เปิดสถิติ 7 อันดับดาวยิงสูงสุดในศึกฟุตบอลโลกตลอดกาล

7 อันดับดาวยิงฟุตบอลโลก

ศึกฟุตบอลโลกจบไปแล้วอย่างดุเดือด คีลิยัน เอ็มบัปเป้ คว้ารองเท้าทองคำไปครองด้วยการทำไปถึง 8 ประตู แต่สถิติของเจ้าหนูคนนี้ยังคงเทียบไม่ได้กับตำนานดาวยิงคนก่อนๆ ซึ่งจะมีใครกันบ้างนั้น เราไปดูกันเลย

7. คีลิยัน เอ็มบัปเป้

คีลิยัน เอ็มบัปเป้

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2018 คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ยังคงเป็นดาวรุ่งหน้าใหม่ของศึกฟุตบอลโลก ซึ่งการลงสนามครั้งแรกในรายการใหญ่ของโลกเขาก็โชว์ฟอร์มโหดด้วยการซัดไปถึง 4 ประตู โดยประตูแรกของเขานั้นเกิดขึ้นตอนรอบแบ่งกลุ่มในนัดที่เจอกับเปรู หลงัจากนั้น ก็ซัดอีกสองประตูในนัดรอบ 16 ทีมตอนเจอกับ อาร์เจนติน่า พร้อมกับซัดปิดท้ายในนัดชิงอีกประตูตอนเจอกับ โครเอเชีย

เขากลับมาอีกครั้งในศึกฟุตบอลโลกครั้งล่าสุด และครั้งนี้เขามาด้วยคราบความเป็นซูเปอร์สตาร์เต็มตัว ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่เขา ซึ่งก็ไม่ผิดหวังเพราะเจ้าหนูนี่เขาซัดไปถึง 8 ประตู โดยเขาเปิดหัวด้วยการซัดไปหนึ่งประตูตอนเจอกับ ออสเตรเลีย ก่อนจะซัดไปอีก 2 ประตู ในนัดที่เจอกับ เดนมาร์ก และยังร้อนแรงต่อเนื่องอีก 2 ประตูในนัดที่เจอกับ โปแลนด์ ก่อนจะปิดท้ายด้วยแฮตทริกในนัดชิง และคว้ารองเท้าทองคำไปครอง

แม้จะผิดหวังจากการคว้าแชมป์โลกปีล่าสุด แต่ก็ยังคว้ารองเท้าทองคำเป็นการปลอบใจ ซึ่งด้วยวัยเพียง 24 ปีแค่นี้ และยังติดอันดับในลิสต์นี้ด้วยสถิติ 12 ประตู รับประกันได้เลยว่าอันดับของเขาจะขยับขึ้นไปในเร็วๆ นี้แน่นอน หากยังรักษาฟอร์มแกร่งเช่นนี้ได้ต่อไป

6. เปเล่

เปเล่

ต่อกันด้วยตำนานอย่าง เปเล่ ยอดแข้งบราซิเลียน ที่ซัดไปถึง 12 ประตูจากการลงสนาม 14 นัดในศึกฟุตบอลโลก ซึ่งนั่นก็เพียงพอแล้วในการพาทัพแซมบ้าคว้าแชมป์โลกไปถึง 3 สมัย โดยเรื่องราวของเขาเริ่มขึ้นตั้งแต่ตอนเป็นเด็กหนุ่มวัย 17 ปีเท่านั้น และเขาก็โชว์ฟอร์มโหดด้วยการซัดไป 6 ประตูจากการลงสนาม 4 เกมในศึกฟุตบอลโลกปี 1958 โดยในปีนั้นเขาซัดแฮตทริกในรอบรองชนะเลิศตอนเจอกับฝรั่งเศส ก่อนจะซัดไปอีกสองประตูในนัดชิงที่เจอกับสวีเดน

ถัดมาในปี 1962 เปเล่ ซัดไปเพียงประตูเดียวจากสองเกมในรอบแบ่งกลุ่ม และด้วยอาการบาดเจ็บทำให้เขาไม่มีส่วนร่วมกับทีมในรอบต่อไป และก็ต้องขอบคุณเพื่อนร่วมทีมโดยเฉพาะ การ์รินช่า ที่โชว์ฟอร์มแจ่มพาทีมคว้าแชมป์ไปอีกสมัย

ปิดท้ายกันในศึกฟุตบอลโลกปี 1970 เขาก็ได้โชว์ฟอร์มแจ่มจนได้ชื่อว่าเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ลูกหนังด้วยการซัดไปถึง 4 ประตูกับอีก 6 แอสซิสจากการลงสนามเพียง 6 นัด ก่อนจะซัดไปอีกประตูกับอีก 2 แอสซิส ในนัดชิงที่เจอกับ อิตาลี ปิดตำนานไปด้วยการซัดไปทั้งหมด 12 ประตูในศึกฟุตบอลโลกของเขา

5. ลิโอเนล เมสซี่

ลิโอเนล เมสซี่

ถึงคิวของแชมเปี้ยนส์คนล่าสุดอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ ที่ก็ซัดไปถึง 13 ประตูกับอีก 8 แอสซิส จากการลงสนาม 26 นัดในศึกฟุตบอลโลก ไม่เพียงแค่นั้น เขายังเป็นเจ้าของสถิติการมีส่วนร่วมกับประตูมากที่สุดและลงเล่นในศึกฟุตบอลโลกมากที่สุดในขณะนี้

ย้อนไปในปี 2006 นั่นคือปีแรกที่ ลิโอเนล เมสซี่ ได้วาดลวดลายในศึกฟุตบอลโลก โดยเขาประเดิมนัดแรกด้วยการทำไปหนึ่งประตูกับอีกหนึ่งแอสซิส แต่ก็อย่างที่เขาว่ามันยากมากที่คนๆ เดียวจะแบกทั้งทีมคว้าความสำเร็จ อาร์เจนติน่า ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่ในปี 2010 จึงไม่มีประตูเกิดขึ้น แต่ก็ยังฝากผลงานไว้ด้วย 1 แอสซิส

เขากลับมาอีกครั้งในปี 2014 และเขาก็โชว์ฟอร์มโหดด้วยการซัดไป 4 ประตูกับอีก 1 แอสซิส และเป็นส่วนสำคัญในการพาทัพฟ้าขาวทะยานเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ แต่ดันไปพลาดโดนเยอรมันเฉือน 1-0 โดยในปีนั้น เขาได้ลูกบอลทองคำไปปลอบใจ

และปีที่รอคอยก็มาถึงจนได้ในศึกฟุตบอลโลกปีล่าสุด เขาโชว์ฟอร์มแจ่มอีกครั้งด้วยการซัดไป 7 ประตูกับอีก 3 แอสซิส แบกอาร์เจนติน่าคว้าแชมป์ได้สำเร็จ ซึ่งสถิติของเขาอาจจะยังมีขยับได้อีกเพราะมีการยืนยันจากปากแล้วว่าเขายังอยากสวมเสื้อทีมชาติในฐานะแชมป์โลกต่อไป

4. ฌุสต์ ฟงแตน

ฌุสต์ ฟงแตน

สำหรับ ฌุสต์ ฟงเตน นี่คือผู้เล่นคนเดียวในลิสต์นี้ที่ได้ลงเล่นในศึกฟุตบอลโลกเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แต่เขาก็ทำไปได้ถึง 13 ประตูจากการลงเล่นเพียง 6 นัดในศึกฟุตบอลโลกครั้งเดียวของเขาในปี 1958

เริ่มนัดแรกด้วยการเจอกับทีมชาติปารากวัย ฟงเตน ประเดิมด้วยการกดแฮตทริก ส่วนอีกสามเกมเขาก็ซัดไปถึง 5 ประตูพาทัพตราไก่ในขณะนั้นทะลุเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ซึ่งในนัดนั้นแม้จะพ่ายให้กับทีมชาติบราซิล แต่เขาก็ยังทำไปได้หนึ่งประตู

อย่างไรก็ตามแม้จะไม่สามารถมาทัพตราไก่คว้าแชมป์โลกในปีนั้นได้สำเร็จ แต่เขาก็ทดแทนได้ด้วยการระเบิดฟอร์มในนัดชิงที่สามกับ เยอรมัน ด้วยการซัดไปถึง 4 ประตูพาทีมเอาชนะคู่แข่งไปด้วยสกอร์ 6-3

3. แกร์ด มุลเลอร์

แกร์ด มุลเลอร์

ว่ากันว่า แกร์ด มุลเลอร์ คือกองหน้าที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของทีมชาติเยอรมัน คำกล่าวอ้างนั้นได้รับการการันตีด้วยการซัดไปถึง 14 ประตูจากการลงสนามเพียง 13 นัดในศึกฟุตบอลโลก

เริ่มกันด้วยปี 1970 นับเป็นปีแรกของเขาในศึกชิงแชมป์โลก ซึ่งปีแรกเขาก็ระเบิดฟอร์มด้วยการซัดไปถึง 10 ประตูจากการลงสนามเพียง 6 นัด แต่แม้ว่าจะทำประตูได้มากมายเพียงใดแต่ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับการพาทัพอินทรีเหล็กคว้าแชมป์ในปีนั้นได้ โดยพวกเขาจบที่ 3 ตามหลัง บราซิล และ อิตาลี ที่ก็โดดเด่นเช่นกัน ซึ่งด้วยฟอร์มอันร้อนแรงทำให้เขาได้รางวัลรองเท้าทองคำและบัลลง ดอร์ เป็นการปลอบใจ

สี่ปีถัดมาหรือก็คือปี 1974 ศักฟุตบอลโลกครั้งนี้ การกลับมาอีกครั้งในศึกฟุตบอลโลกของเขา แม้จะไม่มีประตูเป็นกอบเป็นกำเหมือนกับปีก่อน แต่ก็ซัดไป 3 ประตูพาทัพอินทรีเหล็กทะลุผ่านเข้ารอบชิงไปเจอกับฮอลแลนด์ ก่อนจะซัดอีกประตูพาทีมคว้าแชมป์โลกไปด้วยสกอร์ 2-1

2. โรนัลโด้ (R9)

โรนัลโด้

และก็มาถึงคิวกองหน้าที่ใครหลายคนยกให้เป็นกองหน้าที่ดีที่สุดที่โลกฟุตบอลเคยมีมา เขาทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเสมอไม่ว่าจะในระดับสโมสรหรือทีมชาติ ซึ่งนั่นก็คือ โรนัลโด้ หรือ “โด้อ้วน” นั่นเอง เขาทำไปถึง 15 ประตูจากการลงสนาม 19 นัดให้กับทีมชาติบราซิลในศึกฟุตบอลโลก

โรนัลโด้ แจ้งเกิดในศึกฟุตบอลโลกให้คนจดจำในปี 1998 เขาทำไปถึง 5 ประตูจากการลงสนาม 6 เกมในปีนั้น พาทีมชาติบราซิลเข้าสู่รอบชิงไปเจอกับฝรั่งเศส ซึ่งก็เป็นทัพตราไก่ที่นำทัพโดย ซีเนดีน ซีดาน ที่ทำผลงานได้ดีกว่าเอาชนะทัพแซมบ้าและคว้าแชมป์ไปครองด้วยสกอร์ 3-0

เรื่องราวไม่ได้จบเพียงแค่นั้น เพราะเขากลับมาอีกครั้งในปี 2002 และก็ทำไปถึง 8 ประตูจากการลงสนามเพียง 7 นัด พาทีมชาติบราซิลคว้าแชมป์ไปด้วยการเหมาสองประตูในนัดชิงที่เจอกับ เยอรมัน ส่วนอีก 3 ประตูนั้นมาจากศึกฟุตบอลโลกปี 2006 ที่เขาได้ลงสนามเพียง 5 นัด ซึ่งก็เป็น ซีดาน และทัพตราไก่ที่เป็นฝ่ายเขี่ยพวกเขาตกรอบก่อนรองชนะเลิศ

1. มิโรสลาฟ โคลเซ่

มิโรสลาฟ โคลเซ่

ปิดท้ายกันด้วยเจ้าของสถิติยิง 16 ประตูจากการลงสนาม 24 นัดในศึกฟุตบอลโลก ซึ่งก็คือ มิโรสลาฟ โคลเซ่ ศูนย์หน้าจอมสังหารประตูจากทีมชาติเยอรมัน ผู้ที่ผ่านการเล่นในรายการนี้มาแล้วถึง 4 ครั้ง

เริ่มมาก็โชว์ฟอร์มเดือดเลย โคลเซ่ ได้รับโอกาสลงสนามในศึกฟุตบอลโลกครั้งแรกในปี 2002 และนัดแรกของเขาก็สร้างความหวือหวาด้วยการซัดแฮตทริกพาทีมเอาชนะทีมชาติซาอุไปถึง 8-0 ก่อนจะแถมอีก 2 ประตูในรอบแบ่งกลุ่ม แต่ปีนั้นพวกเขาดันไปพลาดท่าในนัดชิงเจอทีมชาติบราซิลอัดไป 2-0 พลาดแชมป์ไปอย่างน่าเสียดาย

ต้องยอมรับจริงๆ ว่าทีมชาติเยอรมันช่วงนั้นค่อนข้างแข็งแกร่งจริงๆ สี่ปีถัดมา โคลเซ่ ซัดอีก 5 ประตู แต่ก็จบด้วยอันดับที่สามในปี 2006 และก็ที่สามอีกครั้งในปี 2010 โดยปีนั้นดาวยิงทัพอินทรีเหล็กซัดไป 4 ประตูจากการลงสนาม 5 นัด ก่อนจะปิดท้ายด้วยแชมป์โลกในปี 2014 ที่เอาชนะอาร์เจนติน่า 1-0 โดยทำไป 2 ประตูในปีนั้น ทำให้เขาทำสถิติแซงหน้า โรนัลโด้ และกลายเป็นยอดดาวยิงประจำศึกฟุตบอลโลก