เพราะเหตุใด ? กองหลังที่พา”บอร์นมัธ”ตกชั้นอย่าง “นาธาน อาเก้” ถึงมีมูลค่าสูงถึง 40 ล้านปอนด์!

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

เพิ่งได้ดีใจกับเฟร์ราน ตอร์เรสไปได้หยกๆ สำหรับสาวกเรือใบสีฟ้า ก่อนล่าสุดแมนเชสเตอร์ ซิตี้จะสานต่อความชื่นใจอย่างต่อเนื่อง ประกาศคว้าตัว นาธาน อาเก้ กองหลังทีมชาติเนเธอร์แลนด์ มาจาก บอร์นมัธเรียบร้อย โดยเซ็นสัญญาร่วมงานกันยาว 5 ปี ค่าตัวอยู่ที่ 41 ล้านปอนด์

แต่ด้วยราคาสูงขนาดนี้กับแนวรับจากทีมที่มีปัญหาเกมรับขั้นวิกฤตจนร่วงตกชั้นอย่างบอร์นมัธน่ะหรอ? ทำไมแมนฯซิตี้ถึงเต็มใจควักกระเป๋าเพื่อฝากความหวังกับแข้งรายนี้ล่ะ?

 อาเก้ เกิดที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ปี 1995 โดยคุณพ่อของเขาเคยเป็นนักเตะชาวไอวอรี่โคสต์ ก่อนที่จะย้ายมาสัมผัสวิถีชีวิตชาวดัตช์ในเวลาต่อมา เริ่มต้นเส้นทางลูกหนังจากอคาเดมี่ของ เอดีโอ เดน ฮาก ตอนอายุ 8 ขวบ จนอายุ 12 ขวบถึงได้มีโอกาสย้ายไปอยู่กับเฟเยนูร์ด  

จากนั้น เชลซี ก็ดึง อาเก้ มาอยู่ด้วยเมื่อปี 2010 ตอนอายุ 15 ปี ก่อนขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2012 ถูกส่งยืมตัวไปเล่นกับหลายสโมสร จนปักหลักกลายเป็นตัวหลักของบอร์นมัธในเวลาต่อมา

ว่ากันตามตรงแล้วก็ไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรซ์อะไรเลย ที่อาเก้จะเป็นแข้งจากเดอะ เชอร์รี่ส์รายแรกที่กระโดดสละยาน หลังสโมสรที่โลดแล่นบนลีกสูงสุดมานาน 5 ปี ถึงเวลาต้องหล่นลงไปสู่เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาลหน้า

เพราะอาเก้นับว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่น่าไว้วางใจและฝากผีฝากไข้ได้มากที่สุดคนหนึ่งของบอร์นมัธเลยก็ว่าได้นับตั้งแต่ย้ายจากเชลซีมาด้วยสัญญายืมตัวเมื่อปี 2016 ลงสนาม 12 เกม ทะลวงตาข่าย 3 ประตู ก่อนถูกอันโตนิโอ คอนเต้เรียกตัวกลับไปช่วยไล่ล่าแชมป์กับเชลซีเมื่อเดือนมกราคมปี 2017

ทว่าจากฟอร์มช่วงสั้นๆ ที่เขาได้พิสูจน์ให้เอ็ดดี้ ฮาว เห็นแล้วว่าถ้าปล่อยไปนั่งสำรองกับเชลซีนานเข้าจะเสียของ เดอะ เชอร์รี่ส์จึงไม่รอช้าจัดการสู่ขอตัวอาเก้มาร่วมทีมถาวรด้วยสถิติสโมสรในตอนนั้น ที่เชื่อกันว่ามีมูลค่าสูงถึง 20 ล้านปอนด์ แซง จอร์ดอน ไอบ์ เจ้าของสถิติเดิม ที่ย้ายมาจาก ลิเวอร์พูลในราคา 15 ล้านปอนด์

วนกลับมาที่คำถามเดิมว่า ทำไม? กับแมนเชสเตอร์ซิตี้ที่ฤดูกาลที่ผ่านมาประสบปัญหาในแนวรับขาดแคลนบ้าง หลุดฟอร์มบ้าง ทดแทนกันได้ไม่ดีพอบ้าง ถึงหันมาสนใจแข้งตัวหลักของทีมที่เรียกได้ว่าเสียประตูเป็นว่าเล่นแบบนี้?

แล้วทำไมบอร์นมัธถึงยังทำเงินได้ถึงสองเท่าจากตอนที่ซื้อเขามาร่วมทีมในวันที่แย่แบบนี้ได้อีกล่ะ?

เขาคือกองหลังที่ไว้วางใจได้เสมอ แม้ในยามที่ทำผลงานระส่ำ

อาเก้ในวัย 25 ปีผ่านประสบการณ์ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกมาแล้ว 146 นัด ซึ่งถือว่าโชกโชนพอสมควรสำหรับวัยที่กำลังจะย่างเข้าสู่ช่วงพีคของอาชีพค้าแข้ง นอกจากนี้เจ้าตัวยังไม่ได้เคยได้รับบาดเจ็บหนักๆกับบอร์นมัธเลย มีก็แต่เคยเจ็บแฮมสตริงเพียงเล็กน้อย ซึ่งถือว่าน่าประทับใจไม่น้อยกับเรื่องความฟิตของเจ้าตัว อีกทั้งยังไม่เคยก่อความผิดพลาดน่าเกลียดจนเป็นเหตุให้บอร์นมัธเสียประตูให้เห็นเลยแม้แต่ครั้งเดียว

แต่อีกหนึ่งสิ่งที่หลายคนอาจมองข้ามไปคือการที่อาเก้นั้นต้องโชว์ฟอร์มดีออกมาให้ได้ท่ามกลางแนวรับแันแสนยุ่งเหยิงของบอร์นมัธ เขาดูเหนื่อยเป็นสองเท่าทุกครั้งที่ลงสนาม ซึ่งก่อนหน้านี้เอ็ดดี้ ฮาวจะวางแนวรับของเขาในแนวต่ำ เพื่อเนรมิตโครงสร้างการป้องกันที่มั่นคงและแข็งแกร่งอย่างที่เราคุ้นตาไว้ก่อน แต่ปัจจุบันบอร์นมัธเริ่มปล่อยแนวรับให้หลวมอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกับพึ่งพาความขยันและความเร็วของอาเก้เพื่อเอาตัวรอดในแต่ละจังหวะไป

เป๊ป กวาดิโอล่าเองก็เจอความท้าทายที่ไม่ต่างกันในฤดูกาลนี้ โรดรี้เข้ามาปรับตัวเป็นตัวทำลายล้างในแผงมิดฟิลด์ของทัพเรือใบ ส่วนลาป็อกต์ฤดูกาลนี้ส่วนใหญ่ก็ใช้เวลาหมดไปกับการรักษาอาการบาดเจ็บ เพราะฉะนั้นการมาของอาเก้ไม่ได้เพียงแต่จะเอาความเร็วเข้ามาเติมเต็มแผงแบ็คไลน์ที่ค่อนข้างอืดของซิตี้ แต่เขายังมีประสบการณ์ในเรื่องปฏิกิริยาเกมรับที่เหนือกว่าคนอื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่แนวรับในทีมของซิตี้ยังบกพร่องพอสมควร

ทีมตกชั้นก็จริง แต่ไม่ใช่ว่ากองหลังทุกคนจะไม่ดี

อาเก้ไม่ใช่นักเตะคนแรกเสียหน่อยที่แบกภาระเกมรับให้กับทีมที่แผงหลังยุ่ยเหมือนกระดาษเปียกจนทีมตกชั้น ย้อนกลับไปในปีที่ฮัล ซิตี้ร่วงจากพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2017 เกมรับของพวกเขายวบจนน่าใจหาย แต่กลับมานักเตะอย่างแฮร์รี่ แม็คไกวร์และแอนดรูว โรเบิร์ตสัน ที่ทำหน้าที่ได้อย่างโดดเด่นท่ามกลางเพื่อนร่วมทีมที่ไม่ได้เอื้ออำนวยอย่างที่ควรจะเป็น

ไม่ต่างกับเคสของจอนนี่ อีแวนส์เลย แนวรับชาวจากเมืองเบลฟัสต์ ไอร์แลนด์เหนือ มีส่วนรับผิดชอบที่ทำให้เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนร่วงตกชั้น แต่สามารถพลิกสถานการณ์ของตัวเองกลับมาเป็นหัวใจสำคัญในแนวรับของเลสเตอร์ ซิตี้ได้อีกครั้งอย่างไม่น่าเชื่อ

ในขณะที่ก็มีกองหลังอีกจำนวนไม่น้อยที่จะทำผลงานได้ดีกว่าเมื่อประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมลงตัว อย่างเช่นกับเบิร์นลี่ย์ ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า การพิจารณาดึงตัวนักเตะคนหนึ่งออกมาจากแนวรับแข็งแกร่งอาจเป็นความเสี่ยงมหาศาล ในเคสนี้ขอยกตัวอย่างเป็นไมเคิ่ล คีนหลังย้ายมาอยู่กับเอฟเวอร์ตันละกัน คิดว่าน่าจะเห็นภาพชัดเจน

ซึ่งที่ผ่านมาก็มีช่วงที่ซิตี้อยากจะดึงตัว อีแวนส์,แม็คไกวร์,หรือแม้แต่เวอร์จิล ฟาน ไดจ์คมาไปล่องเรือด้วยอยู่เหมือนกัน หรือเรียกง่ายๆว่าพวกกองหลังฝีเท้าจากทีมครึ่งตารางล่างที่อยู่ผิดสภาพแวดล้อม แบกเพื่อนร่วมทีมที่สะเปะสะปะจนหลังแอ่นอะไรประมาณนั้น

แต่ไม่ว่าคุณจะสงสัยในฝีเท้าของอาเก้หรือไม่? การที่นักเตะระดับนี้จะถีบตัวเองไปสู่ทีมระดับลุยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกก็อาจจะดูเป็นก้าวที่ใหญ่พอตัว แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้นกับคนอื่นมาก่อน

ถ้าเป็นฝั่งซ้าย มาเถอะขอให้บอก!

หนึ่งในจุดบอดที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ถูกวิจารณ์มากที่สุดไม่ใช่แค่ในซีซั่นนี้ แต่นับตั้งแต่การเข้ามารับตำแหน่งของเป๊ป กวาดิโอล่าเลยนั่นคือ ความล้มเหลวที่จะหาแบ็คซ้ายที่จะยืนเป็นตัวหลักพื่งพาได้ในระยะยาว

เบ็นจาแม็ง เมนดี้มีปัญหาบาดเจ็บอันร้อยหวายเกิดขึ้นกับเขาถึงสองครั้งสองครา ทำให้ความปะติดปะต่อหายไปไม่น้อย ส่วนที่ผ่านมาฟาเบียน เดลฟ์และโอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ก็ต่างถูกโยกมายืนทั้งๆที่ไม่ใช่ตำแหน่งของตัวเอง ขณะที่เชา กานเซโล่กับไคล์ วอคเกอร์ถูกวางไว้ประจำอีกฝั่ง หรือแม้แต่เลรอย ซาเน่เองก็ยังเคยถูกจับมายืนเป็นวิงแบคซ้ายให้เห็นเหมือนกัน

แต่สำหรับนาธาน อาเก้ เขาถูกบอร์นมัธจับวางให้เล่นแบ็คซ้ายอยู่บ่อยครั้ง ร่วมไปถึงแผงแบ็คทรีที่เจ้าตัวจะประจำยืนเป็นตัวซ้ายสุด ที่จริงเขาอาจจะไม่ได้ช่ำชองลูกกลางอากาศเสียเท่าไหร่ แต่ถ้าเรื่องยืนตำแหน่งแล้วบอกได้ว่าหายห่วง นอกจากนี้ก็ยังเล่นบอลกับเท้าได้ดี การปรับขึ้นไปเป็นมิดฟิลด์ก็ไม่ใช่ปัญหา

ซึ่งนี่แหละคือสิ่งที่เป๊ปกำลังมองหา เขาชอบที่จะมีฟูลแบ็คที่สามารถฮุบเข้าข้างในเพื่อทำหน้าที่แบบกองกลาง และอาเก้ก็ตอบโจทย์กับบทบาทนี้ แม้ว่าเจ้าตัวจะต้องฉีกไปเล่นแบ็คซ้ายก็ตาม

แต่ถ้าจะต้องเล่นขวาจริงๆ ก็ไม่เกี่ยงอยู่แล้ว!

โดยธรรมชาติอาเก้เป็นนักเตะถนัดเท้าซ้าย เขารับหน้าที่ยืนเป็นเซ็นเตอร์แบ็คตัวซ้ายให้บอร์นมัธ คู่กับสตีฟ คุ๊กบ้าง ไซม่อน ฟรานซิสหรือคริส เมฟามบ้าง

แต่อย่างไรก็ดี ในช่วงสัปดาห์หลังๆก่อนซีซั่นจะปิดฉาก บอร์นมัธกำลังอยู่ในช่วงเผชิญมรสุมวิกฤตแนวรับ จนทำให้อาเก้ถูกสลับไปเล่นทางด้านขวาในแผนเซ็นเตอร์แบ็คสองตัว โดยมีลอยด์ เคลลี่รับผิดชอบทางฝั่งซ้ายแทน

และก็น่าทึ่งที่อดีตแข้งสิงห์บลูส์สามารถรับผิดชอบกับตำแหน่งใหม่ได้อย่างเนียนตา แม้ว่าองศาในการออกบอลจะไม่ใช่ทางที่เขาคุ้นชินเหมือนที่ผ่านมาก็ตาม จริงอยู่ที่เท้าขวาจะไม่ใช่เท้าถนัด แต่นั่นก็ไม่ได้เขาต้องบีบทุกจังหวะให้ต้องหันมาเล่นทางซ้าย ขวาก็ถือว่าใช้งานได้ไม่เลวเลย

แต่ถ้าเทียบกันตามตรง นั่นหมายความว่าการมาของอาเก้จะมาทับกับตำแหน่งของลาป็อกต์น่ะสิ ? ในสถานการณ์ปกติต้องบอกใช่ แต่ในเคสนี้การจับเขาไปยืนเป็นเซ็นเตอร์แบ็คตัวขวาคู่กับดาวเตะเลือดน้ำหอมไปเลยคงเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า

แต่เป๊ปจะยอมโยกตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คของเขาจริง ๆ หรอ? จริงๆ แล้วเขาก็คงไม่ทำแบบนั้น แต่กับสถานการณ์นี้อย่างน้อยมันก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าเมื่อก่อนหน้านี้ที่ต้องถอยแฟร์นานดินโญ่หรือโรดรี้ไปเล่นในช่วงหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ว่าสองคนนี้จะทำหน้าที่สมบูรณ์แบบเสียทีเดียว กับเกมที่เจอทีมเล็ก แมนซิตี้ครองบอลมากกว่าคู่แข่งอยู่แล้วโอกาสพลาดก็น้อย สองคนนี้ก็ไม่ได้รับภาระหนัก แต่ยามเจอทีมใหญ่การมีเซ็นเตอร์แบ็คธรรมชาติแท้ๆยืนประจำการคงเป็นอะไรที่อุ่นใจกว่าเป็นไหนๆ

ภาวะความเป็นผู้นำที่จะเข้ามาเพิ่มเติมในทัพเรือใบ

อาจจะไม่ใช่คาแร็คเตอร์ของผู้นำที่ยิ่งใหญ่ขนาดแวงซอง กอมปานี แต่อาเก้ก็เคยสวมปลอกแขนกัปตันให้บอร์นมัธมาบ้างแล้ว โดยเฉพาะในทีมของเอ็ดดี้ ฮาวที่มีนักเตะจำพวกความเป็นผู้นำสูงอยู่ล้นทีม การที่ดาวเตะรายนี้ได้มีโอกาสสวมแปลกแขนจึงย่อมไม่ใช่เรื่องธรรมดา

ลาป็อกต์ ,สโตนส์,หรือโอตาเมนดี้ พวกเขาทั้งสามไม่ใช่พวกหัวผู้นำเลยสักคน กับแฟร์นานดินโญ่อันนี้ใช่ แต่เขาไม่ได้เป็นกองหลัง ทีมของเป๊ป กวาดิโอล่ายังขาดเสียงตะโกนจากแนวหลัง และบังเอิญว่าอาเก้ก็เป็นพวกจอมตะคอกสั่งการเสียด้วย เขาจะเป็นทำนองเดียวกันกับริคาร์โด้ คาวัลโญ่ที่จะเกรี้ยวกราดหน่อยๆ มากกว่าในแบบจอห์น เทอร์รี่ ที่นิ่งๆสุขุม

แต่น่าเสียดายสำหรับซิตี้ ที่อาเก้ไม่ใช่อีกเวอร์ชั่นหนึ่งของเวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค แม้เขาจะไม่ได้มีบุคลิกอะไรที่คล้ายกับเพื่อนร่วมชาติจากหงส์แดงเลย แต่อาเก้ก็มีสัญชาติญาณความเป็นนักกีฬาอย่างเปี่ยมล้น ทั้งความสามารถในการจ่ายบอลขึ้นมาจากแนวหลัง รวมไปถึงมันสมองในการเล่น

และไม่ใช่เพียงแต่กวาดิโอล่าจะสามารถวางคู่หูอีกคนเพื่อเติมเข้าพื้นที่ที่แนวรับชาวดัตช์รายนี้เข้าไม่ถึงได้แล้ว อาเก้ยังสามารถช่วยซ้อนและแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดจากแนวรับของซิตี้ ไม่ว่าจะต้องจับคู่กับใครก็ตาม

สำหรับเราแฟนบอลก็คงต้องรอติดตามต่อว่า”นาธาน อาเก้”จะพิสูจน์ตัวเองกับยอดทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้ดีขนาดไหน ซึ่งบางทีราคา 40 ล้านปอนด์ที่เสียไปอาจจะถูกไปเลยก็ได้เมื่อเห็นฟอร์มตอนใช้งานจริง

By @Lyngunn

***ผลงานของ อาเก้ กับ บอร์นมัธ ใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019/20 
ลงสนาม   29
คลีนชีต   4
เสียประตู   46
เข้าสกัด   31
เข้าสกัดสำเร็จ  68%
บล็อกลูกยิง  6
ตัดบอล   36
เคลียร์บอล   147
เคลียร์บอลด้วยศีรษะ  78
แย่งบอลกลับคืน  140
ดวลคู่แข่งชนะ   107
ดวลคู่แข่งแพ้  83
ชนะดวลลูกกลางอากาศ 62
แพ้ดวลลูกกลางอากาศ 63
ทำเข้าประตูตัวเอง  0
เล่นพลาดจนเสียประตู 0
 แอสซิสต์   2
ผ่านบอล   1,210
ผ่านบอลเฉลี่ยต่อนัด  41.72
สร้างโอกาสสำคัญ  2