เรื่องเล่าจากปาก”ไนล์ เรนเจอร์” จากดาวสาลิกาดง สู่วงจรแห่งการปล้น,พนัน,กัญชาและห้องขัง!

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

ไนล์ เรนเจอร์ ชื่อนี้เชื่อว่าหลายท่านอาจจะไม่ได้คุ้นหูกันเท่าไหร่ เพราะความตื่นเต้นในสนามฟุตบอลของเขาที่ดับลงไปเร็วกว่าคนอื่น การมีชีวิตนอกสนามแบบโลดโผนเกินใคร ทั้งชิงการชิงทรัพย์,วงจรอุบาทแห่งการพนัน,สิ่งเสพติด จากเด็กอนาคตของนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด สู่ด้านมืดที่ถลำลึก เขาเดินทางไปถึงจึดนั้นได้ยังไง?

ต้องบอกก่อนว่าที่เราหยิบยกเรื่องนี้มาพูดถึง มีต้นตอมาจากการที่เซาท์เอนด์ ยูไนเต็ดจากลีกทูของอังกฤษประกาศเซ็นสัญญาคว้าตัว ไนล์ เรนเจอร์ อดีตหอกดาวรุ่งสาลิกาดง ไปร่วมทีมเป็นคำรบที่ 2 พร้อมกับการที่เจ้าตัวประกาศจะขอมุ่งมั่นกับโอกาสสุดท้ายนี้อย่างบริสุทธิ์ใจ ซึ่งถ้าโดยทั่วไปแล้วก็จะไม่ได้เป็นเรื่องแปลกอะไร ดาวดับจากพรีเมียร์ลีก หล่นลงมาเล่นลีกล่างก็มีให้เห็นถมเถไปนิ

แต่ในเคสนี้มันกลับมีแบ็คกราวที่น่าสนใจกว่านั้น เมื่อไนล์ เรนเจอร์ ที่เคยได้โอกาสไปถึงจุดสูงสุดในชีวิต ประเดิมสนามให้ทีมดังจากถิ่นเซนต์ เจมส์ พาร์คด้วยวัย 18 ปี ผ่านร้อนผ่านหนาวกับชีวิตมาอย่างโชกโชน เพียงแต่ผิดเพี้ยนตรงที่ประสบการณ์เหล่านั้นมันไม่ใช่ความสวยงามบนพื้นสนามสีเขียว แต่กลับเป็นโลกที่เขาไม่ควรจะเข้าไปย่างกรายเลยตั้งแต่แรก

และนี่คือเรื่องเล่าจากปาก ไนล์ เรนเจอร์ กับเส้นทางสายแบดบอย ความผิดหวังในชีวิต และโอกาสครั้งสุดท้ายที่จะปล่อยให้หลุดมือไปไหนอีกแล้ว..

เท่าที่ผมจำความได้ ก็รู้ว่าตัวเองเป็นเด็กมีปัญหามาโดยตลอด ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องแปลกมากนะสำหรับเด็กที่ความทรงจำช่วงต้น คือการมีแม่คอยจูงมือเดินเข้าโบสถ์อยู่เป็นประจำ ตอนเรียนประถม ผมตะโกนด่าพวกครูที่โรงเรียน ไล่พวกเขาให้ไปตายซะ แถมออกไปเล่นสนามข้างหน้าก็มีเรื่องชกต่อยไม่เว้นแต่ละวัน จนกระทั่งมันถึงขีดสุด ผมโดนไล่ออกจากโรงเรียนถาวรจากการเอาถาดในโรงอาหารฟาดใส่ครูและเกือบทำมือของเธอหักไปข้างหนึ่ง

ซึ่งก็เหมือนเด็กทั่วไป ที่ฟุตบอลคือคำตอบ ผู้ใหญ่มักคิดว่าระเบียบวินัยของการเป็นนักกีฬาจะช่วยขัดเกลาเราได้ แต่มันก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ผมเปลี่ยนหรือเข้าที่เข้าทางได้

ตอนอายุประมาณ 10 ขวบคริสตัล พาเลซดึงตัวผมไปร่วมทีม ตอนนั้นผมได้เล่นร่วมกับวิลฟรีด ซาฮาและจอห์น โบสต็อค แต่ก็อยู่ที่นั่นได้แค่ 2 ปี พวกเขาเชิญผมออกจากอะคาเดมี่เพราะพฤติกรรมแย่ๆที่โรงเรียน ผู้คนมักจะชอบพูดถึงนักฟุตบอลสายสตรีท ที่เรียนรู้ทักษะและสั่งสมประสบการณ์จากคอนกรีตข้างถนน แต่ผมกลับลงไปลึกกว่านั้น ผมได้เรียนรู้ชีวิตจากมุมที่มืดที่สุดของลอนดอนเหนือ

ตอนผมเรียนอยู่ ม.1 ในขณะที่เด็กคนอื่นๆเตะฟุตบอลในสนามเด็กเล่น ผมก็จะรอจ้องขโมยโทรศัพท์มือถือจากเสื้อคลุมที่พวกเขามาเอาวางไว้แทนเสาโกล หลังเลิกเรียน ผมก็จะตรงไปที่ ฟินส์บิวรี่ พาร์ค เพื่อขายมันให้กับพรรคพวกกลุ่มคนแอลเบเนีย ที่รู้จักต่อๆกันมาอีกที

ต่อมามันก็เลยเถิดไปถึงการขโมยมือถือตามข้างถนน เงินก็จะหมุนเข้ามาแบบนั้นเรื่อยๆ ปกติแล้วแม่จะให้เงินผมไปโรงเรียนวันละ 2 ปอนด์ แต่ผมไม่ได้เอามันไปซื้อขนมนะ ผมเอาไปใช้ในบ่อน ผมใช้เวลาหมดไปกับการนั่งดูญาตินั่งเดิมพันตู้สล็อต จากนั้นผมก็จะเอาเงินที่ผมได้มาไปฝากให้เขาแทงให้

ช่วงนั้นผมอายุ 13 ครูประจำชั้นตามแม่ผมไปพบที่โรงเรียน พยายามที่จะปรับพฤติกรรมของผม แต่มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย ผมโดนไล่ออกจากโรงเรียนอีกครั้งตอน ม.3 จากการเอาตะเกียงบุนเสนไปเผาเพื่อนร่วมห้อง

ผมถูกส่งไปอยู่ Octagon โรงเรียนพิเศษที่มีไว้สำหรับเด็กที่มีปัญหาทางด้านการเรียนและพวกพฤติกรรมแย่ ที่นั่นมันทำให้ผมรู้สึกเหมือนติดคุกขนาดย่อมเลย ห้องเรียนก็จะเล็กหน่อย มีคนไม่เยอะ สต๊าฟฟ์ในโรงเรียนก็จะทรงตำรวจเข้มๆ เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเราจะไม่ก่อความวุ่นวายที่นี่ แต่มันกับกลายเป็นว่าผมถูกรายล้อมโดยพวกตัวแสบสุดโต่ง พวกเขาไม่ได้ต่างจากผม ซึ่งอยู่ที่นั่นได้ไม่นาน ผมก็เริ่มคิดถึงวันวาน งัดเอาลูกเล่นเก่าลักเล็กขโมยน้อยกลับมาใช้

แต่ฟุตบอลก็ยังเป็นหนึ่งในความหวังที่จะทำให้ชีวิตผมมีอะไรขึ้นมากับเขาบ้าง ผมเข้าไปจอยกับทีมกึ่งอาชีพอย่าง ฮาริงกี้ โบโรห์ เป็นที่ที่มาตรฐานฟุตบอลค่อนข้างดีเลย แถมผมยังได้เอาแรงเหลือล้นมาใช้กับที่นี่ด้วย ซึ่งนันมันคือสิ่งที่ควรจะเป็น แต่เปล่าเลย ผมยังคงวนเวียนอยู่กับการคบเพื่อนกลุ่มเดิมๆ มีอยู่คืนหนึ่งที่ผมและแก๊งค์ร่วมกันเข้าไปขโมยของในโรงเรียนมัธยมปลายใกล้ๆ แต่แล้วผมก็ถูกจับ ประกันตัวออกมาและถูกสั่งกักบริเวณเป็นเวลา 7 เดือน แต่ผมก็ไม่ได้คิดจะหยุด ระหว่างที่โดนสั่งห้ามไปไหนมาไหน ผมก็ออกปล้นบ้านคนเรื่อยๆ

แม่ผมทนไม่ไหว เธอไปแจ้งความกับตำรวจ และผมก็โดนจับคดีลักทรัพย์อีกครั้ง พวกเขาต้องติดเครื่องติดตามไว้ที่ข้อเท้าของผม แต่ผมก็หาทางถอดมันออกได้อยู่ดีโดยใช้สารล่อลื่นชนิดพิเศษ เพื่อออกขโมยของตามบ้านต่อ

ผมมีโอกาสได้ย้ายไปร่วมกับทีมกึ่งอาชีพอีกทีมชื่อว่า รอมฟอร์ด เอฟซี ที่ที่ซึ่งผมไปซ้อมตลอดสัปดาห์ และพอถึงสุดสัปดาห์ก็มีหน้าที่ยิงประตูเป็นว่าเล่น จากนั้นก็ได้โอกาสไปลงทะเบียนร่วมอะคาเดมี่ฟุตบอลที่มี แดนนี่ ชิตตู อดีตดาวเตะควีนส์ พาร์ค เรนเจอร์สและทีมชาติไนจีเรียเป็นเจ้าของ

ระหว่างอยู่ที่นั่น นอกจากจะใช้เวลาฝึกฝนฟุตบอลแล้ว ผมก็ยังวนอยู่กับการปล้นบ้าน,การพนัน หรือแม้แต่มั่วสุมสูบกัญชา มันไม่น่าจะเป็นโลกที่มาบรรจบกันได้เลยด้วยซ้ำ มีอยู่ครั้งหนึ่งหลังเลิกซ้อม ผมรีบเข้าไปขโมยโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องในห้องแต่งตัว แต่ถูกจับได้คาหนังคาเขา พวกเขาเจอมือถือพวกนั้นในกระเป๋าของผม ชิตตูถามผมว่ามันไปอยู่ในนั้นได้ยังไง? ผมก็ปฏิเสธไปว่าไม่ได้ทำ แต่เขาไม่ได้จะถูกผมปั่นประสาทง่ายๆ เขาไล่ผมออกจากอะคาเดมี่ เราไม่ได้เจอกันอีกเลย จนกระทั่งพบกันอีกครั้งในวันที่ผมเล่นให้นิวคาสเซิ่ล และเขาอยู่กับควีนส์ พาร์ค เรนเจอร์ส

มันเป็นอีกครั้งที่ผมทำลายอนาคตชีวิตตัวเอง หลังจากพ้นข้อหาลักทรัพย์สองหนก่อนหน้านั้น ผมรู้สึกว่าฟ้าก็เห็นใจและอยากให้โอกาสผมกลับตัวเหมือนกัน และมันควรจะเป็นเหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตผมให้ดีขึ้นสักที แต่แล้วไปๆมาๆมันกลับแย่ลง ผมถลำลึกลงไปยิ่งกว่าเดิม จำได้ว่าผมและเพื่อนๆ เราเคยขึ้นรถเมล์ไปเพื่อขโมยโทรศัพท์คนบนรถ หลังจากพอใจแล้วเราก็จะกระโดดลงมาเพื่อรอขึ้นไปจี้คันต่อไป และก็โจมตีแบบที่ทำ ตอนนั้นเรามีมือถือเยอะยิ่งกว่าคอนเซ็นเตอร์เสียอีก

แต่นั่นก็ใช่ว่าจะพอ เราเริ่มออกป่วนตามท้องถนน ฉกมือถือจากมือคนที่เดินผ่านไปผ่านมา ทันใดนั้นก็มีรถตำรวจเลี้ยวโค้งเข้ามาดักเรา ชิบหายแล้ว! เราวิ่งหนีกระโดดแหวกพุ่มไม้เข้าไป แต่ก็ไม่ได้เร็วเกินกว่าจะพ้นการจับกุม

เจ้าหน้าที่ค้นจนเจอที่ซ้อนของของเรา ผมถูกจับกุมไปยังสถานีตำรวจ ได้นอนห้องขังอยู่ 3 วันเต็มๆ ตำรวจพาผมไปสอบปากคำ พวกเขาถามคำถามอะไรมา ผมก็เงียบเฉยไม่ยอมตอบออกไปแม้แต่คำถามเดียว พวกเขาตั้งข้อหาใช้อาวุธกรรโชกทรัพย์ ผมถูกประกันตัวออกมาอีกครั้ง พร้อมกับรอวันนัดไตร่สวนคดีในศาล ครั้งนี้มันเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตแล้ว

ระหว่างที่ผมเฝ้ารอหมายศาลมาส่งที่บ้าน ผมก็อดใจไม่ไหว ละเมิดการกักบริเวณออกไปอีก บ่ายวันหนึ่งผมออกไปขโมยคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปราคา 700 ปอนด์มาได้ แต่ก็ดันมาถูกจับอีกครั้งจากกรณีมีไอพอดที่ถูกแจ้งสูญหายเอาไว้ในครอบครอง

ตอนผมอายุ 15 แม่เริ่มทนไม่ไหว เธอจะไล่ผมออกจากบ้าน แต่ผมก็อ้อนวอนขอโอกาสสุดท้าย เธอจึงส่งผมไปอยู่ศูนย์ฝึกฟุตบอลเยาวชนของวิทยาลัยเซาท์เกต พวกเขามีการจัดโปรแกรมฝึกซ้อมระดับอะคาเดมี่ แถมยังมีคอนเนคชั่นกับพวกสโมสรอาชีพอีกต่างหาก ตอนนั้นเรามีโอกาสได้เล่นเกมปรีซีซั่นเจอกับเยาวชนของเซาแธมป์ตัน ผมลงมาในฐานะตัวสำรองก่อนยิง 2 ประตูช่วยทีมเอาชนะไปได้ในวันนั้น

ไม่กี่สัปดาห์ต่อมา โค้ชของผมได้รับสายตรงจากเซาแธมป์ตัน บอกว่าพวกเขาต้องการที่จะดูผมเล่นอย่างจริงจัง ผมได้เข้าไปร่วมซ้อมกับทีมชุดเล็กของพวกเขา ก่อนจะได้รับยื่นข้อเสนอเป็นทุนเรียนฟรี 2 ปีหลังจากมาทดสอบฝีเท้าได้ไม่กี่วัน

เซาแธมป์ตันเป็นที่ที่ห่างไกลจากสิ่งยั่วยุในลอนดอน เหมาะสำหรับการลืมความหลังอันผิดพลาดและเริ่มต้นใหม่ พวกเขาจ่ายค่าเหนื่อยผม 110 ปอนด์ต่อสัปดาห์ และก็ให้ผมอยู่ร่วมในบ้านพักกับพวกเด็กในอะคาเดมี่คนอื่นๆ หลังจากนั้นผมก็เริ่มสนิทสนมกับ แบรดลี่ย์ ไรท์-ฟิลลิปส์, นาธาน ไดเออร์,และ เดวิด แม็คโกลดริก

ในสนามผมยิงประตูเป็นว่าเล่น ส่วนนอกสนามผมก็ยังติดเล่นรักสนุกอยู่ พอถึงตอนดึก ผมจะย่องออกไปจากบ้านพักและวิ่งที่รถของแม็คโกลดริก พร้อมกับไรท์ ฟิลลิปส์และไดเออร์ พวกเราออกไปเที่ยวไนท์คลับกันประจำ จนในที่สุดเจ้าของบ้านพักก็มาจับได้ว่าผมแอบหนีไปข้างนอก เธอเอาเรื่องนี้ไปบอกกับสโมสร ซึ่งนำไปสู่บทลงโทษ

เอาจริงๆเซาแธมป์ตันไม่เคยรู้เรื่องวีรกรรมในอดีตของผมเลย ผู้อำนวยการอะคาเดมี่ถึงกับช็อก เมื่อรู้ว่าสโมสรได้รับจดหมายจากสำนักงานอัยการเรื่องที่ผมต้องขึ้นศาลเพื่อรับการพิจารณาคดีชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธ

ระหว่างขั้นตอนพิจารณาคดีของศาลกำลังดำเนินไป สโมสรได้พยายามชี้แจงเรื่องความสามารถของผมต่อผู้พิพากษา รวมถึงทัศนคติที่ผมกำลังพยายามกลับตัวกลับใจ แต่มันก็ไม่สามารถเปลี่ยนคำตัดสินอะไรได้ ผมถูกพิพากษาให้ย้ายไปอยู่สถานพินิจคุ้มครองเด็กและเยาวชนเป็นเวลา 4 เดือน

ทันทีที่ได้ยินคำติดสิน ผมแทบขาอ่อนล้มทั้งยืนไปเลย ผมเริ่มร้องไห้หลังจากเห็นคุณป้าน้ำตาไหลสะอึ้กสะอื้น เพราะไมเคิ่ลลูกของเธอและญาติของผม จะต้องมาติดคุกกับผมด้วย เราถูกขังอยู่ข้างในเป็นเวลา 23 ชั่วโมงต่อวัน แต่ผมเองก็พยายามทำให้ตัวเองยังมีชีวิตชีวาด้วยการเล่นฟุตบอลให้กับทีมของเรือนจำ

หลังจากวันพิพากษาผ่านไป 2 เดือน ผมถูกปล่อยตัวออกมาและรีบกลับไปหาเซาแธมป์ตันโดยอย่างด่วน พวกเขาบังคับผมให้ย้ายไปอยู่แฟลทกับแม่ เพื่อให้แม่คอยสาดส่องดูแลผมไม่ให้เถลไถล

ผมเริ่มได้ลงเล่นและกลับมาสนุกกับการยิงประตูอีกครั้ง แต่แล้วมันก็วนมาแบบเดิม ผมกลับมาสู่วังวนแห่งการทำลายอนาคตตัวเอง ผมเริ่มลักขโมยรองเท้าสตั๊ด ชุดซ้อม หรือแม้แต่กล่องช็อคโกแลตของทีมงานสต๊าฟฟ์ ผมเอาของที่ขโมยมาไปแอบไว้ตามพุ่มไม้ และเตรียมออกเดินทางไปลอนดอน ติดตรงที่ว่าโค้ชมาเจอเสียก่อน พวกเขาไม่ต้องเสียเวลาหาผู้กระทำผิดเลย แม้ว่าผมจะวิงวอนขอร้องโอกาสจากไนเจล เพียร์สัน กุนซือชุดใหญ่แล้วก็ตาม แต่ทางเดียวที่เหลือสำหรับผม คือการตรงไปที่ประตูทางออกเท่านั้น

แต่ดูเหมือนตอนนั้นเอเยนต์ส่วนตัวผมจะไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลย เขายังต้องรับโทรศัพท์ฟังข้อเสนอมากมายจากสโมสรต่างๆที่ต่อสายเรียงกันเข้ามา

หลังจากออกมาจากเซนต์แมรี่ส์ได้นาน ผมก็ได้ถูกเชิญไปทดสอบฝีเท้าที่สวินดอน ทาวน์ ผมโชว์ยิงประตูด้วยลูกจักรยานอากาศ พวกเขารีบยื่นข้อเสนอค่าเหนื่อย 250 ปอนด์ต่อสัปดาห์ให้ผมกลับไปพิจารณาทันที แต่ก่อนที่ผมจะได้เอ่ยปากตอบตกลง เอเยนต์ของผมโทรมาตามบอกว่าให้ช่วยออกไปหาที่เบอร์เกอร์คิงใกล้ๆหน่อย สิ่งที่เขาบอกผมคือ มีข้อเสนอจากนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดเข้ามา มูลค่ามากกว่า 3 เท่า แถมจ่ายค่าเซ็นสัญญาให้ 20,000 ปอนด์ทันที

เรื่องข้อเสนอบนกระดาษมันไม่ใช่ปัญหา ผมแทบตอบตกลงแบบไม่ต้องคิด มันติดตรงที่ว่าผมต้องห่างจากบ้านไปไกลเรื่องเดียวเลย ผมปรึกษาพูดคุยกับเดนนิส ไวส์อยู่หลายหนกว่าจะตกลงเซ็นสัญญา

ผมอยู่ร่วมห้องกับนักเตะเยาวชนอีก 2 คน แถมยังมีเกล็นน์ ซึ่งเป็นคนคุมหอพักเจ้าระเบียบคอยดูแล เขามีหน้าที่ทำให้แน่ใจว่าเราจะเสร็จสิ้นการกินอาหารเย็นเฉพาะในโรงอาหารเท่านั้น หรือการเข้านอนที่ต้องตรงเวลาเหมือนกันทุกคน กิจวัตรประจำวันที่เป็นระเบียบเหล่านี้ช่วยผมได้มาก ผมเริ่มจับจังหวะเกม ยิงประตูให้ทีม U-18 และชุดสำรองได้อยู่เรื่อย จนเควิน คีแกนเรียกผมขึ้นไปซ้อมกับทีมชุดใหญ่ นั่นเป็นครั้งแรกเลยที่ผมได้พบเขา ผมพูดอะไรไม่ออก ได้แต่อึ้ง จนเขาแนะนำตัวเองขึ้นมาว่า “เอาล่ะ ฉันคีแกนนะ!” พร้อมกับโน้มตัวหัวเราะ ก่อนจะเตือนผมว่าต่อจากนี้ให้เรียกเขาว่าโค้ชเท่านั้น

ไม่กี่เดือนก่อนหน้า ผมยังเข้าไปนอนในคุกอยู่เลย แต่ตอนนี้ผมได้มาเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ข้างอลัน เชียร์เรอร์และไมเคิ่ล โอเว่น มันบ้ามาก ผมได้แต่ถ่อมตัวตอนที่อยู่นั่น และไม่กี่สัปดาห์ต่อมา ผมก็ได้มีชื่อบนม้านั่งสำรองในเกมพรีเมียร์ลีกพบอาร์เซน่อลที่เอมิเรตส์ สเตเดียม เราเดินทางลงไปลอนดอนด้วยเครื่องบินส่วนตัว ผมจำได้ตอนนั้นโอเว่นและนิคกี้ บัตต์ยังจับมือพนันกัน 500 ปอนด์ ว่ากระเป๋าใครจะออกมาจากสายพานก่อนกัน มันเหมือนอยู่คนละโลกกับที่ผมผ่านมาลย นัดนั้นเราแพ้ 3-0 คีแกนประกาศลาออกในอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมา ในขณะที่ผมก็เข้าๆออกทีมชุดใหญ่ ยิง 15 ประตูให้ทีมชุด U-18 รวมถึงอีก 7 ประตูกับทีมสำรองในช่วงปี 2008-2009

ผมถูกตอบแทนผลงานด้วยสัญญาระยะยาวฉบับใหม่ 3 ปีครึ่ง ระบุค่าเหนื่อยเป็น 10,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ พร้อมกับโบนัสลงเล่นและทำประตูแนบมาด้วย ตอนนั้นผมเพิ่งอายุ 18 แถมยังไม่เคยได้ลงประเดิมสนามให้ทีมชุดใหญ่เลย จนกระทั่งการเปลี่ยนตัวในวันนั้น เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2009 ผมลงสนามไปในนาทีที่ 89 ของเกมแชมเปี้ยนชิพที่เราเจอกับเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน

ผมต้องใช้เวลาถึงเดือนธันวาคมเลยกว่าจะยิงประตูแรกให้ทีมได้ เป็นนัดที่ออกไปเยือนโคเวนทรี ส่วนประตูที่สองตามมาในเดือนมกราคมกับชัยชนะที่เซนต์ เจมส์ พาร์คเหนือคริสตัล พาเลซ ผมลงสนามช่วยทีมไปทั้งสิ้น 30 นัดในซีซั่นนั้น พร้อมกับสโมสรที่ได้เลื่อนชั้นกลับสู่พรีเมียร์ลีกอีกครั้งหลังหล่นมาปีเดียว แต่นั่น…ไม่ใช่ภาพทั้งหมด

ชีวิตนอกสนาม ผมมีปัญหากับกุนซือย่าง คริส ฮิวจ์ตัน ที่ถูกแต่งตั้งขึ้นมารับตำแหน่งนายใหญ่เมื่อช่วงต้นปี 2009-10 ผมเริ่มมาซ้อมสายบ่อยขึ้นๆ เพราติดเที่ยวกลางคืนในช่วงกลางสัปดาห์ เช่นเดียวกันกับการชอบใช้เวลาว่างอยู่ในคาสิโน

ผมใช้เงิน 30,000 ปอนด์ (1.2 ล้านบาท) หมดกับการพนันในช่วงระยะเวลาสองเดือน แถมยังไปยืมเงิน 70,000 ปอนด์ (3 ล้านบาท) จากฮาเต็ม เบน อาฟาร์,สตีเว่น เทเลอร์,และฟาบริซิโอ โคลอชชินี่ มาช่วยใช้หนี้อีกต่างหาก เรื่องแดงถึงสโมสร สุดท้ายพวกเขาสั่งแบนผมจากคาสิโนทุกหนแห่งในเมืองนิวคาสเซิ่ล ในขณะที่โคลอชชินี่ก็จับผมมานั่งพูดคุย ช่วยเตือนถึงความน่ากลัวของการพนัน

มาร์ค วิดูก้าคืออีกหนึ่งแบบอย่างที่ดี เขามักย้ำเตือนบรรดานักเตะดาวรุ่งถึงการเก็บออมเงิน อลัน สมิธก็ด้วย เขายังคงขับรถคันเก่าของเขา โดยไม่สนใจว่าตัวเองจะได้ค่าเหนื่อยมากมายก่ายกองขนาดไหน เขาเป็นตัวอย่างที่ดี แต่ผมก็ไม่ได้สนใจ

โบนัสเลื่อนชั้นจำนวน 96,000 ปอนด์ (4 ล้านบาท) ถูกโอนเข้ามาในบัญชีผม ผมเอาเงินนั่นไปใช้ถอยเรนจ์ โรเวอร์ตัวใหม่ป้ายแดงออกมาขับ จนในที่สุดโค้ชก็สังเกตเห็น จากการที่แอนดี้ แคร์โรลล์เอารถผมไปขับ แต่ดันไปจอดทับที่จอดของฮิจ์ตันเสียอย่างนั้น

โค้ชเตือนผมเรื่องการใช้เงินและอย่าให้ความโลภมาครอบงำ แต่ก็เหมือนหูซ้ายทะลุหูขวานั่นแหละ ผมยังคงทำหน้าที่ตัวเองในสนามเหมือนเดิม ผมยิงประตูในเกมลีก คัพ ที่นิวคาสเซิ่ลชนะเชลซี 4-3 เมื่อกันยายนปี 2010

หลังจบเกม เรื่องฟอร์มในสนามของผมถูกกลบเงียบทันที หลังทีมงานของสโมสรเข้ามาแจ้งข่าวว่า สื่อหนังสือพิมพ์กำลังจะตีพิมพ์รูปผมระหว่างกำลังถือปืนในฉบับพรุ่งนี้เช้า ซึ่งมันมาจากรูปโปรไฟล์ WhatsApp ของผมเองที่ถือปืนบีบีกัน จากนั้นก็มีคนแอบเซฟไปส่งให้นักข่าว สโมสรลงโทษงดจ่ายค่าเหนื่อยผม 2 สัปดาห์ แต่ก็เป็นเรื่องเล็กและถูกลืมได้ หากเทียบกับสัญญาฉบับใหม่ 5 ปีที่พวกเขายื่นให้ผมเซ็นในอีก 3 เดือนต่อมา

นิวคาสเซิ่ลมีแต่จะแสดงถึงความรักที่มีต่อผม ผมสิ่งที่ผมตอบแทนพวกเขากลับเป็นความเหลวแหลก หลังจากคืนหนึ่งที่ผมออกไปเที่ยวกลางคืนมา ผมกำลังขับรถกลับบ้านโดยมีแฟนสาวของผมนั่งอยู่ตรงเบาะหน้าด้วย ผมเจอด่านตำรวจก่อนถูกจับเป่าแอลกอฮอล ค่าที่ออกมามันเกินกว่ากฏหมายกำหนด ผมถูกนำตัวไปฝากไว้ในห้องขังจนถึงเช้า จ่ายค่าปรับ 3000 ปอนด์ พร้อมกับถูกสั่งห้ามขับขี่เป็นเวลา 1 ปีเต็ม

สถานการณ์ที่นิวคาสเซิ่ล ช่วงนั้นอลัน พาร์ดิวเข้ามารับตำแหน่งต่อแล้ว หลังจากฮิวจ์ตันถูกปลดออกไปเมื่อเดือนธันวาคมปี 2010 และจากการที่ผมไม่รักษาเวลา ชอบมาซ้อมสาย พวกเขาจึงจับผมไปซ้อมกับทีมเยาวชนเพื่อเป็นการลงโทษ แถมยังแย่ไปกว่านั้นเมื่อผมต้องขึ้นโรงขึ้นศาลอีกครั้ง หลังไปทำร้ายร่างกายชายสองคนที่ใช้วาจาเหยียดและพยายามทำร้ายผมในที่สาธารณะ

ระหว่างที่ตำรวจกำลังจะเข้ามาล็อคตัวผม ด้วยความผวาและตกใจกับสถานการณ์ ผมจึงเผลอไปผลักพวกเขาออกจากตัว ทีนี้นอกจากผมจะโดนคดีทำร้ายร่างกายแล้ว ผมยังโดนข้อหาฝ่าฝืนการจับกุมอีก ผมยอมรับสารภาพแต่โดยดี และโชคดีที่ได้กล้องวงจรปิดในวันนั้นช่วยหนุนให้คำให้การณ์ของผมมีหลักฐานน่าเชื่อถือ

ผมใช้เวลาในช่วงซีซั่น 2011-12 ยืมตัวอยู่กับบาร์นส์ลี่ย์และเชฟฟิลด์ เวนด์สเดย์ (พร้อมกับยิงประตูในเกมสุดท้ายช่วยขุนพลนกฮูกคว้าตั๋วเลื่อนชั้นขึ้นมาเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ได้สำเร็จ) ซึ่งนั่นหมายความว่าผมยังไม่ได้ทิ้งฟุตบอล เพียงแต่การจะกลับไปนิวคาสเซิ่ลนั้นไม่น่าจะเป็นไปได้แล้ว ผมเริ่มกลายเป็นคนหัวเสียหงุดหงิด มีบ้างที่ไปทะเลาะกับแฟนบอลในทวิตเตอร์ โดยเฉพาะพวกที่เข้ามาวิจารณ์ด่าในช่วงที่ทีมฟอร์มไม่ดี

เมื่อใดก็ตามที่ใครทำให้ผมโมโห มันจะยับยั้งตัวเองไม่อยู่ และแล้วเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2013 ผมก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบตัวอีกครั้ง หลังตกเป็นผู้ต้องหาในคดีข่มขืน หลังจากหลับนอนกับหญิงสาวที่เจอตอนออกไปเที่ยวกลางคืน มันไม่มีอะไรมากไปกว่าแค่วันไนท์สแตนด์เลย แต่สุดท้ายตำรวจก็ตั้งข้อหาผม ซึ่งนั่นก็เพียงพอที่จะทำให้นิวคาสเซิ่ลยกเลิกสัญญาผมกระทันหัน เวยเอ้ย!

ทีนี้ไม่มีทีมไหนอยากจะติดต่อผมแล้ว ผมมีคดีในอดีตยาวเป็นหางว่าว แถมยังมีคดีข่มขืนที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบอีก หลังจากใช้เวลากว่า 5 เดือนเต็มเป็นแข้งฟรีเอเยนต์ไม่มีสังกัด ในที่สุดผมก็เซ็นสัญญา 1 ปีกับสวินดอน ทาวน์ รับค่าหนื่อย 4000 ปอนด์ ถ้าถึงตอนนี้ พวกคุณคิดว่าผมได้รับบทเรียนไปแล้วละก็ บอกเลยว่าคุณคิดผิด !

ผมยิงไปทั้งสิ้น 8 ประตูจาก 23 เกมที่ลงเล่นในลีกวัน แต่ก็ยังคงถูกโค้ชดร็อปบ่อยครั้งจากนิสัยชอบมาซ้อมสาย หรือ ไม่ก็โดดซ้อมไปเลย แต่มันก็มีข่าวดีอยู่บ้าง เมื่อผมถูกแจ้งว่ารอดพ้นข้อหาคดีข่มขืนเรียบร้อยเมื่อเดือนมีนาคม 2014

แต่อยู่ดีๆได้ไม่นาน ผมก็มาถูกจับอีกครั้ง จากข้อหาดื่มเฮนเนสซี่เข้าไป 3 ขวดแล้วดันเมาไปตบหน้าเพื่อนที่เป็นสุภาพสตรี โชคดีที่เธอไม่ได้ติดใจเอาเรื่อง แต่ผมก็ถูกปรับเงินจำนวน 3000 ปอนด์อยู่ดีจากกรณีทำลายข้าวของ เตะประตูบ้านกลางดึกเพียงเพราะหากุญแจไม่เจอ และคงไม่แปลกที่สวินดอนจะยกเลิกสัญญาผมเหมือนกับสโมสรอื่นที่ผ่านมา

ผมย้ายไปร่วมทีมกับแบล็คพูลในอีก 3 เดือนถัดมา มันไม่ใช่การตัดสินใจที่ดีเลย สโมสรรู้ดีว่าผมมันสิ้นหวัง หัวใจมันอยู่ที่การพนันและการเที่ยวเตร่กลางคืนหมดแล้ว

ผมได้รับข้อเสนอเป็นดีลค่าเหนื่อย 150 ปอนด์ต่อสัปดาห์ และจะได้อีก 3000 ปอนด์ต่อเกมหากผมได้ลงเล่นในเกมนั้นๆ ระหว่างช่วงเดือนสิงหาคมถึงพฤศจิกายน ผมยิง 2 ประตูใน 14 เกมที่ลงเล่นในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ แต่ผมก็ไม่ได้มีความสุข ผมต้องอาศัยอยู่ในโรงแรมที่ติดกับสนามแข่ง แฟนสาวก็ดันมาทิ้งไปหลังจับได้ว่าผมนอกใจเธอระหว่างมาที่แบล็คพูล เธอขับรถกลับลอนดอนด้วยความโมโห ส่วนผมก็สตาร์ทรถเหยียบมิดตามไปง้อบนมอเตอร์เวย์กว่า 30 นาที ก่อนที่ตำรวจจะขับมาสั่งให้ผมหยุด

และแล้วผมก็กลับไปแบล็คพูล ซึ่งหลังจากถูกดร็อปเมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคม ไร้ชื่อในเกมเหย้ากับเบอร์มิ่งแฮม ผมจึงตัดสินใจหนีกลับลอนดอนและอยู่ที่นั่นตลอด 6 เดือนต่อมา

สโมสรปรับเงินผมทุกครั้งที่ผมขาดซ้อม แต่ผมไม่ได้สนใจอะไรแล้ว ผมมีสัญญาระยะสั้นแค่ 12 เดือน และผมรู้ว่าพวกเขาก็คงไม่ต่อมันออกไปหรอกหลังจบฤดูกาล แต่บ้าบอเถอะ พวกเขางัดออปชั่นขยายสัญญาผมต่ออีก 1 ปีออกมาใช้และสั่งให้ผมกลับไปร่วมทีมในช่วงปรีซีซั่น ผมกลับไปรายงานตัวช้าไป 4 สัปดาห์ ซึ่งตอนนั้นพวกเขาลงเล่นนัดอุ่นเครื่องปาไป 4 เกมแล้ว

ผมถูกจับไปแยกซ้อมเดี่ยว วิ่งขึ้นๆลงๆอยู่ตรงชายหาด แต่ไม่มีวี่แววว่าจะได้เข้าใกล้ทีมของนีล แม็คโดนัลด์เลย แม้ว่าจะออกมาให้สัมภาษณ์ขอโทษต่อพฤติกรรมที่ขาดความเป็นมืออาชีพก็แล้วก็ตาม ท้ายที่สุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2016 ผมก็ถูกปล่อยตัวออกมา

ผมไม่ได้ลงเล่นฟุตบอลอีกเลย จนกระทั่งเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นเกมแรกของผมนับตั้งแต่พฤศจิกายน 2014 หรือเกือบ 2 ปีเต็ม หลังเซ็นสัญญา 1 ปีกับเซาท์เอนด์ สัญญาของผมตอนนั้นเหมือนไม่ได้เล่นเพื่อนแลกเงิน เหมือนแลกถั่วลิสงมากกว่า เพราะมันน้อยเหลือเกิน

จนกระทั่งผมยิง 2 ประตูให้ทีม ลูกหนึ่งที่บิวรี่ส่วนอีกลูกที่โอลด์แฮม ส่งผลให้ฟิล บราวน์ประทับใจและเชื่อมั่นในตัวผม มอบสัญญา 3 ปีให้ผมเซ็นเป็นมูลค่าค่าเหนื่อย 3000 ปอนด์ต่อสัปดาห์เป็นรางวัล

เขามอบความเชื่อมั่นให้ผม โดยที่ไม่รู้ว่าจะต้องมาเสียใจภายหลัง ผมถูกตั้งข้อหาฉ้อโกงทางออนไลน์ในอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมา ซึ่งระหว่างนั้นผมสามารถยิงประตูได้ 4 เกมติดต่อกันระหว่างช่วงมีนาคมถึงเมษายน พร้อมกับเป็นคนที่มีคดีติดตัวมีนัดขึ้นโรงขึ้นศาลอีกตามเคย

แม้ในสนามผมจะเป็นนักเตะที่พึ่งพาได้ ยิงประตูได้ แต่ความรื่นรมมันก็ไม่เคยอยู่กับผมนาน หลังจากฤดูกาลนั้นปิดฉากลง ผมก็ถูกพิพากษาให้จำคุก 8 เดือนข้อหาร่วมกันก่อคดีฉ้อโกง ผมใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำ เพนตันวิลล์เป็นเวลา 10 สัปดาห์ ก่อนถูกปล่อยออกมาก่อนกำหนดเพราะรักษาความประพฤติดีระหว่างอยู่ข้างใน แต่ยังต้องล็อคเครื่องติดตามไว้ที่ข้อเท้าเป็นเวลา 5 สัปดาห์ นอกจากนี้ยังถูกสั่งห้ามออกจากที่พักหลัง 1 ทุ่ม ซึ่งนั่นหมายความว่าผมจะไม่สามารถลงเล่นเกมกลางสัปดาห์ที่เตะค่ำได้

เซาท์เอนด์หวังดีกับผมมาตลอด ผมได้โอกาสลงเล่นถึง 21 เกมตลอดครึ่งซีซั่นแรกของปี 2017-2018 แต่สุดท้ายก็มาโดนยกเลิกสัญญาในเดือนมกราคม เพราะพวกเขาหมดความอดทนกับเรื่องมาสายและการไม่รักษาเวลาของผม

นับตั้งแต่นั้น มันเหมือนกับว่าฟุตบอลจะเริ่มหนีห่างออกจากผมไปเรื่อยๆ ผมกลายเป็นเหมือนอุซามะฮ์ บิน ลาดินแห่งวงการฟุตบอล ผมไปร่วมซ้อมกับอ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ดอยู่หลายสัปดาห์เมื่อช่วงปี 2018 แต่ก็ปฏิเสธสัญญาจากพวกเขาไป เพราะข้อเสนอไม่เข้าตา รอชเดลยื่นข้อเสนอ 1000 ปอนด์ต่อสัปดาห์มาให้ผมเมื่อซีซั่นที่แล้วหลังจากทดสอบฝีเท้า แต่ผมก็ขอผ่าน เพราะพวกเขาต้องการให้ผมไปอยู่อพาร์ทเม้นร่วมกับเพื่อนร่วมทีมใหม่ ซึ่งมีแฟนสาวของเขาอยู่ด้วย เพื่อไม่ให้ผมกลับไปเป็นแบบเก่า ตามตรงเลยนะ ทั้งสองข้อเสนอมันช่างงี่เงาจริงๆ

หลังจากแยกทางกับเซาท์เอนด์ ผมก็ย้ายกลับบ้านไปอยู่กับแม่ ออกไปเตะบอลข้างละ 5 คนเพื่อรักษาความฟิต แต่มันก็ห่างไกลจากฟุตบอลอาชีพ เหมือนคนละโลกกันเลย

ตอนนี้ผมได้โอกาสกลับมาที่เซาท์เอนด์อีกครั้ง มีเวลาสองปีเต็มที่จะแก้ไขสิ่งที่ผมทำผิด รวมถึงทุกคนที่ผมทำให้เสียใจตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ตลอดเวลานั้นผมมิอาจแม้แต่จะโทษใครได้เลย มันเป็นการทำลายชีวิตตัวของผมเองล้วนๆ

ผมโชคดีที่ยังมีโอกาสให้ได้แก้ไขและเปลี่ยนแปลงตัวเอง ผมจะมีอายุครบ 29 ปีในเดือนเมษายนนี้ และก็รู้ว่าไม่ควรมาเสียเวลากับอะไรที่เปล่าประโยชน์อีกแล้ว ผมหวังและขอภาวนาให้ตัวเองสามารถตอบแทนโอกาสครั้งสุดท้ายนี้ เพราะถ้าผมได้โอกาสนั้น ผมพร้อมแล้วที่จะคว้ามันไว้ด้วยสองมือของผมเอง