่เสมอ วูล์ฟแฮมป์ตัน พร้อมกับทำสถิติจ่ายบอลสำเร็จมากที่สุดใน 45 นาทีแรกของสโมสร

อย่างที่ทราบความพ่ายแพ้ของพวกเขาก่อนหน้านี้มันมาจากปัญหาในเกมรับ และนั่นก็ได้รับการแก้ปัญหาเช่นกัน ซึ่งยืนยันได้จากสถิติไร้พ่ายใน พรีเมียร์ ลีก 8 นัด และ 10 นัดทุกรายการ ไม่เพียงแค่นั้นพวกเขายังเสียเพียง 2 ประตู

จริงอยู่ที่ก่อนหน้านี้ยอดทีมจากลอนดอนขาดผู้เล่นกองหลังมากประสบการณ์หลังเสีย ดาวิด ลุยซ์ ไป ติเอโก้ ซิลวา จึงเป็นความหวังในแดนรับของพวกเขา และคงไม่มีใครจะใช้งานกองหลังรายนี้ได้ดีไปกว่า โธมัส ทูเคิ่ล ที่เคยร่วมงานกันในถิ่น เปแอสเช มาก่อนอีกแล้ว และแม้ว่าช่วงหลังมานี้เขาจะไม่ได้ลงสนามเนื่องจากอาการบาดเจ็บ แต่ประสบการณ์ของเขาก็มีส่วนช่วยทีมได้อย่างมาก

อีกหนึ่งปราการหลังที่ถูกวิจารณ์อย่างหนักในช่วงก่อนอย่าง คริสเตนเซ่น ก็เริ่มทำได้ดีเช่นกันด้วยการจ่ายบอลสำเร็จถึง 73 ครั้งตอนเกมเจอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และยังทำได้ดีกว่านั้นในเกมเจอลิเวอร์พูล ความนิ่งไม่ลนลานของเขาช่วยทำให้ทีมผ่านพ้นสถานการณ์ที่ยากลำบากและยังรับมือกับทีมที่เกมรุกดุดันอย่างหงส์แดงได้อย่างดี

ขณะที่แนวรับเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว การที่จะให้เกมรุกที่ลงทุนมาอย่างหนักของพวกเขาสมบูรณ์แบบนั้นดูเหมือนจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะ นับตั้งแต่ที่ ทูเคิ่ล เข้ามารับหน้าที่กลยุทธ์ในเกมรุกของพวกเขาก็ปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แสดงให้เห็นว่ามันกำลังอยู่ในช่วงหาจุดลงตัว

SportMob – Timo Werner hopes to “score a few more goals” following his  struggles

จุดน่าสังเกตุคือผลของผู้เล่นแนวรุกแม้จะยังไม่มีตัวทำประตูที่โดดเด่นที่สุด แต่ ติโม แวร์เนอร์ ที่ถูก เจอร์เก้น คล็อปป์ กำชับลูกทีมให้ระวังเป็นพิเศษ แม้ว่าเขาจะทำประตูในเกมนัดนั้นได้ แต่เขานี่แหละคือตัวดึงดูดแนวรับทีมหงส์แดงจน เมสัน เมาท์ หาโอกาสทำประตูได้สำเร็จ ขณะเดียวกันหาก ทูเคิ่ล ต้องการผู้เล่นที่ต้องการทลายแนวรับคู่ต่อสู้ที่อยู่ลึกขึ้นไปอีก โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ก็นับเป็นตัวเลือกที่ดีในเกมนั้น

Giroud's overhead kick in Chelsea's Champions League win proves that at 34,  he's as good as ever

ทุกอย่างมันกำลังลงตัว ความเปลี่ยนแปลงที่นำพาสิงห์บลูส์มาได้ไกลขนาดนี้ คงต้องยกเครดิตให้ โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือที่มาพร้อมกับการยกระดับทีมภายในระยะเวลาสั้นๆ เขานี่แหละคนที่สร้างความแตกต่าง

VIDEO - Chelsea-Trainer Thomas Tuchel verrät: "Um ihn habe ich jahrelang  gekämpft" | Goal.com

“ผมไม่รู้หรอกนะ แต่ผมรู้สึกว่าผมเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของสโมสรตั้งแต่วินาทีแรกที่เข้ามา เราใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น และเมื่อทีมแสดงศักยภาพบนสนามนั่นมันก็เพราะผู้เล่น”