เมสซี่เปลี่ยนตำแหน่ง! เหตุผลหลักที่ทำให้ “เปแอสเช” เต็งแชมป์ยุโรป

ลิโอเนล เมสซี่

เพียงแค่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเล่นใหม่นิดหน่อย ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ก็เริ่มต้นฤดูกาลใหม่ได้อย่างสวยงาม ผ่านไป 3 นัดพวกเขาทำประตูใส่คู่ต่อสู้ไป 17 ประตู ด้วยเกมรุกอันดุดันที่ผสมผสานสามดาวดังได้อย่างลงตัวทำให้พวกเขากลายเป็นอีกหนึ่งทีมที่น่ากลัวที่สุดในตอนนี้

5. เนย์มาร์ เล่นเกมรุกสบายมากขึ้น

เนย์มาร์ ในเกมเจอกับ ลีลล์

เริ่มกันด้วยประเด็นแรก และมันก็เกี่ยวกับ เนย์มาร์ ดาวเตะบราซิเลียนชื่อดังที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในเรื่องของทักษะ ความพริ้วไหว เขาคือหนึ่งในผู้เล่นที่เอาตัวรอดเก่งที่สุดในพื้นที่แคบๆ และยังเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เล่นในสไตล์บราซิเลียนได้ชัดเจนที่สุดในยุคสมัยนี้

รูปแบบการเล่นใหม่ของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ขณะนี้ มีการปรับเปลี่ยนให้ เนย์มาร์ ขยับมาเล่นในตำแหน่งที่ลึกมากกว่าเดิม มากกว่า 2-3 ซีซั่นก่อนหน้านี้ ด้วยการที่เป็นนักเตะที่มีฝีเท้าจัดจ้านทำให้เขาอันตรายกว่าเดิมมากขึ้น มันยากที่จะคาดเดาว่าเขาจะแสดงกระบวนท่าอะไรออกมา

อย่างไรก็ตามการให้โอกาสเขาเล่นในตำแหน่งที่ใกล้กับกรอบเขตโทษมากขึ้นนั้น มันเป็นเรื่องที่อันตรายต่อแนวรับคู่ต่อสู้อย่างมาก เพราะเขาก็แสดงให้เห็นแล้วว่ามันได้ผลด้วยการทำไป 5 ประตูกับอีก 6 แอสซิส จากการลงเล่นเพียง 3 เกมใน ลีก เอิง ฤดูกาลนี้

4. เนย์มาร์ และ เอ็มบัปเป้ กลายเป็นกองหน้าสุดอันตราย

เนย์มาร์ และ เอ็มบัปเป้ กลายเป็นกองหน้าสุดอันตราย

นับว่าเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมเท่าไหร่หากจะพูดถึงเพียงแค่ เนย์มาร์ เพียงอย่างเดียว เพราะทางแข้งรุ่นน้องอย่าง คีลิยัน เอ็มบัปเป้ เองก็โชว์ฟอร์มได้จัดจ้านไม่แพ้กันด้วยการเก็บแฮตทริกในเกมที่เจอกับ ลีลล์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และเราก็ได้ทราบกันแล้วว่าคู่นี้มันเป็นสองกองหน้าที่อันตรายจริงๆ

หลังจากที่ ลิโอเนล เมสซี่ หันไปทำหน้าที่สนับสนุนอย่างจริงจัง ทั้งสองกองหน้าของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ก็เล่นง่ายขึ้น บอลจะมาถึงพวกเขาได้อย่างง่ายได้ด้วยทักษะและประสบการณ์การมองเกมที่เฉียบขาดของดาวเตะอาร์เจนไตน์ ทางด้าน เนย์มาร์ เองก็ไม่ต้องลงต่ำไปเพื่อจะเอาบอลก่อนจะมองหา คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ด้วยตัวเอง

จากประเด็นนี้เราจะสังเกตุได้เลยว่าการที่ได้เพลย์เมกเกอร์มากประสบการณ์และฝีเท้าร้ายกาจคอยสนับสนุนอยู่นั้น ทำให้พวกทั้งคู่เล่นง่ายขึ้นมาก พวกเขาสามารถโชว์ศักยภาพในเกมรุกได้อย่างเต็มที่มากขึ้น การสวนกลับของพวกเขามันจึงเป็นจังหวะที่น่ากลัวที่สุด

3. ลิโอเนล เมสซี่ สัมผัสบอลมากขึ้น

ลิโอเนล เมสซี่ สัมผัสบอลมากขึ้น

หลังจากย้ายมายังร่วมงานกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ลิโอเนล เมสซี่ ก็ถูกจับไปประจำการในตำแหน่งปีกขวา การรับผิดชอบทางริมเส้นฝั่งขวานั้นก็ทำให้เขามีส่วนร่วมในเกมรุกได้ไม่เยอะตามความคาดหมาย โดยเฉพาะกับจังหวะสำคัญๆ ก่อนจะเป็นประตู

อย่างไรก็ตามล่าสุด ลิโอเนล เมสซี่ ถูกขยับเข้ามาเล่นด้านในมากขึ้น และดูเหมือนว่ามันจะเป็นตำแหน่งที่ใช่สำหรับเขา แม้ว่าจะไม่ได้เป็นผู้ทำประตูมากมายตามที่หลายคนคาดหวัง แต่โดยรวมแล้วเขาทำได้ดีกว่าเดิมมาก และที่เห็นได้ชัดมากที่สุดคือเขาแทบจะมีส่วนร่วมกับเกมรุกทุกครั้งที่มีประตูเกิดขึ้น

สาเหตุหลักๆ ที่เขาทำผลงานในช่วงหลังได้ดี นั่นก็เพราะทักษะส่วนตัวที่เอาตัวรอดได้ดีแม้อยู่ในสถานการณ์คับขันอีกทั้งวิสัยทัศน์ในการสร้างเกมรุกของเขานั้นเรียกได้ว่าไร้ที่ติ โดยทั้งหมดที่กล่าวอ้างมานั้นมันก็ถูกพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนแล้วด้วยการคว้าบัลลง ดอร์ 7 สมัยและผลงานล่าสุดที่ทำไป 3 ประตูกับอีก 2 แอสซิส จากการลงสนาม 3 นัด แม้ว่าสถิติจะเป็นรองกับ เอ็มบัปเป้ และ เนย์มาร์ แต่ก็ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว

2. ในที่สุด เมสซี่ ก็หาตัวเองเจอแล้ว

ในที่สุด เมสซี่ ก็หาตัวเองเจอแล้ว

แม้ว่าก่อนหน้านี้ เราจะชินตากับการลากเลื้อยพาบอลไปเองของ ลิโอเนล เมสซี่ ในสมัยที่เขาอยู่ บาร์เซโลน่า ซึ่งนั่นก็เป็นจุดเปล่งประกายทำให้เขากลายเป็นสตาร์ดัง ในสมัยนั้นไม่ว่าจะเป็นแนวรับของทีมไหนๆ เขาก็สามารถพาบอลทะลวงผ่านไปได้เสมอ แต่เมื่ออายุมากขึ้นหลายๆ สิ่งมันก็ถึงเวลาที่ต้องปรับเปลี่ยนกันบ้าง

เมื่ออายุมากขึ้น การจะใช้ความเร็ว ความแข็งแกร่ง พาบอลทะลวงจากริมเส้นเหมือนแต่ก่อนคงจะไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งศักยภาพร่างกายที่อาจจะไม่ได้แกร่งเหมือนก่อน อีกทั้งในสมัยนี้แข้งรุ่นน้องเองก็ฟิตเต็มที่ ดังนั้นการขยับเข้ามาเล่นกลางสนามดูจะเหมาะสมกว่า

หลังจากที่ได้มาเล่นในแดนกลาง เมสซี่ ก็ได้ใช้ประโยชน์จากประสบการณ์และฝีเท้าของเขาสร้างสรรค์เกมเพื่อเพื่อนร่วมทีม โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้พละกำลังไปวัดกับใครเท่าไหร่นัก อีกทั้งการขยับมาเล่นกลางสนามทำให้เขาได้บอลมากขึ้นและก็สร้างพื้นที่ให้กับเพื่อนร่วมทีมได้ดีด้วยเช่นกัน

1. เมสซี่ เชื่อมบอลจากแดนรับและรุกต่อได้ดี

เมสซี่ เชื่อมบอลจากแดนรับและรุกต่อได้ดี

โดยทั่วไปแล้วแต่ละทีมควรจะมีผู้เล่นที่ทำหน้าที่ในการเปลี่ยนจากจังหวะรับกลายเป็นเกมรุก และมันก็เป็นเรื่องยากมากๆ เหมือนกันที่จะมีนักเตะสักคนที่ทำหน้าที่นี้ได้อย่างดี แม้ว่าจะไม่คุ้นตาสักเท่าไหร่ แต่ก็ต้องยอมรับจริงๆ ว่า ลิโอเนล เมสซี่ ทำหน้าที่นี้ได้ดีทีเดียว

จากที่เห็นในเกมที่เจอกับ ลีลล์ มันก็เรียกได้ว่าค่อนข้างชัดเจน ดาวเตะอาร์เจนไตน์ถอยมาเอาบอลจากแดนรับตัวเองก่อนจะมองหาสองกองหน้าสุดเฉียบคมอย่าง เนย์มาร์ หรือ เอ็มบัปเป้ และใช้ทักษะส่วนตัว ความคิดสร้างสรรค์ หาช่องทางพาบอลไปถึงเพื่อนร่วมทีมที่รออยู่

เมื่อได้ผู้เล่นที่เฉียบแหลมมากที่สุดในยุคสมัยมาทำหน้าที่ในการสร้างสรรค์เกมรุกอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ เปแอสเช ที่มีสองแนวรุกที่เฉียบขาดที่สุดอย่าง เนย์มาร์ และ เอ็มบัปเป้ อยู่แล้ว การผสมผสานของสามแนวรุกก็ดูเหมือนจะเจอจุดลงตัวเสียที และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ทำไมยอดทีมจาก ลีก เอิง จึงเป็นอีกทีมที่น่ากลัวที่สุดในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก