เพชรเม็ดโตจาก เฮล เอนด์ อะคาเดมี่.. “มิเกล อาซีซ”ห้องเครื่องรอแจ้งเกิดจากซุ้มมือปืน!

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

ดาวรุ่งวัย 18 กระรัตรายนี้ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก ทั้งเรื่องความสามารถและการฉายแววเป็นกำลังหลักให้เดอะ กันเนอร์ส ในอนาคตอันใกล้ จากฝีเท้าที่เขาพิสูจน์ให้เห็นมาตลอดเวลาที่เป็นแข้งเยาวชนของสโมสร “มิเกล อาซีซ”เปรียบสเมือนเพรชเม็ดงามที่สาวกปืนใหญ่หวงแหนที่สุดในเวลานี้

ถ้าจะให้พูดถึงหนึ่งในดาวรุ่งที่แฟนปืนใหญ่อยากเห็นเขาได้รับโอกาสพิสูจน์ตัวเองกับทีมชุดใหญ่มากที่สุด มั่นใจว่านอกจาก โฟลาริน บาโลกัน ว่าที่หัวหอกคนต่อไปของอาร์เซน่อลแล้ว.. ก็ต้องมีชื่อของ ไอหนุ่มทรงผมสะดุดตาอย่างมิเกล อาซีซอยู่ในนั้นด้วยอย่างแน่นอน

อาซีซ เป็นเด็กหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในตัวเอง การเชื่อในความสามารถที่มีช่วยให้อาซีซ เป็นนักเตะที่โดดเด่นเหนือเยาวชนคนอื่นๆ ตลอดเวลาที่บ่นเพาะฝีเท้าขึ้นในรั้ว เฮล เอนด์ อะคาเดมี่ของเดอะ กันเนอร์ส และด้วยวัยเพียง 18 ปี เจ้าหนูผมเดรดล็อกส์ก็ได้โอกาสลประเดิมสนามให้ทีมชุดใหญ่ของอาร์เตต้าไปเรียบร้อยแล้ว

“ผมฝันว่าจะได้เป็นนักฟุตบอลที่มีฝีเท้าเก่งกาจที่สุดในโลก ผมมีคุณสมบัติหลาอยย่าง ผมมีความขยันในสนามอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นมันคงอยู่กับผมแล้วว่าจะสามารถรักษาระดับการทำงานของตัวเองไว้ได้ไหม” เจ้าหนูจากซุ้มปืน กล่าวกับผู้สื่อข่าวชาวสเปน

“ผมไม่คิดสงสัยในความสามารถตัวเองเลย เพราะเมื่อไหร่ที่คุณขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง การจะถีบตัวให้ขึ้นไปแตะขีดสูงสุดมันก็จะยาก พ่อกับแม่สอนผมเสมอให้เชื่อมั่นในตัวเองและมุ่งมั่นทำงานหนักเพื่อไล่ล่าความฝัน เพราะไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้

อาซีซถูกทีมงานสต๊าฟฟ์ของอาร์เซน่อลจับตามองและมั่นหมายมานานแล้วว่ามีแววสดใสที่จะก้าวขึ้นมาเป็นสตาร์ของทีมในอนาคต

พ่อหนุ่มจอมทัพสายซัดไกลย้ายเข้ามาร่วมแจมอะคาเดมี่ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ก่อนหน้านั้นเลือกปฏิเสธทั้งเชลซีและเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ด้วยเหตุผลข้อเดียวแต่มากพอ นั่นคือการได้สวมเสื้อของสโมสรโปรด ก่อนจะค่อยๆพัฒนาฝีเท้าและสร้างความตะลึ่งให้แก่ผู้พบเห็นมาตลอดเวลาที่อยู่ในเฮล เอนด์

มีบ่อยครั้งที่พัฒนาของอาซีซนั้นก้าวกระโดดจนเพื่อนตามไม่ทัน ลงเล่นกับเยาวชนในชุดที่อายุมากกว่า หรือเทียบได้กับบูกาโย้ ซาก้าในช่วงที่กำลังอยู่ระหว่างชุดเล็กกับชุดใหญ่ ขึ้นๆลงๆ รู้ตัวเองอีกก็นู้น สวมเสื้อเบอร์ 7 กลายเป็นเดอะแบกให้ชุดใหญ่ไปแล้ว รอยต่อระหว่างช่วงเวลานั้นมันเกิดขึ้นเร็วมากจริงๆ

แม้ว่าวันนี้ซาก้าจะนำหน้าอาซีซไปไกลแล้วในแง่ของลำดับการเป็นตัวเลือกในทีม แต่สำหรับแข้งทีมชาติอังกฤษชุด U-18 อย่างอาซีซแล้ว ความมุ่งมั่นของเขายังเหมือนเดิม นั่นคือการก้าวขึ้นเป็นผลผลิตชิ้นโบว์แดงอีกชิ้นของศูนย์พัฒนาเยาวชนเฮล เอนด์ เพื่อปักหลักบนทีมชุดใหญ่อย่างมั่นคงเหมือนกับที่ซาก้าหรือสมิธ โรว์เป็นอยู่ตอนนี้

ปัจจุบัน อาซีซได้มีโอกาสขึ้นมาร่วมซ้อมกับทีมชุดใหญ่อยู่เป็นประจำและอยู่ในสายตาของมิเกล อาร์เตต้า ตลอดเวลา จนได้รับโอกาสลงประเดิมสนามให้สโมสรในดวงใจของเขาไปเรียบร้อยแล้ว ในเกมยูโรป้า ลีกรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้ายกับดัลดาล์คที่อาร์เซน่อลการันตีผ่านเข้ารอบน็อคเอ้าท์ไปแล้ว โดยเกมนั้นอาซีซถูกเปลี่ยนตัวลงมาแทนโจ วิลล็อคในนาที่ 83 ของเกม ก่อนช่วยประคองเกมพาต้นสังกัดเก็บชัยชนะไปได้ 4-2

“ผมดีใจที่สุด, มีความสุขและสนุกมากกับประสบการณ์นี้” อาซีซ กล่าวหลังจบเกม

“มันยอดเยี่ยมจริงๆที่ได้สัมผัสเกม วันนี้นับเป็นการตอบแทนที่อุตส่าห์ซ้อมอย่างหนัก” 

“สิ่งที่คาดหวังได้จากผมคือการลงเล่นด้วยอารมณ์ร่วมเพราะผมรักสโมสรแห่งนี้ อยู่กับทีมมาตั้งแต่ 5 ขวบ กล้าพูดว่าเป็นแฟนบอล อาร์เซน่อล เลือดข้น ก็อยากสร้างผลงานตอบแทนกองเชียร์เรา เล่นให้ดีสุดในทุกวันที่รับโอกาส” 

“ผมไม่เคยหลงระเริงกับสิ่งที่ทำ ถ้ามีอะไรที่ผมต้องทำเพิ่มอีก ผมก็จะทำมัน ผมเป็นคนแรกเสมอที่มาถึงสนามซ้อม และเป็นคนสุดท้ายที่กลับ ผมขอให้ได้เพิ่มพูนทักษะอะไรก็ได้หลังการซ้อม เพื่อทำให้ตัวเองกลายเป็นนักเตะที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ คือจะต้องมีทัศนคตินั้นอยู่ในหัวหากต้องการจะเป็นที่สุด”

ลูกหม้อเชื้อสายไนจีเรี่ยน ฤดูกาลนี้มีสถานะเป็นตัวคีย์แมนของอาร์เซน่อลชุด U-23 แม้จะเพิ่งเซ็นสัญญานักเตะอาชีพหนแรกไปเมื่อเดือนกันยายนปี 2019 ถนัดเล่นกองกลางสไตล์บ็อกซ์-ทู-บ็อกซ์ พร้อมกับจุดเด่นในเรื่องสายตาเฉียบแหลมในการหาโอกาสยิงประตู และอาวุธเด็ดคือเปิดบอลจากแนวลึกเข้าไปในพื้นที่อันตรายอย่างแม่นยำ ส่วนระยะหลังบ่อยครั้งที่เจ้าตัวถอยหลงมาเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวโฮลด์บอลแทน

ว่ากันว่าแพร์ แมร์แตเซคเกอร์ ผู้จัดการทีมอะคาเดมี่ของอาร์เซน่อล คือคนที่ค้นพบความสามารถของอาซีซในการขยับมาเล่นเป็นกองกลางหมายเลข 6 และดูเหมือนว่าอาซีซจะตอบรับกับบทบาทนี้ได้เป็นอย่างดีด้วย

“ผมเป็นกองกลาง ผมบอกตนเองเสมอว่าผมเล่นกองกลางที่ผ่านการเล่นมาแล้วทั้ง กองกลางตัวครองบอล หรือว่ากองกลางตัวรุก แต่ตอนนี้ผมเล่นกองกลางตัวรับ เหมือนนักเตะหมายเลข 6 หรือว่า 8 แต่อย่างที่บอกผมผ่านการเล่นกองกลางทุกตำแหน่งมาแล้ว”

 “แพร์ แมร์แตแซคเกอร์ บอกกับผมว่าเขาเห็นในศักยภาพที่อยู่ในตัวผม และบอกว่าผมมีการผ่านบอลที่ดี เช่นเดียวกับการวิ่งที่ผมวิ่งเยอะมากในแต่ละเกม และนั่นคือจุดเด่นที่ทำให้ผมมีโอกาสลงเล่นในทีมชุดใหญ่ในตำแหน่งนี้”

นอกจากนี้ครั้งหนึ่งปิแอร์ เอเมริค-โอบาเมยอง หัวหอกกัปตันทีมก็ได้เคยออกมาชื่นชมดาวรุ่งที่ตนให้ความสนใจรายนี้อยู่เหมือนกัน

“ฤดูกาลนี้พวกเราได้ฝึกซ้อมและลงแข่งร่วมกับนักเตะดาวรุ่งหลายคน ซึ่งส่วนตัวผมรู้สึกว่าสนุกมาก แถมยังสนใจในพรสวรรค์ของ มิเกล อาซีซ มากเป็นพิเศษด้วย” โอบาฯ กล่าวผ่านงานแถลงข่าว

“ผมมั่นใจว่า อาซีซ จะก้าวขึ้นเป็นนักเตะชั้นยอดของโลกได้ในอนาคต เพราะขณะที่อายุยังน้อยมากอยู่แต่กลับนิ่งและมีความเป็นมืออาชีพสูงกว่าเด็กวัยเดียวกันหลายเท่า”

“และนักฟุตบอลที่มีคาแรคเตอร์แบบนี้ ฝีเท้าสูงส่งประมาณนี้ มักจะประสบความสำเร็จสูงสุดเท่าที่ใจอยากเสมอ แต่สิ่งสำคัญคือ การก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่มันมีทั้งแรงกดดัน รวมถึงปัจจัยร่วมต่าง ๆ มากมาย ฉะนั้นความยากจึงสูงกว่าสมัยอยู่ อคาเดมี จนเทียบกันไม่ติดเลยทีเดียว”

“คำแนะนำเดียวที่อยากฝากถึง อาซีซ ก็คือ จงทำงานหนักต่อไปเรื่อย ๆ อย่างอดทน เพราะก่อนที่รุ่นพี่ในทีมชุดใหญ่จะก้าวมาถึงจุดนี้ ก็ผ่านเส้นทางเดียวกันกับนายมานั่นแหละ”

และจากการที่เป็นแฟนคลับของอาร์เซน่อลมาตั้งแต่เด็ก เขาพยายามที่จะศึกษาเกมการเล่นจากนักเตะฝีเท้าระดับท็อป มองแบบอย่างจากรุ่นพี่ระดับตำนานอย่างวิเอร่า ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติที่เด็กปืนที่เล่นเป็นกองกลางจะชื่นชมในตัวอดีตกัปตันทีมชาวฝรั่งเศส แต่กลับมีนักเตะอีกคนหนึ่งที่อาซีซยกให้เป็นแบบอย่างไม่ต่างกัน

“เซร์จิโอ บุสเก็ตครับ” ดาวรุ่งปืนกล่าว “ผมคิดว่าเขายืนระยะเป็นกองกลางตัวโฮลด์บอลที่เก่งที่สุดมาเป็นเวลานานมากๆ เขาทำเหมือนว่าตัวเองมีที่ว่างอยู่รอบตัวตลอด เงยหน้าพร้อมเล่นบอลและมักจะนำชาวบ้านไปก้าวหนึ่งเสมอ สำหรับผม ผมมักปรับวิธีการเล่นของเขามาใช้ในเกมของตัวเองอยู่เสมอ”

“เมื่อผู้เล่นวิ่งด้วยความเร็ว 100 ไมล์ต่อชั่วโมง พวกเขาไม่สามารถมองได้ออกหรอกว่ามีอะไรเกิดขึ้นรอบตัวบ้าง และบางครั้งมันก็ต้องอาศัยความนิ่งเข้ามาช่วย”

แม้ว่าเจ้าตัวจะรับใช้ทีมชาติอังกฤษในชุดเยาวชนกับทีม U18 แต่ด้วยความที่มีคุณแม่มีเชื้อสายชาวสเปนและพ่อเป็นไนจีเรีย ทำให้ทั้งสองประเทศนี้ก็ยังคงแอบลุ้นและติดตามสถานการณ์ของอาซีซอย่างใกล้ชิด ก่อนถึงวันที่เขาต้องเลือกว่าจะเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของประเทศไหน

แต่สำหรับตอนนี้ โฟกัสของเจ้าหนูอาซีซ คือการพิสูจน์ตัวเองกับอาร์เซน่อลและต่อหน้ามิเกล อาร์เตต้า สิ่งที่เขาพยายามกัดฟันต่อสู้มาตลอด 13 ปี เป้าหมายมันอยู่ตรงหน้าแค่เอื้อมแล้ว อนาคตของเกวนดูซี่ก็ยังไม่แน่นอน ว่าจะไปจะอยู่ แต่หากอาร์เตต้าตัดสินใจตัดหางกองกลางฉายาฟูเล็กออกจากทีมแล้วละก็… บางทีฤดูกาลหน้า เราอาจจะได้เห็นอีกหนึ่งกองกลางทรงผมสะดุดตาก้าวขึ้นมาแทนที่ก็มีโอกาสเป็นไปได้ไม่น้อยเลย