‘เจ้าสัวน้อย’เลื่อนชั้นมาคราวนี้ ดีพอรอดบนพรีเมียร์ลีกหรือยัง?

หลังตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกร่วงไปเล่นลีกรอง ฟูแล่ม สามารถฟื้นคืนชีพ ทะยานกลับขึ้นสู่ลีกสูงสุดได้ภายในปีเดียว จากผลงานสวยหรูครองตำแหน่งแชมป์เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ทว่าพวกเขากลับมีประวัติไม่ค่อยดีเท่าไหร่กับการเลื่อนชั้น พอขึ้นมาก็มักตกลงไปไว คำถามคือมาคราวนี้พวกเขาจะเกาะไหวและไม่ร่วงลงไปภายในปีเดียวได้หรือเปล่า?

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา ฟูแล่ม จ่าฝูง เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ลงเล่นเกมนัดที่ 42 ชนะ เปรสตัน 3-0 การันตีการกลับสู่พรีเมียร์ลีก ซึ่งถือเป็นการกลับขึ้นมาสู่ลีกสูงสุดหนที่ 3 ในรอบ 5 ฤดูกาลของทีมดังจากเมืองหลวง

ก่อนที่วันจันทร์ที่แล้ว มาร์โก ซิลวา กุนซือคนปัจจุบันจะพาทีมเปิดรังยำเละ ลูตัน ทาวน์ 7-0 ได้ฉลองแชมป์ต่อหน้าแฟนบอลด้วยการมี 90 คะแนน ขณะที่ยังเหลือการแข่งขันอีก 1 นัด นับเป็นการคว้าแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 21 ปี หรือนับตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่ได้แชมป์ลีกรองเมื่อปี 2001

ซึ่งหลังจากที่ฟูแล่มได้โลดแล่นบนพรีเมียร์ลีกยาวนานถึง 13 ปีติดต่อกันตลอดช่วงปี 2001-2014 จู่ๆพวกเขาก็ต้องมาเผชิญชะตากรรมที่ไม่เป็นใจในช่วงหลายปีหลัง โดยเฉพาะ 5 ฤดูกาลหลังสุดที่ไม่ลงเอยด้วยการเลื่อนชั้นก็ต้องร่วงตกชั้น

ถ้าถามถึงความสามารถในการเด้งเลื่อนชั้นกลับมาอย่างรวดเร็ว ตรงนี้ใครๆก็ต่างยกให้ ฟูแล่มเป็นเบอร์ 1 พวกเขามีลูปที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ อาจจะเสียใจทุกข์ระทมกับการตกชั้น แต่ปีหน้าก็จะกลับมาพร้อมรอยยิ้มในฐานะทีมน้องใหม่เสมอ

และพวกเขาก็รักษามาตรฐานเดี๋ยวผิดหวังเดี๋ยวสมหวังของตัวเองไว้ได้อีกครั้ง ใช้เวลาเพียงซีซั่นเดียวบนลีกรอง และพิสูจน์ตัวเองว่าสโมสรนั้นคู่ควรกับลีกระดับเทียร์ 1 แต่ฟูแล่มจะยับยั้งโชคชะตาแห่งการตกชั้นได้ไหม พวกเขาจะยืนหยัดบนอยู่ลีกอันดับ 1 ของโลกได้นานแค่ไหนต่างหาก

วันนี้เราจะมาเจาะเหตุผลว่าทำไมฟูแล่มถึงเลื่อนชั้นตกชั้นเป็น โยโย่ เอฟเฟค พวกเขาพร้อมไหมที่จะล้างอาถรรพ์ และจะต้องทำยังไงบ้างเพื่อยับยั้งโชคชะตาที่ไม่ต้องการเจอ

ก่อนอื่นเลย พวกเขาล้มเหลวในการเตรียมตัวมาตลอด…

หลังจากคว้าแชมป์ลีกแชมเปี้ยนชิพมาครอง ขณะที่ยังเหลือเกมให้เล่นอีก 1 นัด มาร์โก ซิลวา กุนซือเจ้าสัวน้อย สามารถเริ่มโฟกัสกับโปรเจ็คใหม่ได้ทันที นั่นคือการเตรียมความพร้อมสำหรับฤดูกาลหน้า

จากการที่มี ซิลวา เป็นแม่ทัพ ฟูแล่มถือว่าถูกขับเคลื่อนโดยผู้นำที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกสูง ต่างจากสองครั้งหลังที่ฟูแล่มก้าวเท้าขึ้นสู่ลีกสูงสุดพร้อมผู้จัดการทีมที่ขาดประสบการณ์

สถิติการเอาชนะคู่แข่งบนเวทีพรีเมียร์ลีกของ มาร์โก ซิลวา อยู่ที่ 35.71 % ในสายตาใครหลายคนอาจจะดูน้อยนิดและสงสัยว่านี่คือโหดแล้วหรอ? แต่หากเทียบจากอดีต กับผู้จัดการทีมคนก่อนๆที่เคยพาทีมเลื่อนชั้นขึ้นมาทั้ง สลาวิซ่า โยคาโนวิช หรือ สก็อตต์ พาคเกอร์ ทั้งสองคนเริ่มนับจาก 0 ไม่เคยมีประสบการณ์คุมทีมบนลีกใหญ่มาก่อน นี่จึงนับเป็นการเริ่มต้นเส้นทางบนลีกสูงสุดที่ดีขึ้นกว่าเก่าสำหรับเจ้าสัวน้อย

นอกจากนี้ ฟูแล่มยังนำเป็นจ่าฝูงในลีกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ยาวรวดเดียวมานับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนเดือนมกราคม แม้วันประกาศการันตีเลื่อนชั้นจะดีเลย์เล็กน้อยเพราะไปสะดุดแพ้ โคเวนทรี ซิตี้ และ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ แต่ฟูแล่มก็ยังรักษาความยอดเยี่ยมจองตั๋วอัปเกรดตัวเองสู่พรีเมียร์ลีกได้ก่อนปิดฤดูกาลหลายสัปดาห์

การเรียนรู้จากข้อผิดพลาด

ที่ผ่านมา ฟูแล่มได้พยายามทุ่มเงินมหาศาลเพื่อความสำเร็จที่ก้าวหน้า แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามันช่างไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย กลับมาคราวนี้ พวกเขาจะต้องรอบคอบอย่างมากในตลาดซื้อขายซัมเมอร์นี้ เพื่อทำให้แน่ใจว่าการเสริมทัพนั้นตอบโจทย์ต่อจุดบอดหรือแก้ไขจุดที่ทีมยังบกพร่องจริงๆ ไม่ใช่ละลายงบไปแบบไร้จุดหมายเหมือนที่เคยทำในอดีต

ครั้งนี้ฟูแล่มกลับมาในฐานะทีมที่ได้เลื่อนชั้นอย่างอัตโนมัติไม่ต้องไปเล่นเพลย์ออฟเหมือนที่แล้วมา ซึ่งนั่นหมายความว่าพวกเขาจะขึ้นมาในฐานะทีมน้องใหม่ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาสามทีมทั้งหมด

การได้รู้ว่าจะได้เลื่อนชั้นเร็ว และรู้ก่อนทีมที่ต้องรอเพลย์ออฟ สร้างความได้เปรียบเป็นอย่างมาก เนื่องจากพวกเขาจะมีเวลาจัดการกับผู้เล่นในทีมเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนศึกใหญ่จะมาถึง ทั้งการรั้งนักเตะเก่า หรือ ยื่นข้อเสนอสำหรับผู้เล่นหน้าใหม่ การได้เติมกระสุนตั้งๆแต่ช่วงต้นตลาดซื้อขายย่อมเป็นประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของเวลาเตรียมทีม

ฝ่ายดูแลเรื่องการเสริมทัพของฟูแล่ม ประสบความล้มเหลวอย่างมากในช่วงหลายปีหลัง พวกเขาหวังพึ่งนักเตะยืมตัวมากเกินไป บ่อยครั้งที่แข้งยืมตัวเหล่านี้ต้องมาแบกทีม ทั้งๆที่รู้ว่าพวกนี้จะไม่ได้อยู่กับทีมยาว

ก่อนซีซั่น 2018/19 จะเปิดฉาก เจ้าสัวน้อย โชว์ป๋าใช้จ่ายระดับเจ้าสัวใหญ่ ละลายงบกว่า 100 ล้านปอนด์ไปกับนักเตะ 12 รายที่ดึงเข้ามาใหม่ แต่สุดท้ายผลงานจม เดือนมกราคมไร้หนทาง ถูกบีบให้ต้องกระโดดเข้าตลาดปีใหม่อีกครั้ง เพื่อหาผู้เล่นเข้ามาแก้ปัญหาระยะสั้นถูไถให้รอดตกชั้นไปก่อน

พวกเขาต้องหันกลับมามองตัวเองใหม่ เริ่มต้นด้วยแผนที่มีประสิทธิภาพมากกว่า เล็งนักเตะเป้าหมายหลักราวๆ 2-3 รายเพื่อเติมในตำแหน่งที่เป็นจุดอ่อนของทีม ต่อด้วยการปรับจูนผู้เล่นเหล่านั้นให้เขากับนักเตะที่มีอยู่ โมเดลนี้คือโมเดลที่ทั้ง ลีดส์ และ เบรนท์ฟอร์ด ต่างเลือกใช้จนประสบความสำเร็จให้เห็นมาแล้วในช่วงที่ผ่านมา ไม่ต้องไปผ่าตัดทีมยกเครื่องใหม่หมดแบบที่เคยพยายามทำ

การสร้างทีมที่แข็งแกร่งเพื่อซัพพอร์ต อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช คือตัวชูโรงขนานแท้สำหรับฟูแล่ม แม้ว่าที่ผ่านมาเจ้าตัวจะเคยถูกกังขาว่าไม่ดีพอสำหรับมาตรฐานของพรีเมียร์ลีกก็ตาม

แต่ดูเหมือนว่า มาร์โก ซิลวา จะมีคู่มือและรู้วิธีใช้งานหอกตัวทุบสถิติรายนี้เป็นอย่างดี จากผลงานในซีซั่นนี้บ่งบอกว่า มิโตรวิช เข้าอกเข้าใจระบบการเล่นของ กุนซือชาวโปรตุเกส อย่างปรุโปร่ง

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมีนาคม มิโตรวิช ทำลายสถิติยิงประตูในลีกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ของ อิวาน โทนี่ย์ ด้วยการซัดตุงที่ 32 และ 33 ประจำซีซั่นนี้ในเกมเอาชนะ ปีเตอร์โบโรห์

และในเกมสยบ ลูตัน ทาวน์ ดาวยิงวัย 27 ปีได้ทุบสถิติประจำลีกรองของ กาย วิตติ้งแฮม ที่ทำไว้ 42 ประตูจากเกมลีก 46 เกม ด้วยการเบิ้ลสองเม็ดในช่วงครึ่งหลัง พาตัวเองบันทึกสถิติยิง 43 ประตู ขณะที่ยังเหลือเกมให้เล่นอีก 1 นัด

มันชัดเจนอยู่แล้วว่าโชคชะตาของฟูแล่มจะต้องหวังพึ่งพาความท็อปฟอร์มของ มิโตรวิช ในฤดูกาบ 2020/21 ดาวยิงจอมแกร่งรายนี้ซัดประตูให้ทีมชาติเซอร์เบีย (7) ได้มากกว่าที่เขายิงให้สโมสร (4) เสียอีก ส่วนฟูแล่มก็ตกชั้นไปตามระเบียบ ยิงได้เพียง 27 ประตูตลอดทั้งซีซั่น

โมเมนตั้มเปรียบดั่งทอง

โดยปกติแล้ว ทีมที่มีดีกรีเป็นแชมป์ลีกรองจะมักทำผลงานได้ดีกว่าทีมที่ผ่านรอบเพลออฟและเลื่อนชั้นขึ้นไป มีก็เพียงนอริช ซิตี้ นี่แหละที่เป็นข้อยกเว้นของทฤษฏีนี้ สิ่งที่ฟูแล่มจำเป็นต้องทำคือนำพาความมั่นใจและโมเมนตั้มที่กำลังคึกคักอยู่ตอนนี้ ไปใช้ประโยชน์ในช่วงต้นของการออกสตาร์ทบนลีกสูงสุดให้ได้

ลีดส์ , วูล์ฟส์ และ เบิร์นลี่ย์ คือตัวอย่างของสโมสรที่คว้าแชมป์เดอะ แชมเปี้ยนชิพ และสามารถนำเอาความคึกคะนองขึ้นไปอาละวาดบนลีกสูงสุด แม้ว่ามันจะไม่ใช่พลังงานที่ใช้ได้ไปตลอดกาล เหมือนกับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่ออกตัวแรงและมาน้ำมันหมดในฤดูกาลที่สอง แต่มันก็นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ควรจะเป็น

ความสามารถเฉพาะตัวคือสิ่งที่ต้องเติมเต็ม การจากไปของ ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่ ที่จะย้ายไปอยู่กับลิเวอร์พูล จะทิ้งช่องว่างไว้ให้ มาร์โก วิลวา แก้ ไม่ว่าจะเป็นการเสริมทัพ หรือดึงนักเตะดาวรุ่งจากฟูแล่มชุด พรีเมียร์ลีก 2 ที่ฝีเท้าจัดจ้านและคุณภาพดีพอสำหรับทีมชุดใหญ่ขึ้นมาทดแทน

กุญแจหลักที่จะทำให้ฟูแล่มฟอร์มระเบิดในพรีเมียร์ลีกได้ก็คือคุณภาพในเกมรุก ถ้าหาก มิโตรวิช และ แฮร์รี่ วิลสัน ยังสามารถรักษามาตรฐานของทั้งคู่เอาไว้ได้แบบเดิม ช่วยกันยิงและแอสซิสต์ถล่มทลายเหมือนที่ทำได้ในปีนี้ ฟูแล่มก็มีโอกาสไม่น้อยที่จะได้ไปต่อและอยู่รอดบนพรีเมียร์ลีกเกิน 1 ซีซั่น ล้างอาถรรพ์ความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา