เกิดอะไรขึ้นกับ “กานโซ่” อดีตวันเดอร์คิดคู่หู “เนย์มาร์” ที่ไปไม่ถึงฝัน

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

เปาโล เอ็นริเก้ กานโซ่ อดีตแข้งความหวังที่แจ้งเกิดพร้อมกับ เนย์มาร์ แต่ทว่าชีวิตค้าแข้งของเขาไม่ได้ราบรื่นเหมือนดั่งสตาร์ดังจาก เปแอสเช เลย

What happened to Ganso, the "Bordeaux wine" of Brazilian football?

เปาโล เอ็นริเก้ กานโซ่ ชื่อนี้คือใคร?

Correio do Povo

คำว่า “กานโซ่” หมายถึง “ห่าน” ในภาษาโปรตุเกส และในยุคสมัยที่ เปาโล เอ็นริเก้ โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมนั้นมันเปรียบเสมือนว่าเขาสามารถออกไข่เป็นทองคำหรือก็คือความสำเร็จของสโมสรได้อย่างมากมาย

หลังจากที่เปิดตัวลงสนามในทีมชุดใหญ่ของ ซานโตส สโมสรดังจากแดนแซมบ้าในปี 2008 หนึ่งปีก่อน เนย์มาร์ กานโซ่ ก็ได้กลายเป็นผู้เล่นดาวรุ่งที่น่าจับตามากที่สุดของรายการ ด้วยทักษะอันยอดเยี่ยมนั้นทำให้เขากลายมาเป็นผู้เล่นตัวหลักของสโมสรตั้งแต่ปี 2009

ถัดมาในปี 2010 กานโซ่ ได้เริ่มวางไข่ทองคำครั้งแรกให้กับสโมสรด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ลีก ควบคู่ไปกับการคว้าผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำปี นอกจากนั้นเขายังถูกยกย่องให้เป็นยอดผู้เล่นแห่งยุคสมัย

การมียอดแข้งอย่าง เนย์มาร์ เป็นคู่หู

แม้ว่าทั้งสองคนมีวัยที่ห่างกันถึง 3 ปี แต่ความจริงแล้วทั้งคู่มีความใกล้ชิดและไว้ใจซึ่งกันและกันเป็นอย่างมาก พวกเขาสนิทกันถึงขั้นที่ เนย์มาร์ ยอมให้เพื่อนรักอย่าง กานโซ่ เป็นพ่อทูนหัวของลูกชายเขาเลยทีเดียว

ขณะเดียวกันความสัมพันธ์ภายในสนามพวกเขาก็ราบรื่นไปได้ด้วยดี แฟนๆ ต่างชื่นชอบผลงานเวลาที่ทั้งคู่ลงสนามร่วมกัน แต่มันไม่ใช่ในสายตาของ คาร์ลอส ดุงก้า กุนซือทีมชาติบราซิลที่รับหน้าที่กุนซือทีมชาติบราซิลอยู่ในขณะนั้น

ช่วงปี 2010 ดุงก้า แทบไม่ให้โอกาส กานโซ่ ในทีมชาติบราซิลเลย และในเวลาต่อมาความเลื่อมล้ำในความสัมพันธ์ของพวกเขาก็เริ่มเพิ่มมากขึ้นเมื่อบรรดาสื่อต่างเริ่มโจมตีแข้งรายนี้ว่าไม่พอใจที่คู่หูของเขาทำผลงานโดยรวมได้ดีกว่า

“ข่าวลือทำให้ผมไม่พอใจเลย เพราะมันไม่ใช่ความจริง”

“มันทำให้ผมอารมณ์เสียเพราะผู้คนต่างพูดกันว่ามีความอิจฉาเกิดขึ้นระหว่างเรา”

“แต่สำหรับผมเราคือมิตรภาพอย่างแท้จริงเหมือนกับพี่น้องเหมือนกับเพื่อนและเรื่องนี้มันก็ไม่เกี่ยวกับเรื่องไหนเลย” กานโซ่ เปิดใจเกี่ยวกับเรื่องที่ถูกกล่าวหา

เข้าสู่ช่วงขาลงและถูกคู่หูทิ้งห่างอย่างไม่เห็นฝุ่น

Ganso assina contrato de cinco anos e, enfim, é jogador do São Paulo |  globoesporte.com

แม้ว่าจะเป็นปีที่เขาประสบความสำเร็จมากมายกับสโมสร แต่มันก็เป็นปีที่ยากสำหรับ กานโซ่ เช่นกันเมื่อเขาต้องมารับมือกับกระแสที่ถูกสื่อโจมตีเรื่องความอิจฉาที่เขามีให้กับคู่หูอย่าง เนย์มาร์ ความคิดเรื่องย้ายทีมจึงเริ่มเกิดขึ้นในความคิดของเขา

สถานการณ์เป็นใจให้การย้ายทีมของเขาสมหวัง แต่ทว่าสโมสรที่เขาร่วมงานด้วยกลับเป็นคู่ต่อสู้ในลีกของ ซานโตส อย่าง เซา เปาโล และนั่นก็ทำให้แฟนๆ ต่างวิจารณ์ดีลนี้อย่างหนัก โดยเขาถูกขนานนามว่าทหารรับจ้างที่ทำเพื่อเงิน

“มันเหมือนกับความฝันเป็นจริง ตั้งแต่ที่ เซา เปาโล แสดงให้เห็นว่าพวกเขาสนใจเซ็นสัญญาผม ผมก็อยากให้ดีลนี้ลุล่วงไปได้ด้วยดี ผมแทบทนรอลงสนามไม่ไหวแล้ว” กานโซ่ เปิดใจหลังเซ็นสัญญากับสโมสรใหม่

Torcida pressiona e pede saída de Paulo Henrique Ganso | VEJA

ขณะเดียวกันก่อนดีลดังกล่าวเกิดขึ้นมีรายงานออกมาว่าสองทีมยักษ์ใหญ่แห่งเมืองมิลานก็ให้ความสนใจและมีความเป็นไปได้สูงที่จะได้ตัวแข้งรายนี้ไปร่วมทีมเช่นกัน และการที่เจ้าตัวเอ่ยเองเลยว่าความฝันของเขาสูงสุดของเขาคือการ แทนที่ ลูคัส มูร่า ในถิ่น เซา เปาโล ด้วยค่าตัว 7 ล้านปอนด์ มันก็แทบจะแสดงให้เห็นถึงอนาคตที่แข้งรายนี้วางไว้ได้พอสมควร

กานโซ่ เริ่มต้นชีวิตใหม่กับ เซา เปาโล ได้อย่างดีด้วยการพาทีมคว้าแชมป์อเมริกาใต้ในปี 2012 แต่ใครจะคิดว่านั่นคือความสำเร็จเดียวกับสโมสรใหม่ของเขา และยังเป็นความสำเร็จล่าสุดในชีวิตค้าแข้งของเขาเช่นกัน

ดูเหมือนว่ายุครุ่งเรื่องในอาชีพค้าแข้งของเขาจะสิ้นสุดลงเพียงแค่นั้น เพราะขณะเดียวกันเขาก็ได้รับโอกาสลงสนามในนามทีมชาติบราซิลนัดสุดท้ายในปี 2012

ผลงานของเขานั้นผิดกับคู่หูอย่างเห็นได้ชัด เนย์มาร์ ย้ายไปร่วมงานกับ บาร์เซโลน่า ด้วยค่าตัวที่มากกว่า 10 เท่า และยังทำผลงานหลังจากนั้นได้อีกมากมายจนถูกยกให้เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลก

แม้จะไม่เป็นดังฝัน แต่ก็ยังไม่หยุดเดิน

Sevilla quer vender Paulo Henrique Ganso, informa portal

อย่างที่ทราบผลงานของ กานโซ่ นับตั้งแต่นั้นมาไม่เป็นไปตามที่ใครหลายคนหวังโดยเฉพาะแฟนบอลที่บราซิล แต่ดูเหมือนเจ้าตัวยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เขาตัดสินใจออกเดินทางจากบ้านเกิดไปร่วมงานกับ เซบีย่า

การเริ่มต้นใหม่ในต่างถิ่นของเขาดูจะไม่ราบรื่นเท่าไหร่นักเพราะได้รับโอกาสลงสนามไม่สม่ำเสมอในยุคของกุนซืออย่าง เบริซโซ่ ที่รับหน้าที่คุมทีมอยู่ในขณะนั้น และหนักไปกว่านั้นเมื่อ มอนเตลล่า มารับไม้ต่อเขาก็แทบไม่ได้รับโอกาสเลย โดยตลอด 3 ปีที่ ลา ลีก้า เขาลงสนามไปเพียง 28 นัดและทำไป 7 ประตู ก่อนจะถูกขายต่อให้กับ อาเมียงส์ สโมสรจาก ลีก เอิง ในปี 2018 และตัดสินใจย้ายกลับประเทศบ้านเกิดโดยร่วมงานกับ ฟลูมิเนนเซ่ ในปัจจุบัน