เพราะเหตุใดแข้ง’ตราหมี’ถึงหลงรักและศรัทธาในตัว’ซิเมโอเน่’?

สไตล์การเล่นของกุนซือชาวอาร์เจนไตน์ถูกวิจารณ์อย่างหนักในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาที่ต้องรับมือกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของเป๊ป กวาดิโอล่า บ้างก็บอกว่าเล่นน่าเกลียด บ้างก็บอกเล่นไม่มีศักดิ์ศรี แต่กระนั้นเองก็ยังมีเหตุผลอีกหลายประการที่บ่งชี้ว่าทำไมสตาร์ดังจำนวนนับไม่ถ้วนถึงหลงรัก แอตเลติโก้ มาดริด

แอตเลติโก้ มาดริด คือทีมที่มักวางตัวเองเป็นทีมรองบ่อน พวกเขาชอบอยู่ในสถานะแบบนั้น แม้ว่าจะมีชื่อชั้นถึงขั้นเป็นเจ้าของแชมป์ลา ลีก้า สเปนก็ตาม

พวกเขามีแนวทางการเล่นในแบบเฉพาะที่หาไม่ได้จากที่ไหน ในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับทีมใหญ่หรือสโมสรชั้นนำของโลก พวกเขาไม่เคยเคอะเขินเลยสักนิดหากจะถอยลงไปจอดรถบัสขวางหน้าปากประตู ช่วยกันป้องกันกรอบสีเหลี่ยมเหมือนกับมีลมหายใจเป็นเดิมพันยังไงอย่างนั้น

ย้อนความไปถึงเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดแรกที่เอติฮัด สเตเดียม ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ บอสใหญ่และผู้นำพันธุ์เถื่อนของพวกเขา ปรับแผนที่ว่ากันว่ารับจนไม่รู้จะว่ารับยังไงอย่าง 4-5-1 มาเป็นระบบที่โลกต้องตะลึ่งด้วยความประหลาดใจอย่าง 5-5-0 เพื่อต้านทานทีมที่มีเกมรุกอันตรายที่สุดทีมหนึ่งของโลก

แม้ว่าสุดท้ายแล้วพวกเขาจะโดน เควิน เดอ บรอยน์ฝ่าวงล้อมเข้าไปใส่สกอร์ และเป็นประตูที่ส่งพวกเขาตกรอบจากผลสกอร์รวม 2 นัด ที่ 1-0 แต่แท็คติคเชิงลบของ ซิเมโอเน่ กลับเป็นประเด็นที่วงการลูกหนังทั่วโลกสนใจ แอตเลติโก้ มาดริด ถูกบรรดากูรูวิจารณ์ฟุตบอลสับเละถึงวิธีการเล่นที่ทำลายสเน่ห์ของฟุตบอล พวกเขาทั้งเล่นเกมรับแบบปิดประตูบ้าน ทั้งเล่นนอกเกม มีลูกแถมลูกตุกติกให้เห็นอยู่ตลอด แถมสุดท้ายยังน็อตหลุดหวดข้อเท้าคู่แข่งดื้อๆจนโดใบแดง กลายเป็นชนวนที่ลากไปชุลมุนต่อในอุงโมค์นักเตะ

จากตรงนี้เอง ทำให้ ริโอ เฟอร์ดินานด์ กูรูฟุตบอลจาก BT Sport เชื่อมั่นว่ามีนักเตะหลายคนที่ไม่ได้รู้สึกสนุกสนานหรือเพลิดเพลินกับการลงเล่นให้แอตเลติโก้ มาดริด และหนึ่งในนั้นต้องมีชื่อเจ้าของแข้งค่าตัว 126 ล้านยูโรอย่าง ชูเอา เฟลิกซ์ แน่นอน

“ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่าเขาที่อยู่ตรงนั้น จะสนุกกับวิธีการเล่นแบบนั้นที่ถูกโค้ชสั่งให้เล่น” เฟอร์ดินานด์ กล่าว

“กับนักเตะอย่าง ชูเอา เฟลิกซ์ เขาจะมาทนอยู่แบบนั้นไม่ได้ ลองจินตนาการดูสิว่าหากเขาเล่นอยู่ในทีมที่คอยป้อนบอลให้เขาในพื้นที่สุดท้ายอยู่เรื่อยๆ”

“ตอนนี้ เขาถอยลงมาได้บอลตรงครึ่งสนาม ห่างปากประตู 50 หรือ 60 หลา แถมยังต้องฝ่าผู้เล่นฝั่งตรงข้ามอีกตั้ง 8 คน”

“ผมเคารพ ซิมิโอเน่ และปรัญาการทำทีมของเขาที่นำมาซึ่งความสำเร็จต่อสดมสรแห่งนี้นะ แต่บอกตามตรง ผมไม่คิดว่า เฟลิกซ์ จะแฮปปี้มากนักหรอก”

สำหรับสถิติของ แอตเลติโก้ มาดริด ในซีซั่นนี้อาจจะฟังดูแปลกสำหรับใครหลายคน พวกเขาไม่ใช่ทีมที่ที่จะบ้าลงไปอุดเอาเป็นตายเสียทีเดียว ลูกทีมของโชโล่ยิงไปแล้วทั้งสิ้น 57 ประตูในลา ลีก้าสเปน ตามหลังเรอัล มาดริด จ่าฝูงเพียงแค่ 6 ประตูเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นเรื่องที่จริง ว่าถ้าหากเป็นเกมใหญ่ ซิเมโอเน่ จะกำชับนักเตะของเขาให้เล่นอย่างรอบครอบและระมัดระวังตัว

ในขณะที่นักเตะหลายคนอาจจะเลือกเส้นทางที่เดินสะดวกกว่า ซิเมโอเน่ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้จัดการทีมที่คอยสร้างแรงบันดาลใจให้นักเตะ นำเป็นแม่ทัพตราหมีมาตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ได้พาทีมประสบความสำเร็จมากที่สุดช่วงหนึ่งเลยก็ว่าได้ อีกทั้งยังช่วยให้นักเตะที่มีฝีเท้าไม่ได้ถึงขั้นระดับซูเปอร์สตาร์ดังเปรี้ยงปร้าง ขึ้นมาต่อกรณ์งัดกับบรรดาแข้งชั้นนำของโลกที่รับใช้เรอัล มาดริด หรือ บาร์เซโลน่า ได้อย่างสูสี เรียกได้ว่าถ้าอยากสบายไปที่อื่น แต่ถ้าเป็นสายออฟโร้ดชอบลำบาก ที่นี่คือคำตอบ

แอตเลติโก้ มาดริด ของกุนซือฟ้าขาวรายนี้ เข้าชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกมาแล้ว 2 หน และคว้าแชมป์ลา ลีก้ามาครอง 2 สมัย มีนักเตะมากมายที่ย้ายออกไปแล้ว แต่สุดท้ายตัดสินใจกลับมาร่วมผจญภัยกับที่นี่อีกครั้ง เพราะได้รับรู้ด้วยตัวเองว่าไม่มีที่อื่นที่ไหนที่ดีไปกว่าถ้ำตราหมีอีกแล้ว แม้นั่นหมายความว่าพวกเขาจะต้องออกแรงวิ่งช่วยทีมจนเหงื่อหยดสุดท้ายไหลออกจากร่างกาย หรือ ต้องเสียสละความสำเร็จส่วนตัวเพื่อประโยชน์โดยรวมของทีม

อองตวน กรีซมันน์ คือตัวอย่างที่ดี หลังจากที่เขาโบกมือลาไปอยู่กับบาร์เซโลน่า เขาก็เลือกกลับมาทันทีที่มีโอกาส นักเตะสตาร์ชั้นนำอย่าง ดิเอโก้ คอสต้า , เฟอร์นานโด ตอร์เรส , ยานนิค คาราสโก้ และ ฟิลิเป้ หลุยส์ ต่างเคยพาตัวเองหวนกลับมาสูดบรรยากาศที่ บิเซนเต้ กัลเดร่อน หรือ วานต๋า เมโทรโปลิตาโน่ ด้วยกันทั้งนั้น

“มันเป็นสิ่งที่บ้าบอมากหากคุณกังขาในตัวซิเมโอเน่ “ โรดริโก้ เดอ ปอล มิดฟิลด์ตราหมีกล่าว “เขาเป็นหนึ่งในโค้ชที่ดีที่สุดของโลก เขารู้ดีและแน่ชัดว่าเขาต้องการอะไร”

“เมื่อใดก็ตามที่สถานการณ์ไม่เป็นไปตามที่หวัง มันก็เป็นเพราะทุกคน เหมือนกันกับตอนที่เราไปได้สวย ทุกคนมีส่วนเกี่ยวเช่นกัน ที่นี่คือสโมสร พวกเราคือทีม ไม่ว่าจะต้องเจอเรื่องที่ดีหรือร้าย เราต่างรู้ว่าเรามีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ”

“เรารู้ดีว่า ซิเมโอเน่ คือผู้นำของทีมทีมนี้ เขาเป็นคนที่คอยบังคับเรือลำนี้ให้แล่นไปข้างหน้า และเราพวกเราทุกคนก็อยู่บนเรือ เราเชื่อมั่นในสิ่งที่เขาบอกเรา เนื่องสิ่งอื่นใด นั่นก็เพราะวิธีที่เขาใช้สื่อสารที่ทำให้ โชโล่ โดดเด่น”

ฟุตบอลสไตล์เกมรับคือธรรมชาติของแอตเลติโก้ มาดริด หลังจบเกมที่แมนเชสเตอร์ ยาน โอบลัค และ เจฟฟรี่ ก็องด็อกเบีย ออกมาสัมภาษณ์ด้วยท่าทีสุขุมเยือกเย็น ไม่ได้ร้อนใจเลยสักนิดเดียว แม้ว่าจะเพิ่งแพ้คู่แข่งมา 1-0 ก่อนเกมที่ต้องกลับไปเล่นในบ้าน

“เราเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม ทำตามแผนที่วางไว้ตลอดทั้งเกม” ก็องด็อกเบีย กล่าว

“ผมเชื่อมั่นในทีม ผมเชื่อมั่นว่าทุกอย่างเป็นไปได้ ” โอบลัค กล่าวเสริม “เรามาที่นี่เพื่อเอาผลการแข่งขันที่ดีกลับไป เราแพ้ก็จริงบ แต่ผมคิดว่ามันยังไม่จบ เราตั้งเกมรับกันได้ดีตลอดทั้งเกม ยกเว้นจังหวะที่เสียประตู”

นักเตะทั้งสองดูพึงพอใจกับผลการแข่งขัน พวกเขาทั้งยิ้มแย้มและแฮปปี้ที่จะได้กลับไปตัดสินชะตาตัวเองที่รังเหย้าของตัวเองอย่าง วานต๋า เมโทรโปลิตาโน่

แม้ว่าสุดท้ายแล้วแอตเลติโก้ มาดริด จะไม่ได้สมหวังในเกมนัดที่ 2 และต้องตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายไปในที่สุด แต่สิ่งที่เราสังเกตุเห็นได้ นั่นคือความเชื่อมั่นที่นักเตะเหล่านี้มีต่อชายที่ชื่อ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ จนมันกลายเป็นเหมือนลัทธิหนึ่งไปแล้ว พวกเขาเชื่อฟังทุกอย่างที่โค้ชรายนี้บอกหรือสั่ง และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด แม้ว่าภาพที่ออกมาจะต้องถูกชาวโลกประณามก็ตาม

แต่นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงภายในถ้ำตราหมี ถึงขนาดที่ว่าอดีตห้องเครื่องของทีมอย่าง ติอาโก้ เมนเดส ขนานนามกุนซือรายนี้เป็น ‘พระเจ้า’ เลยทีเดียว

ติอาโก้ เซ็นสัญญาย้ายซบ แอตเลติโก้ มาดริด เมื่อปี 2010 ภายใต้การคุมทีมของ เกรโกริโอ มานซาโน่ ก่อนจะได้รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลกและข้อแตกต่างมากมายที่เกิดขึ้น หลังเปลี่ยนโฉมหน้านายใหญ่มาเป็น ซิเมโอเน่ ที่นำทีมผงาดยกแชมป์ลีกเมื่อปี 2014

“ผมคิดว่าสำหรับเรา และสำหรับทุกคนที่สโมสร เขาเปรียบเสมือนพระเจ้า” อดีตแข้งสิงห์บลูส์ กล่าว

“เขาเข้ามาที่สโมสรแห่งนี้และเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง สิ่งที่เขาพูดมักกลายเป็นจริง ถ้าเขาบอกให้เรากระโดดลงจากสะพาน เราก็จะกระโดด ผมคิดว่าเขาเป็นคนที่มีศาสตร์ความรู้ด้านฟุตบอลเยอะมาก พวกเราในฐานะทีมพร้อมที่จะเดินตามเขา และเขาก็ภูมิใจด้วยที่ได้มีโค้ชแบบเขา”

และเมื่อใดก็ตามที่คุณศรัทธาในตัวโค้ชถึงขั้นเข้ากระดูก คุณจะเหมือนโดนมนต์สะกดให้ยอมละทิ้งสัญชาติเกมรุกของคุณ และหันกลับมาสู้เพื่อทีม เพราะว่าคุณเชื่อมั่นในแผนที่เขาเตรียมไว้ให้คุณและเพื่อนร่วมทีมอย่างสุดหัวใจ

กรีซมันน์ คือเคสที่เห็นภาพได้ชัด เขาย้ายมาจาก เรอัล โซเซียดาด ในฐานะปีกตัวริมเส้นที่รูปร่างผอมบาง พร้อมถูกกองหลังชนกลิ้งได้ทุกเมื่อ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกองหน้าตัวเป้าจอมขยันที่มีความรวดเร็วบวกแข็งแกร่ง ความเด็ดขาดหน้าปากประตูเข้าขั้นเลือดเย็น ส่วนทักษะเกมรับก็ช่วยทีมได้อย่างไม่มีคำว่าเหน็ดเหนื่อย

“ซิเมโอเน่ ช่วยให้ผมกลายเป็นนักเตะในแบบที่ผมใฝ่ฝันไว้มาตลอด” กรีซมันน์ ที่รีบโดดกลับขึ้นหลังหมีเมื่อปี 2021 หลังไปไม่สวยกับบาร์ซ่า กล่าว

“ผมอยากจะกลับไปที่แอตเลติโก้ ตอนนั้นผมคิดแค่ว่ามันจะต้องเกิดขึ้นให้ได้ ผมทั้งปลื้มทั้งมีความสุขมากๆ ซิเมโอเน่ ช่วยให้ผมสามารถขึ้นไปแตะระดับสูงสุด และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ผมอยากกลับไป”

ซูเปอร์สตาร์จากแดนน้ำหอม เปิดใจต่อ L’Equipe เมื่อปี 2018 ถึงความลำบากในช่วงเดือนแรกๆที่ต้องปรับตัวเพื่อร่วมงานกับ ซิเมโอเน่ แต่สุดท้ายก็ยิ้มออกเมื่อรู้ว่าความอดทนในวันนั้นมันช่างคุ้มค่าเสียเหลือเกิน

ผมใช้เวลาราว 6 เดือนกว่าจะคุ้นเคยกับการเล่นเกมรับ แต่ตอนนี้ผมชอบมันนะ” กรีซมันน์ เผย

“บางครั้งตอนเล่นทีมชาติ โค้ชบอกผมว่าให้พยายามช่วยเกมรับให้น้อยลงหน่อย แต่มันเกิดขึ้นโดยธรรมชาติไปแล้ว ซิเมโอเน่ สอนผมให้รู้จักการเล่นเกมรับ และผมขอขอบคุณเขาไปตลอดสำหรับเรื่องนี้ ตอนนี้ผมรักการตั้งเกมรับแล้วล่ะ”

นอกจากนี้ บางครั้ง ซิเมโอน่ ยังวางตัวเป็นเหมือนพ่อแท้ๆให้กับ อังเคล คอร์เรอา อย่างเช่นในตอนที่ดาวเตะอาร์เจนติน่าฟอร์มตก ขาดความมั่นใจตรงหน้าปากประตู หลายคนอาจมองว่า ซิเมโอเน่ คือคนประเภทที่คุณย่อมไม่อยากไปฟึดฟัดใส่หรือมีปัญหาด้วย แต่ในความจริงแล้ว ชายคนนี้ก็รู้จักความอ่อนโยนกับเขาเหมือนกัน เขารู้วิธีและรู้ด้วยว่าตอนไหนที่เหมาะสมสำหรับการอ้าแขนขึ้นมาโอบไหล่ลูกทีม

เมื่อวันที่ 11 เมษายนปี 2021 คอร์เรอาพบกับฝันร้ายที่ไม่อาจลืม เขาพลาดโอกาสทองซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเกมที่แพ้ให้กับ เรอัล เบติส เขาเดินออกจากสนามพร้อมน้ำตาแห่งความผิดหวัง ก่อนที่บอสอย่าง ซิเมโอเน่ จะรีบวิ่งเข้าไปประชิดตัว ปลอบโยนลูกทีมด้วยความทะนุถนอมแบบที่ไม่ได้พบเห็นกันง่ายๆ จนสื่อดังในสเปนอย่าง AS ยกให้เป็นภาพโมเมนต์ระดับตำนาน

“ผมหวังว่าเขาจะได้รับสิ่งที่คู่ควร นั่นคือประตู” ซิเมโอเน่ กล่าวปลอบ คอร์เรอา ก่อนที่ดาวเตะร่างจิ๋วจะระเบิดฟอร์มพาทีมผงาดคว้าแชมป์ลีก ทำ 5 ประตูใน 8 นัดหลังสุด

“เขามีส่วนร่วมกับการเล่นเยอะ ผมชอบคนแบบนั้น!” คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ยกให้ซิเมโอเน่ และ แอตเลติโก้ มาดริด เป็นคู่แข่งที่หินที่สุดในช่วงที่เขาค้าแข้งกับ เรอัล มาดริด

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2009 เป๊ป กวาดิโอล่า เคยเปิดโอกาสให้ ซิเมโอเน่ ได้เข้ามาชมการนำซ้อมของเขาที่บาร์เซโลน่า ในช่วงก่อนที่กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ จะเข้ามารับงานในยุโรป

“มันดูไม่เข้ากับผมเอาเสียเลย ผมไม่ชอบมัน” ซิเมโอเน่ กล่าวกับ เป๊ปในวันนั้น หลังได้ชมระบบแท็คติคเกมรุกของบาร์เซโลน่า รวมถึงวิธีการเล่นที่เน้นให้ผู้เล่นพร้อมใจกันดันสูง

“ผมคิดขึ้นมาเดี๋ยวนั้นเลยว่า ไอหมอนี่จะต้องกลายเป็นคนที่เก่งแน่ๆ” กวาดิโอล่า พูดถึง ซิเมโอเน่ ผ่าน สารคดีอเมซอน ไพรม์

นักเตะอีกคนที่ย้ายออกไปและต้องพบเจอกับโชคชะตาที่น่าผิดหวังคือ อาร์ดา ตูราน มิดฟิลด์เลือดตุรกีสร้างความน่าทึ่งให้กับ แอตเลติโก้ ก่อนจะย้ายไปอยู่บาร์เซโลน่า พร้อมเปิดเผยว่าเขาดีใจมากที่จากนี้จะไม่ต้องวิ่งเยอะเหมือนตอนอยู่ตราหมีอีกแล้ว

ทว่าเส้นทางอาชีพของตูรานกลับพังอย่างไม่เป็นท่าหลังแยกทางกับยอดทีมแห่งเมืองหลวง

“อาร์ดา ตูราน มักจะชอบซ้อมซ้ำเป็นสองเท่า หลังจากเขาได้ค้นพบวิธีการเล่นรูปแบบใหม่ มีหลายคนที่เจอปัญหาในการปรับตัวเข้ากับวิธีการเล่นนี้เหมือนกัน แต่สุดท้ายมันก็จะเห็นผล” ออสก้า โอเตก้า โค้ชฟิตเนสตราหมี กล่าว

“สำหรับ กรีซมันน์ และ อาร์ดา มันยากสำหรับพวกเขามาก แต่เมื่อพวกเขาสามารถปรับตัวเข้ากับระบบและการซ้อมได้แล้ว ทั้งสองคนสามารถทะยานขึ้นไปแตะระดับสูงเลยทีเดียว”

โอเตก้า ได้รับฉายาว่า ‘El Profe’ (อาจารย์) เป็นชายผู้อยู่เบื้องหลังการฝึกที่เข้มข้น และ ทำให้การซ้อมในแต่ละวันของแอตเลติโก้เข้าขั้นโหดเหมือนตกนรก

เมื่อใดก็ตามที่คุณเชื่อมั่นในเป้าหมายและทฤษฏีที่มี เหมือนกับเหล่าลูกศิษย์ของ ซิเมโอเน่ มันจะค่อยๆกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน กลมกลืนเข้าสู่ตัวคุณแบบไม่รู้ตัว

“ผมชอบวิธีที่ซิตี้เล่น ” โกเก้ กองกลางแอต.มาดริด กล่าว “ผมรักสไตล์การเล่นของแอตเลติโก้ ด้วยแพสชั่น ด้วยความกล้าหาญ และด้วยนักเตะที่ทุ่มเททุกอย่างที่มีลงไปสนาม ผมหลงรักฟุตบอลทั้งสองสไตล์เลย”